บท
ตั้งค่า

1

กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วเรือนใหญ่ ลมหนาวพัดผ่านประตูไม้ที่เปิดอ้า เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังราวกับเสียงคร่ำครวญแทนผู้คนที่ล้มตาย เด็กชายตัวผอมบางคลานอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ เลือดไหลเป็นทางยาวจากขาข้างหนึ่งที่บิดผิดรูป กระดูกหักแทงเนื้อจนเสื้อผ้าเปื้อนชุ่ม

“ท่านแม่… ท่านแม่!” เสียงเล็กสั่นเครือ เขาพยายามลากร่างเข้าไปใกล้สตรีที่นอนแน่นิ่งอยู่กลางห้อง มือเล็กสั่นเทาเอื้อมไปแตะใบหน้าที่เคยอ่อนโยน แต่บัดนี้เย็นชืดไร้ลมหายใจ

“ท่านแม่… ตื่นเถิด… อย่าทิ้งข้า…” เขากอดร่างนั้นไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยเพียงนิดเดียว นางจะหายไปตลอดกาล หยดน้ำตาไหลอาบแก้มเล็กไม่ขาดสาย

ทันใดนั้น

ปัง!

เสียงประตูถูกถีบเปิดออก เงาร่างสูงในชุดขุนนางก้าวเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน

เบื้องหลังเขาคือสตรีในอาภรณ์หรูหรายืนแย้มยิ้มชั่วร้าย ดวงตาของนางเย็นชาและเด็กชายอีกคนยืนซ่อนอยู่ด้านหลัง ชะโงกออกมามองอย่างสะใจ มุมปากบิดขึ้นอย่างดูแคลน ดวงตาของหลินอวี้เฉินสั่นไหว

เขาจำได้ดี คนพวกนี้คือคนที่ฆ่าแม่ของเขา

คนหนึ่งคือพ่ออกตัญญู อีกคนคือเมียน้อยและลูกติดของนาง

“ยังไม่ตายอีกหรือ” บุรุษผู้นั้นเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเย็นชาราวกับกำลังพูดถึงสิ่งไร้ค่า

เด็กชายเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ

“ท่าน…ฆ่าท่านแม่…” หลินเจิ้งอันหัวเราะเบา ๆ ในประโยคของลูกชาย

“แล้วอย่างไร” คำพูดสั้น ๆ นั้น ทำให้หัวใจของเด็กชายเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ

สตรีด้านหลังยกพัดปิดปากยิ้มแย้มบาดใจ ในสถานการณ์เช่นนี้นางคงมีความสุขมากที่ได้เหยียบย่ำผู้อื่นให้ย่อยยับ

“ท่านพี่ อย่าทำให้เด็กตกใจสิเจ้าคะ อย่างไรอวี้เฉินก็เป็นลูกของท่านนะเจ้าคะ”

“ลูก” เขาหรี่ตา ก่อนจะแสยะยิ้มเย็น

“ก็แค่ลูกที่ไร้ค่า” เขาก้าวเข้าไปใกล้ มองเด็กชายที่กอดศพมารดาเอาไว้ไม่ปล่อย

“ฟังให้ดี” น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบ มันเต็มไปด้วยความห่วงเหิน

“หากเจ้ารู้จักวางตัว ทำตัวเชื่อฟัง ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า อย่างไรเสีย เจ้าก็ยังมีสายเลือดของข้า”

คำว่า “สายเลือด” ถูกเอ่ยออกมาอย่างไร้ความหมาย

เด็กชายตัวสั่น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะ “แค้น”

สายตาของเขาเลื่อนผ่านใบหน้าของบุรุษตรงหน้า ไปหยุดที่เด็กชายอีกคน

เด็กคนนั้นกำลังยืนบิดปากยิ้ม สายตาเต็มไปด้วยการเหยียดหยาม ราวกับกำลังมอง “สุนัขตัวหนึ่ง”

ทันใดนั้น ความจริงบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ หากเขายังมีชีวิตอยู่ เขาจะต้องถูกเหยียบย่ำ ถูกทรมาน ถูกแม่เลี้ยงและเด็กคนนั้นกลั่นแกล้งจนตายอย่างช้า ๆ เหมือนในอดีตที่เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าเหตุใดเวลามีเรื่องกัน ทุกครั้ง บิดาจะต้องเข้าข้างลูกชายของญาติผู้น้อง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน หญิงที่เขาเรียกว่าท่านน้าไม่ใช่ญาติผู้น้องของบิดา แต่เป็นเมียน้อยที่บิดาพาเข้าจวนมาพร้อมลูกติด ซึ่งลูกติดนั่นไม่ใช่ลูกติดสามีเก่า แต่เป็นลูกของเมียน้อยกับพ่อที่ลักลอบมีกันในระหว่างสมรสกับมารดา

ใกล้ตาจึงตาสว่าง แต่มารดาที่ตายไปแล้วอย่างอนาถ ไม่มีโอกาสได้รับรู้เรื่องนี้เลย และครอบครัวของท่านตาร้อยกว่าชีวิตก็ต้องมาตายเพราะบิดาชั่วที่ใส่ร้ายว่าเป็นกบฏ ทั้ง ๆ ที่ท่านตาและท่านลุงทั้งสองคอยสนับสนุนบิดาให้ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการอยู่ตลอด

คนทรยศอกตัญญูคนนี้ ไม่ใช่พ่อของเขา ถ้าชาติหน้ามีจริงขออย่าให้เกิดมาเป็นพ่อลูกกับคนเลวแบบนี้อีก หากได้ย้อนเวลากลับไป เขาจะไม่ให้ท่านแม่ต้องทนทุกข์อีก

ดวงตาที่เคยมีเพียงความเศร้า ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า

“เช่นนั้นหรือ” เขาพึมพำเบา ๆ มือที่กอดศพผู้เป็นแม่อยู่ ค่อย ๆ คลายออก

เขาเหลือบมองมีดสั้นที่ตกอยู่ข้างกาย ไม่มีใครสนใจ เพราะไม่มีใครคิดว่าเด็กพิการคนหนึ่งจะทำอะไรได้

เด็กชายยื่นมือไปคว้ามัน ช้า ๆ แต่มั่นคง

บุรุษตรงหน้าเพียงยืนมองด้วยสายตาเย็นชา

“จำคำข้าไว้ หากอยากมีชีวิต” เสียงของเขาขาดหายไปเพราะในชั่วพริบตา

ฉึก!

มีดคมกริบปาดผ่านลำคอเล็กอย่างรวดเร็ว เลือดสาดกระเซ็นไปบนพื้น ดวงตาของทุกคนเบิกกว้าง เด็กชายทรุดลงข้างศพมารดา

ร่างเล็กสั่นไหว ก่อนจะค่อย ๆ นิ่งสงบ ริมฝีปากที่เปื้อนเลือดขยับเล็กน้อย

“ชาติหน้า…ข้าจะเอาคืน…ทุกคนอย่างสาสม” เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ความแค้นกลับหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด ลมหายใจสุดท้ายดับลง ภายใต้แสงจันทร์ที่เย็นเยียบและกลิ่นเลือดที่ยังคงคลุ้งไปทั่วจวน

เสียงไม้กระทบพื้นดัง “ปึก” หนักแน่น

เด็กชายคุกเข่าอยู่กลางห้องโถงกว้างของจวนตระกูลหลิน พื้นหินเย็นเฉียบแนบชิดกับหัวเข่าเล็กที่กำแน่นจนซีดขาว ศีรษะก้มต่ำ แต่ดวงตาใต้แพขนตากลับเย็นเยียบผิดวัย

หลินอวี้เฉินสะดุ้ง เขากลับมาแล้ว

เขาย้อนเวลากลับมาเช่นนั้นหรือ!

ภาพเลือด ศพมารดาและความตายของตนเอง ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่ตอนนี้ ขาของเขายังสมบูรณ์ เขายังไม่ถูกทุบจนพิการ เสียงตวาดดังสนั่นห้อง

“เจ้ากล้าขโมยของน้อง แล้วยังไม่ยอมรับผิดอีกหรือ!” บุรุษในชุดขุนนางยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เขาคือหลินเจิ้งอัน รองเจ้ากรมพิธีการ ผู้ทรงอำนาจในราชสำนัก

มือใหญ่ยกสูง เตรียมจะฟาดลงมาโดยไม่ลังเล

ในชาติที่แล้ว เขาไม่เคยหลบ และผลลัพธ์คือกระดูกขาถูกทุบจนแหลกด้วยเงื้อมือของบิดา แต่ครั้งนี้ ดวงตาของหลินอวี้เฉินวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนร่างเล็กจะดีดตัวขึ้น

พรึ่บ!

เขากระโดดหลบอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือของหลินเจิ้งอันฟาดลงบนอากาศว่างเปล่า ความเงียบปกคลุมชั่วขณะ ก่อนเสียงตวาดจะดังขึ้นอย่างเดือดดาล

“เจ้ากล้าหลบข้าหรือ”

หลินอวี้เฉินไม่ตอบ เขาหันหลังแล้ววิ่งตรงไปยังที่นั่งด้านข้าง ร่างเล็กพุ่งไปหลบอยู่หลังสตรีชราในชุดหรูหรา

“ท่านย่า! ช่วยข้าด้วย” เสียงเล็กสั่นเครือดังลั่น

“ท่านพ่อจะฆ่าข้า”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel