บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เด็กสาวจอมแก่น

เมื่อเซร่าเดินมาถึงประตูเชื่อมต่อระหว่างตัวพระตำหนักหลวงกับตึกพักของเหล่านางกำนัล ก็สวนเข้ากับเอมิเร่นางกำนัลรุ่นพี่ที่ยืนกอดอกหัวเราะเยาะเธออยู่ข้างกำแพงประตู

“น่าขำจริงๆ โดนได้ทุกวัน เจ้าไม่เบื่อหรือที่ต้องโดนป้าของเจ้าทำโทษทุกวันแบบเนี่ย” รอยยิ้มเยาะของนางกำนัลรุ่นพี่เผยอขึ้น

“แล้วมันไปหนักส่วนไหนของเจ้าด้วย หรือว่าข้าไปยืนทับบนตัวของเจ้าเข้า เจ้าถึงได้ต้องเดือดร้อนใจแทนข้าขนาดนี้” เซร่ายกมือขึ้นกอดอกและจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว หญิงสาวมั่นใจว่าเอมิเร่ต้องเป็นคนมาฟ้องป้าของเธอเรื่องที่เธอแอบไปปีนต้นไม้แน่ๆ

“นี่เจ้าหาว่าข้าเสือกงั้นเหรอหรือนังเซร่า!” เอมิเร่เดินตรงเข้ามาหาเซร่า ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะประชันชิด

“แล้วแต่เจ้าจะคิด ถอยไป ข้าจะรีบไป หรือเจ้ายังไม่เข็ด จะเอาแบบวันนั้นอีกก็ได้ เข้ามาเลย” เซร่าพูดออกมาแล้วเตรียมถกแขนเสื้อขึ้น ทำเอาเอมิร่าถอยไป 2 ก้าวอย่างอัตโนมัติ เธอนึกถึงรอยช้ำที่ก้นแล้วก็ขนลุก เธอรู้ฤทธิ์ของเซร่าดี เห็นตัวเล็กแค่นี้แต่แรงยังกับม้า เมื่อวันก่อนก็จับเธอทุ่มลงพื้นจนก้นกบแทบหักมาแล้ว

“ฉันหลีกให้ก็ได้ นี่เห็นว่าแกต้องรีบไปหาพระชายานะ ไม่งั้นฉันไม่ถอยแกแน่” เอมิเร่เชิดหน้าขึ้น

เซร่ากระตุกยิ้มเยาะแล้วจึงได้เดินออกมา

เมื่อมาถึงห้องของพระชายาศิริรัตน์ นางกำนัลสาวก็เห็นพระนางประทับนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องแล้ว เธอจึงเดินเลี่ยงเข้าไปเตรียมน้ำอาบให้ ก่อนจะเดินออกมาแล้วคลานเข้าไปนั่งคุกเข่าลงข้างหน้าของพระชายาสาว

“พระชายาจะอาบน้ำเลยหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันเตรียมให้เสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะ”

“ยังก่อนเซร่า” ศิริรัตน์หันมายิ้มให้นางกำนัลสาว ก่อนจะเอ่ยต่อ “ข้าขอถามอะไรเจ้าหน่อยซิ?”

“อะไรหรือเพคะ?” เซร่าเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“ข้ารู้จากจูดาว่าแม่ของเจ้าเป็นคนไทยเหมือนกัน แล้วตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหนหรือ? อยู่กับเจ้าหรือเปล่า? ข้าอยากรู้จักแม่ของเจ้าน่ะ” ศิริรัตน์เอ่ยถามออกมาอย่างยิ้มๆ ส่วนคนถูกถามนั้นก็รีบก้มหน้าลงมองมือบนตักของตัวเองทันทีเมื่อโดนคำถามแทงใจดำเข้า

“หม่อมฉันก็ไม่รู้ว่าแม่เป็นใครแล้วอยู่ที่ไหนเพคะ เพราะแม่ทิ้งหม่อมฉันไว้กับพ่อตั้งแต่หม่อมฉันได้ 3 ขวบ ภาพแม่มันเลือนรางมากเพคะในความทรงจำ หม่อมฉันก็อยากเจอแม่เหมือนกันเพคะ” เซร่าเงยหน้าขึ้นตอบเสียงอ่อย แล้วน้ำตาก็ไหลล่วงลงมา

ศิริรัตน์นั่งลงข้างๆ ก่อนจะโอบกอดเซร่าเอาไว้อย่างสงสารและเห็นใจ เธอไม่ทราบจริงๆ ว่าจะไปโดนใจของนางกำนัลสาวเข้าให้ ถ้ารู้ก็คงจะไม่ถามแบบนั้นออกไป

“ข้าขอโทษ ข้าไม่น่าถามเจ้าเลย” ศิริรัตน์ใช้มือลูบหลังเซร่าเพื่อปลอบโยน

“หามิได้เพคะ พอนึกถึงเรื่องแม่ทีไรเป็นต้องร้องไห้แบบนี้แหล่ะเพคะ” หญิงสาวปาดน้ำตาออกแล้วส่งยิ้มให้ศิริรัตน์

“เจ้าเป็นลูกครึ่งนี่เองถึงได้มีน่าตาคล้ายชาวเอเชียมาก ตากลมโตสีดำ จมูกโด่ง น่าตาจิ้มลิ้มน่ารัก” ศิริรัตน์หยิกแก้มเซร่าเบาๆ แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา

“ที่นี่ก็มีแต่เจ้าเท่านั้นที่พอจะคุยกันรู้เรื่อง” พระชายาสาวอมยิ้มพร้อมกับมองหน้านางรับใช้อย่างเอ็นดู

“ถ้าทรงมีเรื่องอะไรทุกข์ใจบอกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ ถึงหม่อมฉันจะช่วยพระชายาไม่ได้แต่ก็เป็นที่ระบายได้นะเพคะ” นางกำนัลสาวคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนจะเลิกคิ้วสูงแล้วถามนายสาวต่อ

“จริงซิเพคะ หม่อมฉันสังเกตเห็นสีพระพักตร์ทรงเศร้าหมองมา 2-3 วันแล้วนะเพคะ พระชายาทรงเศร้าเรื่องอะไรหรือเพคะ?”

“ข้าก็เหมือนกับเจ้านั้นแหล่ะ คิดถึงแม่และบ้านที่ข้าเคยอยู่” ศิริรัตน์ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไปด้านนอกอย่างเหม่อลอย

เซร่ามีสีหน้าสลดลงพร้อมกับคิดหาวิธีที่จะทำให้นายหญิงของตนเองหายเศร้า แล้วแววตาใสๆ ก็เจิดจ้าขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะคลานเข่าเข้าไปหาเจ้านายสาว

“พระชายาทรงขอองค์สุลต่านออกไปที่ตลาดไหมเพคะ ที่นั่นมีของมากมายให้ทรงเลือก มีทั้งเครื่องประดับผ้าแพรสีสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะเพคะ รับรองพระชายาจะทรงสนุกมากแน่ๆ” เซร่าอธิบายอย่างเห็นภาพ จนศิริรัตน์คลายความคิดถึงบ้านและนึกอยากออกไปเที่ยวตามที่นางกำนัลสาวบอกกล่าวเสียแล้ว

พอตกตอนเย็นหลังจากร่วมโต๊ะเสวยกับพระสวามีเสร็จ ศิริรัตน์ก็ได้ทูลขอองค์สุลต่านเพื่อออกไปเที่ยวที่ตลาดในเมือง

“ฝ่าบาทเพคะพรุ่งนี้หม่อมฉันขอออกไปเที่ยวที่ตลาดนะเพคะ” ศิริรัตน์จ้องพระพักตร์องค์สุลต่านอย่างรอลุ้น

“ตามใจเจ้าซิ แล้วจะไปกับใครล่ะ?” องค์สุลต่านเลิกพระขนงขึ้น

“กับเซร่าเพคะ นางชำนาญทางดีกว่าทุกคน และหม่อมฉันจะแวะไปที่บ้านของนางด้วยเพคะ” ศิริรัตน์คลี่ยิ้มกว้างให้พระสวามี

“ดูท่าเจ้าจะถูกใจนางกำนัลคนนี้เสียจริงๆ เลยนะ” องค์สุลต่านรับสั่งยิ้มๆ

“เพคะ เพราะนางมีเลือดไทยอยู่ครึ่งหนึ่งเพคะ” ศิริรัตน์ทูลตอบพระสวามี

“ข้าเพิ่งรู้นะเนี่ย” องค์สุลต่านเลิกพระขนงสูงอย่างแปลกพระทัย ก่อนจะรับสั่งขึ้นอีกครั้ง “แล้วอย่ากลับกันเย็นมากนักก็แล้วกัน” ทรงแย้มพระสรวลกว้าง ศิริรัตน์จึงให้รางวัลด้วยการจูบที่แก้มของอีกฝ่ายหนึ่งที

“ข้าถือว่าเป็นคำชวนนะ” องค์สุลต่านหันมาแย้มพระโอษฐ์อย่างกรุ้มกริ่มให้พระชายาสาว ก่อนจะประทับลุกขึ้นแล้วโอบเอวบางพาเดินเข้าไปที่ห้องบรรทม

เซร่ามองตามทั้ง 2 พระองค์ไปพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความชื่นชม ถึงแม้วัยจะต่างกันแต่ความรักของคนทั้งคู่ไม่เคยแตกต่างกันเลย

“น่าอิจฉาจัง ถ้าข้ามีความรักบ้างจะเป็นอย่างไรนะ” หญิงสาวรำพึงกับตนเองแล้วเดินกลับไปยังห้องพักของตนเองเพราะวันนี้คงหมดหน้าที่ของเธอแล้ว

รุ่งเช้าเซร่ามาเข้าเฝ้าเจ้านายสาวแต่เช้า องค์สุลต่านให้องครักษ์ราชิดกับทหารอีก 2 นายตามเสด็จพระชายาศิริรัตน์ไปด้วยเพื่ออารักขาความปลอดภัย

เมื่อมาถึงตลาด ศิริรัตน์ก็เดินตรงไปที่ร้านขายเครื่องประดับ ของทุกชิ้นดูสวยงามไปหมด เธอเลือกได้สร้อยข้อมือโรเดียมฝังพลอยหลายสีให้ตัวเอง ก่อนจะหันไปมองเซร่าซึ่งกำลังเลือกอยู่เช่นกัน

“เลือกได้หรือยังเซร่า” ศิริรัตน์ถามยิ้มๆ

“ยังเพคะ มันสวยทุกชิ้นเลยเพคะ” เซร่าหันมายิ้มให้เจ้านายสาว แล้วก็หยิบสร้อยคอขึ้นมาชิ้นหนึ่ง เป็นสร้อยเงินมีจี้รูปปลาโลมาสองตัวหันหน้าเข้าหากัน ตรงกลางมีพลอยสีชมพูเม็ดใหญ่ประดับอยู่

“ได้แล้วเพคะ...สวยไหมเพคะ” นางกำนัลสาวยกให้เจ้านายสาวดู ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้าง

“สวยจ้ะ เหมาะกับเจ้าดี” ก่อนจะหันไปทางพ่อค้าที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหน้า “พ่อค้าเอา 2 ชิ้นนี้นะ”

“เอ่อ...ของหม่อมฉัน เดี๋ยวหม่อมฉันจ่ายเองเพคะ” เซร่าร้องขึ้นเมื่อศิริรัตน์จ่ายเงินให้เธอด้วย

“ข้าเป็นคนชวนเจ้ามา วันนี้ข้าเลี้ยงเจ้าเอง”

“ขอบพระทัยเพคะ” เซร่าซาบซึ้งในความมีน้ำใจของพระชายาองค์นี้มาก และเมื่อทั้งคู่เดินชมตลาดจนทั่วแล้วจึงพากันไปที่บ้านของเซร่า ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างด้วยปูนมีพื้นที่กว้างประมาณ 2 งาน ด้านในจัดเป็นร้านขายเครื่องเรือนไม้ บิดาของเซร่ากำลังนั่งขัดไม้อยู่ที่หน้าบ้าน ส่วนมารดาเลี้ยงของเธอกำลังขายสินค้าให้กับลูกค้าอยู่ด้านในร้าน

“พ่อคะ” เซร่าเดินมาหยุดยืนที่หน้าบ้านพร้อมกับร้องเรียกบิดา อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

“เซร่าคิดถึงพ่อจังเลยค่ะ” เซร่าวิ่งเข้ามากอดบิดาไว้แน่น

“พ่อก็คิดถึงลูกจ้ะ” โยฮากอดตอบลูกสาว เขาจ้องมองหน้าลูกสาวนิ่งแล้วภาพของผู้หญิงอีกคนก็ซ้อนทับขึ้นมา เซร่ามีใบหน้าเหมือนแม่ของเธอมาก ยิ่งเห็นบุตรสาวเขาก็ยิ่งนึกถึงนาง

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า” เขาดึงตัวบุตรสาวออกห่างแล้วมองอย่างเต็มตาอีกครั้ง

“สบายดีค่ะ ท่านพ่อล่ะข้าไม่อยู่ท่านลำบากหรือเปล่า”

“พ่อสบายดี แล้วนั่น...” โยฮาหันไปทางศิริรัตน์ที่เดินตามมาพร้อมกับราชิดและทหารองครักษ์ เซร่าจึงผละจากบิดาเดินเข้าไปหาเจ้านายสาว

“ท่านพ่อคะ ท่านนี้คือพระชายาศิริรัตน์ค่ะ” หญิงสาวแนะนำฝ่ายที่สูงศักดิ์ก่อน โยฮารีบลุกขึ้นยืนมาทำความเคารพ แล้วฉุดให้ฮาน่าที่เพิ่งเดินออกมาจากข้างในร้านให้ทำความเคารพตาม

“ท่านนี้คือบิดากับมารดาเลี้ยงของหม่อมฉันเพคะ” สิ้นคำบอกของบุตรสาวโยฮากับฮาน่าก็นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าศิริรัตน์

“ไม่ต้องมากพิธีหรอก เชิญตามสบาย” ศิริรัตน์ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ ฮาน่านำผ้ามาปูให้ศิริรัตน์นั่ง หญิงสาวนั่งลงแล้วมองไปรอบๆ บ้าน ก่อนจะหันมาทางเจ้าของบ้านอีกครั้ง “ข้าแค่มาดูว่าพวกท่านอยู่สุขสบายดีหรือเปล่า”

“พวกหม่อมฉันสบายดีพะย่ะค่ะ” โยฮาก้มหน้าลงนิดหนึ่งก่อนจะทูลตอบ

“พวกท่านอยู่กันแค่สองคนเองหรือ?” ศิริรัตน์ถามต่อ

“เปล่าเพคะ มีลูกสาวอีกหนึ่งคนเพคะ นางไปตลาดยังไม่กลับมาเพคะ” ฮาน่าเป็นฝ่ายตอบก่อนจะปรายหางตาไปมองทางเซร่าตาขุ่น แล้วกระแทกเสียงใส่อย่างดุๆ “เซร่า เจ้าทำความหนักใจให้ใครที่นั่นหรือเปล่า”

“นางรับใช้ข้าเป็นอย่างดี และเป็นเพื่อนที่ดีของข้าด้วย” ศิริรัตน์เป็นฝ่ายตอบแทนให้เพราะเธอพอจะรู้มาจากจูดาว่าแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงนั้นไม่ลงรอยกัน

“ข้ารู้ตัวเองว่าอยู่ที่ไหนและควรทำตัวอย่างไร ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงข้าขนาดนั้นหรอกค่ะ” เซร่าเน้นเสียงอย่างประชดก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง ฮาน่ากัดริมีปากและตวัดสายตาค้อนให้อย่างนึกหมั่นไส้ลูกเลี้ยงแต่ก็ไม่แสดงออกอะไรมากเพราะเกรงคนที่มากับเซร่านั่นเอง

“พระชายาเพคะเสด็จกลับวังเถอะเพคะแดดแรงมากแล้ว เดี๋ยวองค์สุลต่านจะเป็นห่วง” เซร่าหันมาพูดกับนายหญิงของตน ศิริรัตน์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยแล้วหันไปกล่าวลาผู้อาวุโสที่นั่งตรงข้ามกับตน

“ข้ากลับก่อนนะแล้วถ้าว่างข้าจะมาเยี่ยมพวกท่านใหม่”

“พะย่ะค่ะ” “เพคะ” สองสามีภรรยารับคำพร้อมกันก่อนจะก้มศีรษะลงเพื่อทำความเคารพแล้วเดินออกไปส่งเสด็จพระชายาสาวที่รถ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel