บทที่ 5 ดื่มไวท์แทนน้ำ
เช้าวันรุ่งขึ้นลี่อินขี่จักรยานไปทำงานหน้าที่ภารโรงเหมือนทุกวัน เสร็จงานแล้วจึงเข้าไปนั่งพักที่ห้องเก็บของ ซึ่งเป็นห้องของเธอสำหรับพักผ่อนก่อนเริ่มและหลังเลิกงาน
ลี่อินถูพื้นอยู่มุมห้อง พักมองดูนางแบบซ้อมเดินอยู่บนเวทีเป็นระยะเหมือนทุกวัน
“เดินขาสับกันให้มากกว่านี้หน่อย” “เดินให้มันท่าทางสบายกว่านี้อีกนิด” “อย่าเดินหลังค่อมแบบนั้นสิ” “เดิน...” เสียงหัวหน้าฟางจิงกับพี่เข่อซิงผู้ช่วย สอนนางแบบบนเวทีแบบนี้ทุกวัน เธอได้ยินจนชิน
“สวัสดีค่ะคุณลี่หลิน” เสียงพนักงานคนหนึ่งทักนางแบบสาวสวยที่วงการนางแบบต้องการตัว เธอเดินเข้ามาในห้อง ทำให้ทุกคนต่างให้ความสนใจ กล่าวทักหญิงสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะคุณฟางจิง” ลี่หลินกล่าวทัก ไม่ก้มศีรษะแม้แต่น้อยทั้งเธออายุน้อยกว่าฟางจิงกว่าสิบปี
“วันนี้มาเร็วกว่าเวลาตั้ง 15 นาทีเลยนะค่ะ” หัวหน้าฟางจิงกล่าวยิ้มแย้ม เพราะปกตินางแบบสาวลี่หลินจะมาสายเสมอจนเป็นเรื่องปกติ ต้องเผื่อเวลาไว้ให้เธอสักครึ่งค่อนชั่วโมง
“ค่ะ” ลี่หลินตอบสั้น แต่สายตามองไปรอบห้อง และหยุดอยู่ที่ภารโรงสาว ที่ยืนถือไม้ถูกพื้นตรงมุมห้อง ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียว
“ขอตัวก่อนนะค่ะ” ลี่หลินเดินไปนั่งที่เก้าอี้ซึ่งจัดไว้ให้เธอโดยเฉพาะ
“น้ำค่ะ” ลี่อินถือถาดหยิบแก้วน้ำพร้อมที่รองวางบนโต๊ะอย่างสุภาพ
“ขอบใจ” นางแบบสาวลี่หลินกล่าวพอได้ยิน ขณะเดียวกันแอบหยิบซองขาวออกมาจากกระเป๋าแอบส่งให้ใต้ถาด ลี่อินรับโดยใช้ถาดบังแนบกับตัว ก่อนเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
ลี่อินเดินเข้าไปในห้องเก็บของวางถาด เปิดซองขาวมองดูเงินจำนวนหนึ่งอยู่ข้างใน ใบหน้าของเธอแย้มยิ้มดีใจ มันเป็นเงินน้ำพักน้ำแรงที่เธอยอมขึ้นไปเดินแบบแทนกวงลี่หลินเมื่อหลายวันก่อน
“คุณลี่หลิน” เสียงทักทำให้เธอหันไปมอง ชายหนุ่มใบหน้าคุ้นเคย
“เลขาจางเหว่ย” เธอยิ้มกล่าวทักอย่างนอบน้อม
“คุณหยางห่าวซวนรออยู่ที่รถนะครับ” เลขาจางพูดเหมือนลี่หลินรู้จักกับคนชื่อหยางห่าวซวนเป็นอย่างดี
“รถอะไรค่ะ?” ลี่อินถามตรงๆ
“อ้อ..วันนี้เอารถเก๋งสีดำทะเบียน XR-5588 มานะครับ รออยู่ที่ลานจอดรถชั้น 2A นะครับ” เลขาจางพูดเสร็จก็เดินไปคุยกับคนอื่นต่อ
ลี่อินคิดว่าไปหาคนชื่อหยางห่าวซวนแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอจึงไปหาเขาที่ลานจอดรถชั้น 2A ด้วยรองเท้าส้นสูง 3 นิ้ว ชุดราตรีสีอ่อนสายเดียว กับผ้าคลุมไหล่บางๆ อีกผืน
“แป้น” เสียงแตรรถดังหนึ่งที เธอเดินออกมาจากลิฟท์ ลี่อินมองหาทะเบียนรถ XR-5588 เธอเห็นมันจอดอยู่มุมหนึ่งของอาคารจอดรถ เธอจึงเดินเข้าไปหา
“ก๊อกก๊อก” เธอเคาะกระจกสองที
กระจกรถเลื่อนลงเธอเห็นใบหน้าคมเข้ม ดวงตาเรียวคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป ผู้ชายตรงหน้าคนนี้น่าตาดีจัดว่าหล่อเหลามากทีเดียว เขายิ้มให้เธออย่างคุ้นเคย ยิ่งยิ้มยิ่งมีเสน่ห์โคตร
“ขึ้นมาสิ” เขากล่าว เสียงทุ้มกังวานไพเราะจริง
ลี่อินมารู้ตัวอีกทีก็นั่งอยู่ในรถของเขาเสียแล้ว
“คุณหิวไหม แวะกินอะไรก่อน” เขาพูดขึ้นขณะเลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
เขาพาเธอขึ้นไปรับประทานอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม เกิดมาไม่เคยเห็น วิวสวยมาก และวันนั้นมีดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า อาหารที่เขาสั่งให้เธอก็อร่อยมาก แต่เสียดายแต่ละจานที่เอามาเสิร์ฟน้อยไปหน่อย ลี่อินกินไม่อิ่ม แต่ต้องทำตัวมีมารยาทกินให้น้อยและต้องกินให้เหลือคาจานไว้ด้วย
“ไวท์ครับ” บริกรชายกล่าวขณะรินไวท์น้ำใสๆ ใส่แก้วให้เธอ
ลี่อินยิ้มขอบคุณให้บริกรหนุ่ม เธอกินน้ำบนโต๊ะหมดแล้ว และยังหิวอยู่ จึงหยิบแก้วไวท์ขึ้นดื่มรวดเดียวหมด บริกรหนุ่มหยิบแก้วรินไวท์เติมให้อีกครั้ง ก่อนวางขวดไวท์ไว้บนโต๊ะ
“ค่อยๆ จิบสิคุณ เดียวก็เมาหรอก” เสียงคนหล่อห่าวซวนเตือน
เขาเห็นหญิงสาวตรงหน้ายิ้มหวานสดใส ลี่อินรู้สึกมึนนิดๆ พยายามสะบัดหน้าให้หายมึน
“หิวน้ำ” ลี่อินบอกขณะยกแก้วไวท์ขึ้นดื่ม ครั้งนี้หมดกระหายน้ำแล้ว แต่รู้สึกมึนง่วงนอน มองเห็นผู้ชายตรงหน้ามีหลายหน้า
“เรารู้จักกันมาก่อนไหมค่ะ” ลี่อินถาม เธอเห็นเขายิ้มกว้างให้เธอ เธอจึงยิ้มตอบ “ง่วงนอนแล้วกลับบ้านกันเถอะ” เธอบอก ลี่อินอยู่ในอาการมึนเมาเธอพูดอะไร ทำอะไรเธอไม่รู้ตัว และจำไม่ได้
เธอรู้สึกตัวสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่น นอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ สบายจัง ลี่อินกางแขนหลับสบาย รู้สึกมีอะไรอุ่นๆ ประกบริมฝีปาก “อื่อ..” ลี่อินอดครางออกไปไม่ได้เมื่อมีอะไรแทรกเข้ามาในช่องปากดิ้นอยู่ในปากทุกซอกทุกมุม เจ้าสิ่งนั้นมันทั้งอุ่นและร้อนจนเธออดใช้ลิ้นดูดมันไว้ให้อยู่กับที่
เธอรู้สึกว่าปากโดนบดขยี้อย่างเร่าร้อน “อื่อ..” จนเธอร้องครางออกมา เธอรู้สึกเหมือนฝันมันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ช่างเย้ายวนอารมณ์สวาทของเธอ มันเป็นความฝันที่เธออยากลองสักครั้ง เธอหายใจกระชั้นถี่เธอต้องการให้ความฝันตอบสนอง
รสสัมผัสที่ชายในความฝันมอบให้ตอนนี้ เขาใช้ลิ้นเลียที่ใบหูและเม้มติ่งหูของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกเสียวจนต้องร้องคราวออกมา “อื่อ..” เธอรับรู้ได้ว่าเขาหอมแก้ม ซุกไซ้ปลายคาง ซอกคอ เธอเงยหน้าให้เขาซุกไซ้ให้เต็มที่ มันช่างเคลิบเคลิ้ม “อ้า..” เธอครางอย่างพอใจ
