บทที่ 2 เหตุการณ์ก่อนภาพตัด
สมยอม? เป็นฝ่ายบุกเข้าหาผู้ชายก่อน? ไม่จริง เป็นไป ไม่ได้ คนอย่างเธอเนี่ยนะจะเป็นฝ่ายเข้าหาผู้ชายก่อนเพื่อทำเรื่องอย่างว่า ไม่มีทาง! เธอมั่นใจว่าคนอย่างเธอจะไม่มีวันทำเรื่องอย่างนั้น ถึงแม้จะไม่มีสติเธอก็คงไม่เบลอขนาดอยากปล้ำผู้ชายหรอก มันจะต้องมีอะไรผิดปกติแน่
“ภาพสุดท้ายที่คุณจำได้คืออะไรครับ” เฮมเม็ทเห็นสีหน้าตกใจของซาแมนต้าก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ แต่มันออกจะเกินไปหน่อยไหมที่เธอจำเรื่องราวซาบซ่าของเราไม่ได้เลย ลืมลงได้ไง?
เขาพอจะมองออกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งไม่ใช่สายอ่อนไหว เพราะฉะนั้น เฮมเม็ทจึงไม่แปลกใจมากนักที่ไม่เห็นอาการโศกเศร้าหรือหวาดกลัวจากซาแมนต้า เธอเป็นคนที่คุมสติได้ดี และเพราะแบบนี้เขาเลยรู้สึกสนใจผู้หญิงที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขา สนมากๆเลยด้วย อันที่จริงซาแมนต้าสะดุดตาเขาตั้งแต่แรกพบ เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์เกินต้านมาก
“ภาพสุดท้าย...” ซาแมนต้าหลับตาลงและพยายามนึกย้อนภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอพอจะจำได้ว่า เมื่อวานเธอได้เบาะแสจากหน่วยข่าวกรอง เกี่ยวกับพวกลูกน้องของกลุ่มแบล็กเรเวนจะเข้าไปใช้บริการที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งตัวเธอได้รับมอบหมายให้ค้นหาแหล่งกบดานของพวกมัน
กลุ่มแบล็กเรเวน เป็นกลุ่มคนนอกกฏหมายที่หน่วยงานของเธอกำลังตามจับตัวอยู่ เหตุการณ์ร้ายแรงล่าสุดที่พวกมันทำ นั่นก็คือ พยายามจับตัวด็อกเตอร์มาครอฟ วัตสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านยากล่อมประมาท พวกมันต้องการสูตรยากล่อมประสาทชนิดพิเศษที่ด็อกเตอร์เป็นคนคิดข้นขึ้นมา แต่โชคดีที่พวกมันเอาไปไม่ได้และนั่นมาพร้อมกับโชคร้ายที่ทำให้ด็อกเตอร์มาครอฟเสียชีวิตในขณะที่ขับรถหลบหนีพวกแบล็กเรเวนและเกิดอุบัติเหตุยางรถระเบิดเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำ ทำให้ด็อกเตอร์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
แม้ว่าพวกมันจะยังไม่ได้สูตรยาไป แต่หน่วยของเธอคงปล่อยให้พวกมันลอยนวลอยู่ในเมืองนี้ไม่ได้ และตอนนี้เป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องตามหาตัวพวกมันให้เจอโดยเร็วที่สุด ยิ่งเร็วยิ่งดี คนอย่างพวกมันปล่อยไว้มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
“อื้อ!!...” แต่แล้วสมาธิที่เธอกำลังใช้เพื่อขุดภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็ต้องกระเจิดกระเจิง เมื่อจู่ๆริมฝีปากร้อนของเฮมเม็ทประกบลงมาที่ริมฝีปากบางของเธอ มิหนำซ้ำเขายังกัดปากล่างของเธอและใช้จังหวะที่ซาแมนต้าจะอ้าปากร้องสอดลิ้นเข้าไปควานหาความหวานในโพรงปากของหญิงสาว
ซาแมนต้าตกตลึงกับสัมผัสที่เธอไม่ได้ทันตั้งตัว กว่าจะมีสติและคิดได้ว่าเธอควรจะต้องดันหน้าเขาออก แต่ทำได้ที่ไหน เพราะแขนทั้งสองข้างของเธอถูกเขาทับเอาไว้ ตัวเขาหนามากแรงก็เยอะมากด้วย และวิธีเดียวที่เธอต้องทำตอนนี้ก็คือ กัดลิ้นเขา ใช่มันเป็นสิ่งที่เธอควรจะต้องรีบทำ
แต่... ปากของเฮมเม็ทหวานมากเลย ลีลาในการจูบของเขาไม่ธรรมดา ถึงประสบการณ์ด้านจูบเธอจะติดลบแต่ก็พอรู้ว่าแบบไหนฟินไม่ฟิน ถามว่าวัดจากตรงไหนก็คงวันจากความพึงพอใจของเธอนี่แหละ ก็ดูร่างกายของเธอสิ ตอนนี้เหมือนถูกเขาร่ายมนต์ใส่ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้เลย ทำได้แค่ตอบรับรสจูบหวานๆจากเขา ‘เดี๋ยว!มันใช่ไหมแซม เธอจะใจง่ายกับคนที่ได้แล้วไม่ได้นะ อย่างน้อยต้องรู้จักเขามากกว่านี้ก่อน’ ได้แต่คิดในใจ เห้อ
“ก็คุณคิดนานไป ปล่อยให้ผมก้มมองใบหน้าสวยๆของคุณ มองริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อของคุณ ผมจะทนไหวได้อย่างไงล่ะครับ แต่ผมห้ามตัวเองแล้วนะสาบานได้” เฮมเม็ทรีบอธิบายเหตุผลที่เขาจูบเธอในทันทีที่ถอนริมฝีปากของตัวเองออกอย่างเสียดาย แต่ถ้าไม่ยอมหยุด สายตาคาดโทษที่เธอมองเขาอยู่ตอนนี้อาจกลายเป็นการประหารชีวิตของเขาแทนเลยก็ได้
“แน่ใจนะว่านี่คือห้ามตัวเองแล้ว ถ้าไม่ห้ามคุณไม่จับฉันปล้ำเลยเหรอ” ซาแมนต้าพูดฉอดๆใส่หน้าคนทำตัวซึน ยังจะมายิ้มให้อีก คนบ้า!
“ยิ้มอะไร คุณเป็นโรคจิตแหง”
“ผมชอบมองเวลาคุณพูดนี่ครับ น่ารักดี”
ตึกตัก ตึกตัก เห้ย! ทำไมใจสั่นกับคำพูดของเขาได้เนี่ย มันไม่ใช่แล้วนะแบบนี้ หลังจากนี้เธอต้องไปฝึกโยคะแล้วละเพื่อฝึกสมาธิให้แกร่งขึ้น อะไรกัน ทำงานอยู่กับพวกผู้ชายมาก็เยอะ ไม่เห็นจะเคยหวั่นไหวให้กับใครเลย แล้วทำไมกับเฮมเม็ทที่พึ่งตื่นมาเจอกัน ทำไมเขาทำให้ใจเธอสั่นได้แรงขนาดนี้
“ไร้สาระ! แล้วคุณช่วยลุกออกไปได้ไหม ฉันอึดอัด”
“ขอร้องผมก่อนสิ แซมคนเก่ง” ทำแบบนี้ หึ สงสัยหน้าหล่อๆอยากให้เธอเจิมแผลให้สะแล้ว
“นี่เราสนิทกันแล้วเหรอคะ คุณเฮมเม็ท”
“ครับ ผมยัดเหยียดความสนิทของเรา เมื่อกี้นี้เลย อ่อ คุณเรียกผมแค่ เฮมเม็ทก็ได้นะ หรือจะเรียก เฮช ก็ได้ ผมให้คุณเรียกคนเดียวเลย ถ้าไม่ใช่เมียไม่ยอมให้เรียกแบบนี้นะ”
“...” อึ้ง! ซาแมนต้าทำหน้าเหวอกับสรรพนามที่เขาพูดออกมา เมียเลยเหรอ เกินไปไหม
“ฉันไม่ใช่เมียคุณ! และกรุณาเอาร่างหนักๆของคุณออกไปด้วยค่ะ ฉันหนัก หายใจไม่ออก”
“ถ้าคุณยอมขอร้องผมดีๆ พูดเพราะๆ ผมจะยอมลุกให้ครับ” เฮมเม็ทยักคิ้วยียวนกวนประสาทให้ซาแมนต้า และดูเหมือนเธอเองก็รู้ว่าเสียเปรียบเขาอยู่ เอาวะ ก็แค่ปั่นหน้ายิ้มพูดดีมันไม่ยากหรอก ‘หลุดไปได้เมื่อไหร่ นายตายแน่!’
“คุณเฮม...”
“โนโน่ว ไม่เรียกแบบนี้ครับ”
ซาแมนต้ากัดฟันกรอดๆ เธออยากจะงับหน้าระรื่นของเขาเสียจริง คนอะไรเรื่องมากที่สุด!
“ฮะ เฮชคะ คุณช่วยลุกขึ้นก่อนได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันหายใจไม่ออกค่ะ” เป็นการพูดขอร้องที่กล้ำกลืนฝืนทนมาก แต่ดันเรียกเสียงหัวเราะออกมาจากเฮมเม็ทได้ และแล้วเขาก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี เขาเปลี่ยนมานั่งข้างเธอบนเตียง
“ถ้าคุณทำร้ายร่างกายผมละก็ ผมจะจับคุณกดลงเตียงอีกครั้งและคราวนี้ผมจะทำมากกว่าจูบ...”
เฮมเม็ทรีบดักคอซาแมนต้า ทำให้เธอทำท่าฟึดฟัดออกมาอย่างขัดใจ มันจะเกินไปแล้วมั้ง ทำเป็นรู้ทันไปหมด
“ใครจะทำแบบนั้น คุณระแวงไปเองหรือเปล่าคะ เฮช!” สะบัดหน้าหนีแกล้งมองไปทางอื่น เบื่อจริงคนรู้ทัน
“แล้วสรุปว่าคุณนึกเรื่องเมื่อวานออกหรือยังครับ”
คำถามของเฮมเม็ททำให้ซาแมนต้ารีบหันกลับมามองหน้าคนที่ไม่รู้ตัวเลย ว่าเป็นเพราะจูบของเขานั่นแหละที่ทำให้เธอนึกอะไรไม่ออก แต่ก็พอจำได้เลือนราง
“ฉันจำได้ว่า...” ซาแมนต้าเว้นคำพูดไว้ก่อน เธอจะพูดความจริงทั้งหมดไม่ได้ เธอจะปล่อยให้เขารู้ว่าเธอทำงานอะไรและกำลังทำเรื่องสำคัญอะไรอยู่ไม่ได้ อีกอย่างหลังจากนี้เธอกับเขาคงไม่ได้เจอกันอีก เธอจะคิดเสียว่ามันก็แค่วันไนท์ก็แล้วกัน
“คือฉันนัดเพื่อนให้ไปเจอกันที่ผับ แล้วระหว่างที่นั่งรอ อืม...อ๋อ มีผู้ชายตัวใหญ่ๆสามคนเดินเข้ามาหาฉัน ใช่! ไอ้ผู้ชายสามคนนั้นมันเข้ามาจะจีบฉัน พอฉันไม่เล่นด้วยพวกมันก็พยายามจะใช้เงินซื้อฉัน แล้วหลังจากนั้น ฉันก็ทะเลาะกับผู้ชายสามคนนั้น ใช่แล้ว! ฉันจำได้แล้ว คุณโผล่มาตอนนี้นี่เอง คุณเข้ามาช่วยฉันแล้วหลังจากนั้นภาพก็ตัดไป อ่อ แต่ก่อนที่คุณจะเข้ามา ฉันถูกผู้ชายสองจับตัวไว้แล้วอีกคนหนึ่งบีบที่กรามของฉัน มันยัดอะไรบางอย่างเข้าไป มันคืออะไรคะ คุณรู้ไหม”
พอความจำไหลมาเรื่อยๆหญิงสาวก็เริ่มพูดไม่หยุดจนเมื่อเธอจำเรื่องสำคัญได้ แต่ซาแมนต้าดันไม่รู้ว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นบังคับให้เธอกินคืออะไร ในขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้น ใบหน้าของเฮมเม็ทมีท่าทีที่เปลี่ยนไป เหมือนเขาลำบากใจที่จะพูด
“แซมครับ คุณถูกบังคับให้กินยาปลุกเซ็กส์”
