บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: มารดาใจยักษ์ฟื้นคืนชีพ

ความเจ็บปวดร้าวลึกแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดขยี้ หลินหว่านพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของเหงื่อไคลลอยแตะจมูก ลมหนาวที่พัดลอดผ่านรอยแตกของผนังดินเข้ามาบาดผิวจนเจ็บสะท้าน

นางจำได้ว่าตนเองเพิ่งประสบอุบัติเหตุรถคว่ำในยุคปัจจุบัน แต่ไฉนเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา สภาพแวดล้อมรอบกายกลับกลายเป็นห้องซอมซ่อราวกับยุคโบราณเช่นนี้

ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์ ภาพเหตุการณ์มากมายที่ไม่ใช่ของนางหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณ

นางทะลุมิติมาแล้ว

และที่เลวร้ายกว่าการทะลุมิติมาอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพง คือการที่นางจับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่ได้ชื่อว่า ‘มารดาใจยักษ์’ แห่งหมู่บ้านตระกูลซู

เจ้าของร่างเดิมมีนามว่า ‘หลินหว่าน’ เช่นเดียวกัน เป็นแม่ม่ายวัยสามสิบปลายๆ ที่สามีบัณฑิตทิ้งไปสอบ จอหงวนแล้วหายสาบสูญ ทิ้งบุตรสามคนไว้เบื้องหลัง ทว่าแทนที่นางจะเป็นมารดาที่รักใคร่ทะนุถนอมสายเลือด หลินหว่านคนเดิมกลับเป็นสตรีที่เห็นแก่ตัว ร้ายกาจ ขี้เกียจสันหลังยาว และใช้แรงงานลูกๆ อย่างหน้าไม่อาย

ในยุคที่ภัยแล้งคุกคามจนผู้คนต้องกินรากไม้ นางกลับบังคับให้สะใภ้และลูกชายไปขุดหาของกินมาประเคนตนเอง หากหาไม่ได้ก็ทุบตีและด่าทอ ลูกชายคนโต ‘ซูต้า’ ที่มีแต่พละกำลังก็ถูกหลอกใช้จนโง่งม ลูกชายคนรอง ‘ซูเอ้อร์’ ก็ถูกด่าทอจนกลายเป็นคนขี้ขลาดหัวหด ปล่อยให้ภรรยากดขี่ และที่เลวร้ายที่สุดคือ ‘ซูเม่ย’ บุตรสาวคนเล็กวัยสิบหกปี ที่ถูกใช้งานเยี่ยงทาส ซ้ำร้าย...

หลินหว่านคนเดิมเพิ่งจะประทับลายนิ้วมือในสัญญา ขายซูเม่ยให้กับ ‘ตาเฒ่าจู’ คนขายหมูในตำบลที่มีอายุรุ่นราวคราวปู่ แถมยังมีประวัติเมียตายอย่างปริศนาถึงสี่คน ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อแลกกับข้าวสารครึ่งกระสอบ แป้งหยาบหนึ่งถุง และเงินอีกไม่กี่สิบอีแปะ มาปรนเปรอปากท้องของตนเอง

ด้วยความตะกละ นางแอบกินแป้งหยาบที่ผสมทรายมากเกินไปจนอาหารเป็นพิษ ล้มป่วยกะทันหันและสิ้นใจไปเงียบๆ บนเตียงเตา ปล่อยให้หลินหว่านจากยุคปัจจุบันเข้ามาสวมรอยแทน

“ท่านแม่ยังไม่ฟื้นอีกหรือ หากปล่อยไว้อีกเพียงครึ่งก้านธูป คนของตาเฒ่าจูจะมารับตัวนังเม่ยแล้วนะ”

เสียงแหลมปรี๊ดของ ‘หวังซื่อ’ สะใภ้ใหญ่ดังทะลุประตูไม้เข้ามา หวังซื่อเป็นคนขี้ตระหนี่และหวาดกลัวแม่สามีจนขึ้นสมอง แต่นางก็หวงแหนเสบียงที่แลกมาด้วยชีวิตของน้องสะใภ้ยิ่งกว่าสิ่งใด

“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจะเสียงดังไปไย ประเดี๋ยวท่านแม่ตื่นมาได้ยินเข้า พวกเราจะโดนไม้ฟาดหลังลายกันหมด” ตามมาด้วยเสียงของ ‘หลี่ซื่อ’ สะใภ้รอง นางเป็นคนฉลาดแกมโกงและชอบบงการสามี “ท่านแม่เป็นคนตกลงขายมันเอง สัญญาก็อยู่ในมือท่านแม่ นังเม่ยมันจะร้องห่มร้องไห้ประการใด ก็ปล่อยมันไปเถิด อย่างไรเสียข้าวสารกระสอบนั้นก็ต่อชีวิตพวกเราไปได้อีกหลายวัน”

“แต่ว่า... น้องเล็กน่าสงสารเกินไปแล้ว ตาเฒ่าจูนั่น...” เสียงทุ้มที่สั่นเครือของซูเอ้อร์ บุตรชายคนรองดังขึ้นเบาๆ

“หุบปากนะไอ้ตัวไร้ประโยชน์ หากเจ้าสงสารมัน พรุ่งนี้เจ้าก็ไปเฉือนเนื้อตัวเองมาต้มให้ข้ากับลูกในท้องกินสิ” หลี่ซื่อตวาดแหวใส่สามีจนซูเอ้อร์เงียบกริบ

“นั่นสิ น้องรอง... ท่านแม่ตัดสินใจแล้ว พวกเราขัดคำสั่งไม่ได้หรอก ขัดใจท่านแม่มีแต่จะโดนทุบตีไม่ได้กินข้าว” ซูต้า บุตรชายคนโตกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงทื่อๆ เขาเกรงกลัวมารดายิ่งกว่าฟ้าผ่า

หลินหว่านที่นอนอยู่บนเตียงเตาถึงกับขมวดคิ้วแน่น

นี่มันนรกขุมไหนกัน แม่แท้ๆ ขายลูกสาว ลูกชายและสะใภ้ก็ยืนดูดำดูดีเพราะกลัวอำนาจมืดของมารดาและเห็นแก่ปากท้อง หากนางลุกขึ้นไปทำตัวแสนดี ร้องห่มร้องไห้กอดลูกสาวตอนนี้ พวกมันต้องคิดว่านางถูกผีสางเข้าสิง หรือไม่ก็กำลังวางแผนชั่วร้ายกว่าเดิมเป็นแน่

ในยุคที่ผู้คนเห็นแก่ตัวเพราะความอดอยาก การทำตัวอ่อนแอคือหนทางสู่ความตาย หากนางต้องการควบคุมครอบครัวสวะนี้ให้อยู่หมัด นางต้อง ‘ร้าย’ ให้มากกว่าเจ้าของร่างเดิม ต้องร้ายจนพวกมันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

“ฮืออออ... ข้าไม่ไป ท่านแม่ใจร้าย พี่ใหญ่ พี่รอง... พวกท่านช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากแต่งให้ตาเฒ่าจู ปล่อยข้าไปเถิด”

เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของซูเม่ยดังแว่วมา เด็กสาวน่าจะถูกจับมัดไว้ในห้องโถง หลินหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มความเจ็บปวดทั่วร่างกาย รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดดันตัวลุกขึ้น นางคว้าไม้ตะพดเนื้อแข็งที่วางอยู่ข้างเตียง อาวุธคู่กายของเจ้าของร่างเดิมมาถือไว้มั่น

ในเมื่อสวรรค์ให้นางมาเป็นนางมารร้าย นางก็จะร้ายให้โลกจำ

ปัง!

ประตูไม้ถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด เสียงกระแทกดังสนั่นทำให้ทุกชีวิตในห้องโถงแคบๆ สะดุ้งสุดตัวและหันขวับมามองเป็นตาเดียว

ภาพเบื้องหน้าทำเอาหลินหว่านใจหายวาบ ซูเม่ยในชุดผ้าฝ้ายปะชุนสีซีดจาง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา กำลังยืนสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ไม้ซอมซ่อ ลำคอเล็กๆ ของนางคล้องอยู่กับบ่วงเชือกที่ห้อยลงมาจากขื่อคาดหลังคา เด็กสาวอาศัยจังหวะที่พี่ชายและพี่สะใภ้เผลอเถียงกัน แอบปีนขึ้นไปเพื่อหวังจะจบชีวิตตนเอง

“นังเด็กบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ ถ้าเจ้าตายแล้วตาเฒ่าจูมาทวงข้าวคืน พวกเราจะทำอย่างไร” หวังซื่อกรีดร้องหน้าตื่น ถลันตัวจะเข้าไปดึงขาซูเม่ย

“ถ้าพวกท่านเข้ามา ข้าจะทิ้งตัวลงไปเดี๋ยวนี้ ข้าขอตายเป็นผีพยาบาทหลอกหลอนพวกท่านทุกคน” ซูเม่ยตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า น้ำตาไหลพราก แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและสิ้นหวัง

“หยุดเดี๋ยวนี้”

เสียงตวาดกร้าวและทรงพลังดังขึ้นจากหน้าประตู น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบและแหบพร่า แฝงไปด้วยอำนาจกดดันที่คุ้นเคย ทำเอาทุกคนในห้องโถงตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง

หลินหว่านก้าวช้าๆ ออกมาจากเงามืดของประตู แม้ร่างกายจะซูบผอมและเจ็บป่วย แต่สายตาที่กวาดมองบุตรและสะใภ้กลับคมกริบราวกับใบมีด นางใช้ไม้ตะพดกระทุ้งพื้นไม้กระดานเสียงดัง ตึง “ทะ... ท่านแม่...” ซูต้าหน้าซีดเผือด รีบก้มหน้าหลบสายตาทันที ซูเอ้อร์ถึงกับตัวสั่นงันงก ส่วนหวังซื่อและหลี่ซื่อก็รีบถอยกรูดไปยืนชิดผนัง ราวกับหนูที่เห็นแมวปีศาจ

หลินหว่านไม่สนใจพวกไร้น้ำยา นางเดินตรงไปหา ซูเม่ยที่ยังคงยืนร้องไห้อยู่บนเก้าอี้ บ่วงเชือกยังคล้องคออยู่ แววตาของเด็กสาวที่มองมารดามีแต่ความหวาดกลัวและเกลียดชัง

“จะผูกคอตายหรือ?” หลินหว่านแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่ชวนขนหัวลุก “ดี เอาเลย ทิ้งตัวลงมาสิ ถีบเก้าอี้ออกไปเลย”

คำพูดของมารดาทำเอาทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แม้แต่ซูเม่ยก็ยังชะงักงัน ลืมร้องไห้ไปชั่วขณะ

หลินหว่านเงื้อไม้ตะพดในมือขึ้นชี้หน้าบุตรสาว “เจ้าคิดว่าชีวิตเจ้านั้นมีค่ามากนักหรือไร เจ้าเกิดมาจากท้องข้า เลือดเนื้อทุกหยด ข้าวทุกเม็ดที่หล่อเลี้ยงเจ้ามาจนอายุสิบหก ล้วนเป็นเงินทองของข้า เจ้าเป็นเพียง ‘สินค้า’ ชิ้นหนึ่งของบ้านตระกูลซู ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าตาย เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ตาย”

พูดจบ หลินหว่านก็ตวัดไม้ตะพดฟาดเปรี้ยงเข้าที่ขาเก้าอี้อย่างแรง

โครม!

เก้าอี้ไม้เก่าๆ แตกหักล้มครืน ซูเม่ยที่ยังไม่ทันตั้งตัวร่วงหล่นลงมากองกับพื้น โชคดีที่บ่วงเชือกบนขื่อนั้นยาวพอและนางยังไม่ได้ทิ้งน้ำหนักตัวลงไป จึงมีเพียงรอยถลอกที่ลำคอและอาการจุกเสียดเท่านั้น

“โอ๊ย” ซูเม่ยครางด้วยความเจ็บปวด กุมลำคอตัวเอง น้ำตาร่วงเผาะ

“ท่านแม่ ข้าวของพังหมดแล้วเจ้าค่ะ” หวังซื่ออุทานด้วยความเสียดายเก้าอี้ แต่เมื่อเจอสายตาพิฆาตของหลินหว่านตวัดมอง นางก็รีบตะครุบปากตัวเองแน่น

หลินหว่านก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวซูเม่ยที่นั่งกองอยู่บนพื้น มองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม “อยากตายเพื่อหนีการแต่งงานนักใช่หรือไม่? เจ้าคิดว่าตาเฒ่าจูนั่นมีค่าพอให้ข้าเสียสละลูกสาวที่เลี้ยงมาสิบหกปีเชียวหรือ?”

ทุกคนในห้องหูผึ่งทันที แม้แต่หลี่ซื่อก็ยังขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

หลินหว่านล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ดึงแผ่นกระดาษยับๆ ที่เจ้าของร่างเดิมเก็บซ่อนไว้อย่างดีออกมา มันคือสัญญาซื้อขายที่ประทับลายนิ้วมือสีแดงหรา นางชูมันขึ้นต่อหน้าทุกคน

“ข้าวสารครึ่งกระสอบกับแป้งหยาบปนทรายหนึ่งถุง...” หลินหว่านแค่นเสียง “ตาเฒ่าจูมันเห็นข้าเป็นขอทานหรืออย่างไร ถึงได้เอาของพรรค์นี้มาแลกกับสตรีวัยกำลังผลิบานที่สามารถทำงานงกๆ ให้บ้านมันได้ไปอีกหลายสิบปี”

แควก! แควก!

เสียงฉีกกระดาษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิท หลินหว่านจัดการฉีกสัญญาฉบับนั้นออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างไม่ไยดี ก่อนจะโปรยเศษกระดาษเหล่านั้นลงบนหัวของซูเม่ย

“ทะ... ท่านแม่ ท่านฉีกสัญญาทำไมขอรับ แล้วข้าวสาร...” ซูต้าอ้าปากค้าง สมองทึบๆ ของเขาประมวลผลไม่ทัน

“หุบปากไอ้ลูกโง่” หลินหว่านหันไปตวาดซูต้าจนร่างใหญ่โตนั้นสะดุ้งโหยง “พวกเจ้ามันโง่เง่าไร้สมอง ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ขายให้ตาเฒ่าจูมันขาดทุนเกินไป ข้าจะเก็บนังเม่ยไว้ใช้งานในบ้าน รีดไถแรงงานมันให้คุ้มกับข้าวสุกที่เสียไปต่างหาก”

ซูเม่ยเงยหน้ามองมารดาทั้งน้ำตา แม้คำพูดของหลินหว่านจะโหดร้ายและฟังดูเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ แต่ในใจลึกๆ ของเด็กสาวกลับรู้สึกราวกับถูกฉุดขึ้นมาจากขุมนรก อย่างน้อย นางก็ไม่ต้องไปเป็นเมียคนที่ห้าของตาเฒ่าวิปริตนั่น

หลินหว่านตวัดสายตาไปมองบุตรชายและสะใภ้ที่เหลือ “ส่วนพวกเจ้า ยืนบื้ออยู่ทำไม ซูต้า หวังซื่อ ไปแบกข้าวสารและแป้งของตาเฒ่าจูคืนไปให้หมดเดี๋ยวนี้ บอกมันว่าหลินหว่านผู้นี้ไม่ขายลูกสาวกินด้วยราคาเศษเงินแค่นี้ หากมันกล้าส่งคนมารังควาน ข้าจะเอามีดสับเนื้อหมูของมันมาสับหัวมันเอง”

“แต่ว่า... ท่านแม่เจ้าคะ หากเอาข้าวไปคืน แล้วพวกเราจะเอาอะไรกินล่ะเจ้าคะ วันนี้ในครัวไม่มีรากไม้เหลือแล้วนะเจ้าคะ” หลี่ซื่อสะใภ้รองรวบรวมความกล้าแย้งขึ้นมา แม้นางจะกลัวแม่สามี แต่นางก็กลัวอดตายมากกว่า

หลินหว่านเดินเข้าไปหาหลี่ซื่อช้าๆ แววตาดุดันจนสะใภ้รองก้าวถอยหลังไปติดผนัง “ปากท้องของพวกเจ้า พวกเจ้าก็หาทางเอาเองสิ ข้าคลอดพวกเจ้ามาจนโตป่านนี้ มีมือมีเท้าครบสามสิบสองประการ กลับไร้ปัญญาหาอาหาร ต้องมารอให้แม่แก่ๆ อย่างข้าขายลูกสาวกินเพื่อเลี้ยงดูพวกเจ้าหรือ น่าไม่อาย”

นางกวาดสายตามองเรียงตัว “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครไม่ทำงาน ก็ไม่ต้องกินข้าว ใครกล้าขัดคำสั่งข้า ข้าจะจับขายเป็นทาสให้หมด รีบไสหัวไปจัดการเรื่องตาเฒ่าจูให้เรียบร้อย หากกลับมาแล้วข้ายังเห็นของของมันอยู่ในบ้าน ข้าจะตีพวกเจ้าให้ขาหัก”

“ขะ... เข้าใจแล้วขอรับท่านแม่ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ซูต้าลนลานรีบดึงแขนหวังซื่อที่ยังคงทำหน้าเสียดายเสบียงให้วิ่งออกไปจัดการตามคำสั่งทันที ซูเอ้อร์ก็รีบลากหลี่ซื่อออกจากห้องโถงไปหลบหลังบ้านเพราะกลัวโดนลูกหลง

เมื่อคนอื่นๆ ออกไปหมดแล้ว ในห้องโถงจึงเหลือเพียงซูเม่ยที่ยังคงนั่งสะอื้นอยู่บนพื้นเศษไม้ หลินหว่านมองดูเด็กสาวที่ผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ในใจปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก แต่นางต้องรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยเย็นชา

“ร้องไห้พอหรือยัง” หลินหว่านเอ่ยเสียงแข็ง “ถ้าพอแล้วก็ลุกขึ้น เก็บกวาดซากเก้าอี้นี่ซะ แล้วไปต้มน้ำร้อนมาให้ข้า ข้าปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว อย่าให้ข้าต้องลงมือตีเจ้าอีกคน”

พูดจบหลินหว่านก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง ปิดประตูเสียงดังปัง ทิ้งให้ซูเม่ยรีบเช็ดน้ำตาแล้วลุกขึ้นมาเก็บกวาดอย่างว่าง่าย แม้จะยังหวาดกลัวมารดา แต่นางก็รอดตายแล้วจริงๆ

เมื่ออยู่เพียงลำพังในห้อง หลินหว่านก็ทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจบนเตียงเตา ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบพยุงไม่อยู่ การสวมบทบาทมารดามหาภัยเมื่อครู่ใช้พลังงานของร่างที่อ่อนแอไปจนหมดสิ้น นางยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ

รอดไปได้อีกหนึ่งเปราะ... แต่ปัญหาใหญ่คือ พรุ่งนี้จะเอาอะไรยัดปากพวกมันนี่สิ นางคิดอย่างอ่อนใจ

ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังคืบคลานเข้ามา เสียงกลไกที่เย็นชาและไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของนาง...

(ติ๊ง ตรวจพบคลื่นสมองที่ตรงเงื่อนไข...) (กำลังดำเนินการเชื่อมต่อ... 10%... 50%... 100%) (ระบบการค้าระดับพหุภพ เพื่อการสร้างฐานะและครอบครัว เปิดใช้งานเสร็จสิ้น) (สวัสดีโฮสต์หมายเลข 999 ยินดีต้อนรับสู่ภารกิจพลิกชะตาแม่ม่ายมหาเศรษฐี คุณได้รับ ‘แพ็กเกจของขวัญสำหรับผู้เริ่มต้น’ ต้องการเปิดเดี๋ยวนี้หรือไม่?)

หลินหว่านเบิกตากว้างในความมืด รอยยิ้มร้ายกาจราวกับตัวร้ายที่แท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าซูบผอม

สวรรค์มีตา ในเมื่อข้าต้องสวมบทแม่ใจยักษ์ ข้าก็จะใช้ระบบนี้แหละ รีดเค้นศักยภาพของไอ้พวกลูกไม่เอาถ่านพวกนั้นให้ถึงที่สุด ใครไม่ทำงานก็เตรียมตัวรับการสั่งสอนจากข้าได้เลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel