ตอนที่7เสียสละ
ตอนที่7เสียสละ
คุกหลวง
ภายในคุกหลวง ความเย็นชื้นเย็นเกาะอยู่ตามผนังหิน กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคลุ้งอยู่ในอากาศ เงาเปลวไฟจากคบเพลิงไหววูบวาบ ราวกับกำลังหายใจ ทำให้ห้องทั้งห้องดูคับแคบและอึดอัดยิ่งนัก
เสิ่นเหยียนหลัวก้าวเข้ามาช้า ๆ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังก้องเบา ๆ นางหยุดยืนเบื้องหน้า เซียวอวี้เหิง ร่างสูงของเขาถูกตรึงไว้กับเสาหิน ข้อมือทั้งสองถูกมัดแน่น เชือกชุ่มไปด้วยเลือด แผ่นหลังเต็มไปด้วยรอยแส้ที่ฉีกเนื้อจนเห็นเลือดสดไหลซึม อาภรณ์ขาดวิ่นแนบติดร่างอย่างนาเวทนา
นางหยุดยืนมองเขานิ่ง ๆ สีหน้าสงบนิ่งอย่างอ่านไม่อ่านออก
บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างก้าวเข้ามา ยกถังน้ำขึ้นก่อนสาดลงใส่ร่างเขาอย่างแรง
น้ำเย็นกระแทกบาดแผล เสียงลมหายใจสะดุดหลุดออกมาจากลำคอเขา ร่างที่หมดแรงกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่ศีรษะจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาที่พร่ามัวจับภาพนางได้ในที่สุด
แววตานั้นไม่ใช่ความแค้น แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงนาง เสียงแหบแห้งแทบแตกดังออกมา
“เหลียนหลัว… เจ้า… ปลอดภัยดีใช่หรือไม่…”
คำถามนั้นเบาราวลมหายใจสุดท้าย แต่กลับหนักอึ้งในอากาศ
เสิ่นเหยียนหลัวมองสภาพของเขา ดวงตาฉายแววรำคาญราวกับกำลังมองเรื่องน่าเบื่อ นางถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะสบตาเขาโดยตรงด้วยสีหน้าหยิ่งผยองเย็นชา
“เซียวอวี้เหิง เลิกหลอกตัวเองเสียที”
นางก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว เสียงรองเท้าเบาแต่ชัดในความเงียบ ดวงตาของนางไร้ความอ่อนโยนเมื่อเอ่ยต่อ
“ข้าเองที่หักหลังท่าน ใส่ความท่าน ท่านก็คงรู้อยู่แล้ว ข้าไม่เคยรักท่าน”
ถ้อยคำแต่ละคำเหมือนมีดบางกรีดลงช้า ๆ ของเขา ดวงตาของเขาสั่นไหวเพียงวูบเดียว ไม่มีเสียงโต้แย้ง ไม่มีคำอ้อนวอน มีเพียงลมหายใจหนักที่สั่นเล็กน้อยราวกับร่างกายกำลังรับความเจ็บปวดที่ลึกกว่าบาดแผลบนร่างกาย
เสิ่นเหยียนหลัวหมุนกายเดินออกไปทันที ชายอาภรณ์ไหวเบา ๆ ตามแรงก้าว ทว่าภายในอกของนางกลับปั่นป่วนอย่างรุนแรงนางควรจะสะใจ ควรหัวเราะกับสภาพของเขาในตอนนี้
แต่หัวใจกลับบีบรัดแน่น ความรู้สึกหนักอึ้งแล่นขึ้นมาจนหายใจไม่ทั่วท้อง ภาพดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงนั้นยังติดอยู่ในความคิด
นางไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ มันไม่ใช่ชัยชนะ ไม่ใช่ความพอใจ เป็นเพียงความปวดร้าวที่ค่อย ๆ แผ่ขยายราวกับบางสิ่งในอกกำลังแตกสลายอย่างเงียบงัน
ความรู้สึกนี้อาจเป็นความเวทนาเขาใช่หรือไม่
เสิ่นเหยียนหลัวชะงักฝีเท้าลง ราวกับหัวใจถูกบางสิ่งดึงรั้งไว้ นางหันกลับไปมองร่างของเขาที่ถูกตรึงอยู่กับเสาหินอีกครั้ง แสงคบเพลิงสาดเงาให้ร่างนั้นดูอ่อนแรงและโดดเดี่ยวยิ่งนัก
แววตาของนางสับสน ไหววูบอย่างไม่อาจปิดบัง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับคำพูดนั้นไม่ได้ตั้งใจให้ผู้ใดได้ยิน
“ข้าติดค้างท่าน ชาติหน้าข้าจะคืนให้”
สิ้นคำ นางก็หมุนกายก้าวเดินแต่ทันใดนั้นเสียงของ เซียวอวี้เหิงที่เต็มไปด้วยความโกรธก็ดังขึ้นจ้างหูนาง
“เสิ่นเหยียนหลัว!”
เสิ่นเหยียนหลัวหันไปตามสัญชาตญาณดวงตานางพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็น เซียวอวี้เหิงในชุดทราชที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของผู้อื่น แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาบีบคอนางแน่นจนนางหายใจไม่ออก ร่างกายนางพลันอ่อนแรงไม่มีแม้แต่แรงต้านท้าน
“ไม่!!”
เสิ่นเหยียนหลัวกรีดร้องออกมาก่อนจะสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นจากความฝัน
นางหอบหายใจเหนื่อยด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ กาย นางยังคงอยู่ในกระโจมของ เซียวอวี้เหิง
“คุณหนู”
เสียงของอารั่วดังขึ้น
เสิ่นเหยียนหลัวหันไปมองตามต้นเสียงนั้นเห็น อารั่วสาวใช้คนสนิทที่กำลังเดินเข้ามาในมือของนางประคองถาดอาภรณ์สีเขียวอ่อนวางอยู่อย่างเรียบร้อย
อารั่วเดินตรงไปวางถาดอาภรณ์ไว้ปลายเตียงก่อนจะหันไปยังโต๊ะข้าเตียงรินน้ำชใส่ถ้วยแล้วยกมายื่นให้เสิ่นเหยียนหลัวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง นางเอ่ยขึ้น
“คุณหนูท่านฝันร้ายหรือเจ้าคะ สีหน้าไม่ค่อย ๆ ดีเลย”
เสิ่นเหยียนหลัวที่เพิ่งยันกายลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียงพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะยื่นมือไปรับถ้วยน้ำชาในมือของสาวใช้ประจำกายด้วย มือที่ยังคงสั่นเทาเล็กน้อย
นางยกขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะยื่นคืนให้สาวใช้ของตนแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“องค์ชายใหญ่เล่า”
อารั่วรับถ้วยชามาก่อนจะเอ่ยขึ้น
“องค์ชายใหญ่เสด็จออกไป ล่าสัตว์กับฝ่าบาทแล้วเจ้าค่ะ”
เสิ่นเหยียนหลัวพยักหน้ารับ นางถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืน
อารั่วที่เพิ่งวางถ้วยชาลงก็หันมาเอ่ยขึ้น
“คุณหนู บ่าวเตรียมน้ำอุ่นเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
เสิ่นเหยียนหบัวพยักหน้ารับ กำลังจะก้าวไปยังอ่างอาบน้ำแต่ทันใดนั้น อารั่วก็ก้าวเข้ามาก่อนแล้วหยิบถุงหอมสีน้ำเงินออกมายื่นให้นาง
เสิ่นเหยียนหลัวชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปรับมันมาโดยไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดออกมา เพราะนางเองก็รู้อยู่แล้วว่าด้านในนี้คืออะไรที่ซ่อนอยู่
นางกำถุงหอมนั้นไว้แน่นก่อนจะก้าวตรงไปยังอ่างอาบน้ำที่อยู่หลังฉากกั้นโดยมีอารั่วสาวใช้คนสนิทก้าวตามไปอย่างใกล้ชิด
เบื้องหน้าคืออ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอบอวล เสิ่นเหยียนหลัวยืนนิ่งโดยมีอารั่วช่วยถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกอย่างคล่องแคล่ว
นางค่อย ๆ ก้าวลงไปในอ่างน้ำอุ่นที่มีกลีบดอกไม้ส่งกลิ่นหอมสดชื่นนางนั่งลงแช่น้ำอย่างผ่อนคลาย ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา
“เซียวอวี้เหิงข้าได้ทำตามคำพูดของตนเองแล้วนะ”
….
กระโจมใหญ่ของ องค์ชายสาม เซียวเฉิงอวี่
ภายในกระโจมใหญ่ที่เงียบสงบ เซียวเฉิงอวี่ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่กลางกระโจมอย่างใจเย็นโดยมีขันทีประจำกายคอยรินชาให้อย่างนอบน้อม ทันใดนั้น องค์รักษ์ในขุดสีดำก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นก่อนจะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขาแล้วโค้งกายต่ำอย่างนอบน้อม
“องค์ชาย ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเฉิงอวี่ชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เหยียนหลัวเป็นอย่างไรบ้าง”
“คุณหนูเสิ่นตอบรับมาแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ยั้งมือหน่อย นางน่ะกลัวเจ็บยิ่งนัก”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”
สิ้นคำ องครักษ์ก็ก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
ขันทีที่ยืนอยู่เคียงข้าง เซียวเฉิงอวี่ เอ่ยถามขึ้นด้วยความลังเลเล็กน้อย
“องค์ชาย พระองค์ใส่ใจคุณหนูเสิ่นถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงให้นาง… อ่อ”
ขันทีถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาอย่างไม่อาจจะพูดต่อ
เซียวเฉิงอวี่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“คิดจะทำการใหญ่ ต้องสละสิ่งเล็กน้อยเช่นนี้ได้”
สิ้นคำ เขาก็ยกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะกลืนมันลงไปพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ เพื่องานใหญ่ของเขาแล้ว เขาต้องจำใจสละนางอันเป็นที่รักของตนเองไปให้คนอื่น
….
