บท
ตั้งค่า

ตอนที่11กลับวัง

ตอนที่11กลับวัง

เซียวอวี้เหิงอุ้มร่างบางของเสิ่นเหยียนหลัวออกจากถ้ำอย่างมั่นคง ฝีเท้าก้าวยาวตรงไปตามเส้นทางที่เหล่าองครักษ์จัดเตรียมไว้ ท่ามกลางเงาไม้และสายลมเย็น ไม่นานขบวนรถม้าที่จอดรออยู่ก็ปรากฏตรงหน้า

เขาประคองนางขึ้นรถม้าด้วยความระมัดระวัง ครั้นตังใจจะถอยออก มือเล็กกลับรั้งชายแขนเสือเขาไว้แน่น เซียวอวี้เหิงหันไปสบตานาง

ดวงตาคู่งามฉายแววออดวอน ใบหน้าซีดเซียวทำให้ถ้อยคำแผ่วเบานั้นยิ่งชวนให้ใจอ่อน

“องค์ชายเพคะ… หม่อมฉันยังเจ็บและหวาดกลัว พระองค์อยู่กับหม่อมฉันอีกหน่อยได้หรือไม่เพคะ”

เขานิ่งไปชั่วลมหายใจ สายตาพินิจใบหน้านางอย่างเงียบงัน ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วก้าวขึ้นไปภายในรถม้า

ไม่นานนัก เสียงล้อไม้ก็เริ่มหมุนเคลื่อน ขบวนรถม้ามุ่งหน้าสู่วังหลวงอย่างเนิบช้า ภายในรถเซียวอวี้เหิงนั่งสงบนิ่งดังภูผา เสิ่นเหยียนหลัวทอดมองเขา ก่อนเผยรอยยิ้มบางแล้วขยับเข้าใกล้จนไหล่แทบชิดกัน

เซียวอวี้เหิงชะงักเล็กน้อย หันมามองด้วยแววตาเข้ม นางเพียงสบตาตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อน

“องค์ชายเพคะ… หม่อนฉันอ่อนแรงนัก ขอพึ่งพระองค์สักครู่ได้หรือไม่”

เซียวอวี้เหิงนิ่งเพียงครู่ก่อนจะยกแขนโอบประคองร่างนางไว้ เสิ่นเหยียนหลัวเอนกายพิงอย่างวางใจ แล้วเงยหน้าขึ้นแตะริมฝีปากเขาเบา ๆ ดุจผีเสื้อแตะกลีบดอกไม้

เซียวอวี้เหิงชะงักไปเพียงชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงสบสายตาหวานของนาง เสิ่นเหยียนหลัวยิ้มบางอย่างเขินอาย ก่อนโน้มกายเข้าไปแตะริมฝีปากของเซียวอวี้เหิงอีกครา เป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบา หากทำให้บรรยากาศในรถม้าร้อนผ่าวขึ้นทันใด เขาตอบรับโดยสัญชาตญาณ โอบร่างนางไว้แน่น ราวเกรงว่านางจะหลุดลอยไป ความใกล้ชิดนั้นเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่เร่าร้อน

ริมฝีปากของเขาเลื่อนผ่านพวงแก้มและลำคออย่างแผ่วช้าด้วยความหลงใหลในกลิ่นหอมอ่อนจากเรือนกายนาง เสิ่นเหยียนหลัวเปล่งเสียงเรียกเขาเบา ๆ

“องค์ชาย…”

เสียงนั้นแผ่วราวสายลม ก่อนร่างบางในอ้อมแขนจะอ่อนแรงลงอย่างกะทันหัน ศีรษะนางเอนซบอกเขา เซียวอวี้เหิงชะงัก สีหน้าที่เคยแน่วแน่พลันแปรเป็นกังวล เขารีบโอบนางไว้แน่น กวาดสายตาตรวจดูใบหน้าที่ซีดเซียวอย่างรวดเร็ว

มือใหญ่เปิดม่านรถม้าออกทันที เสียงสั่งการดังชัดเจน

“เร็ว รีบกลับวัง!”

สิ้นคำ ขบวนรถม้าเร่งความเร็ว เสียงล้อบดถนนดังก้องไปไกล ขณะที่ภายในรถเขายังคงประคองร่างนางไว้แนบอก สายตาไม่ละจากใบหน้าซีดนั้นแม้ชั่วขณะ

……….

ตำหนักองค์ชายใหญ่เงียบสงัด ทว่าเสียงฝีเท้าเร่งร้อนกลับก้องไปตามระเบียงยาว เซียวอวี้เหิงอุ้มร่างเสิ่นเหยียนหลัวไว้แน่น เสื้อคลุมพลิ้วตามแรงก้าว สีหน้าเขาเคร่งเครียดผิดจากความสงบนิ่งยามปกติ

เมื่อเข้าสู่ห้องบรรทม เขาตรงไปยังเตียงโดยไม่ชะลอแม้แต่น้อย ร่างบางถูกวางลงบนที่ห้องนุ่มอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมทอดมองใบหน้าซีดเซียวของนางไม่วาง มือใหญ่กุมมือเล็กไว้แน่น

ไม่นาน ชายชราในอาภรณ์หมอหลวงก็ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ ครั้นหยุดเบื้องหน้าเซียวอวี้เหิง เขาประสานมือโค้งกายต่ำด้วยความเคารพ

“องค์ชายใหญ่”

เซียวอวี้เหิงมิได้ละสายตาจากสตรีบนเตียง เสียงเขาต่ำหนักแต่แฝงความร้อนใจ

“รีบช่วยนาง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

หมอหลวงเอ่ยรับอย่างนอบน้อม ก่อนวางหีบยาไม้ลงข้างเตียง เขาหยิบผ้าขาวบางออกมาปูบนข้อมือของเสิ่นเหยียนหลัว แล้วค่อย ๆ ตรวจชีพจร สีหน้าเคร่งขรึม ทั้งห้องเงียบงัน บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดดุจสายพิณที่ขึงสุด ทุกสายตารวมอยู่ที่ร่างบางบนเตียงขณะที่เวลาคล้ายเดินเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่อัดแน่นด้วยความกังวล

ครู่หนึ่ง หมอหลวงจึงถอนมือ เก็บผ้าและเครื่องมือกลับเข้าหีบอย่างเป็นระเบียบ ก่อนหันมาประสานมือคำนับ น้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจน

“ทูลองค์ชายใหญ่ พระชายาเพียงรับไอเย็นมากเกินไป อีกทั้งมีบาดแผลที่หัวไหล่ จึงทำให้ร่างกายอ่อนแรง พ่ะย่ะค่ะ เดียวกระหม่อมจะจัดยาบำรุงถวาย”

สีหน้าที่ตึงเครียดของเซียวอวี้เหิงคลายลงเล็กน้อย เขาพยักหน้ารับโดยมิได้เอื้อนเอ่ย เพียงยกมือโบกเบา ๆ เป็นสัญญาณ

หมอหลวงรีบโค้งคำนับอีกครั้ง หยิบหีบยาขึ้นถือ แล้วถอยหลังอย่างสำรวม ก่อนก้าวออกจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ

เซียวอวี้เหิงทอดมอง เสิ่นเหยียนหลัวที่ยังไม่ได้สติ ใบหน้าที่ถึงแม้จะซีดเซียวแต่กลับยังคงงดงาม เขาบีบมือนางแน่น แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

ไม่นานองครักษ์ตงมู่ก็ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นพร้อมประสานมือโค้งกายต่ำ เอ่ยขึ้น

“องค์ชาย ฝ่าบาทให้พระองค์ไปเข้าเฝ้า พ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้เหิงไม่ได้ตอบคำใดเพียงพยักหน้ารับ สายตายังคงทอดมองนางอยู่ชั่วครู่ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหมุนกายก้าวออกไปจากห้องขณะนั้น อารั่วสาวใช้คนสนิทของ เสิ่นเหยียนหลัวก้าวเข้ามาพอดีนางหยุดแล้วย่อกายคารวะอย่างนอบน้อม ในมือนางยังคงประคองถ้วยยาไว้

เซียวอวี้เหิงชะงักฝีเท้า สายตามองถ้วยยานั้นเพียงครู่ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

” ดูแลนางให้ดี”

“เพคะ”

อารั่วรับคำ เสียงแผ่วสั่นด้วยความระวัง

เมื่อได้ยินคำตอบ เขาจึงหมุนกายจากไปอย่างสงบนิ่ง ชายเสื้อยาวเคลื่อนตามแรงก้าว

….

ตำหนักองค์ชายสาม

ภายในตำหนักที่เงียบสงบ เซียวเฉิงอวี่นั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องโถงที่เงียบสงบ มือเขายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบแผ่วเบาพลันสายตาหันไปเห็นแจกันดอกโบตั๋นที่วางอยู่ไม่ไกล ภาพในอดีตก็พลันผุดขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม

สองปีก่อน

ภายในห้องโถงที่เงียบสงบนี้มีเสียงหวานของ เสิ่นเหยียนหลัวดังอยู่ข้างกายเขา

“เฉิงอวี่ ท่านชอบหรือไม่”

เสิ่นเหยียนหลัวนั่งอยู่ตรงข้ามเขาพร้อมกับสาวใช้คนสนิทอารั่ว เซียวเฉิงอวี่ยิ้มพลันยกถุงหอมที่นางส่งให้ขึ้นสูดดมแล้วพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบาง แววตาที่มองนางช่างอ่อนโยนจนททำใหเสิ่นเหยียนหลัวหน้าแดงระเรื่อด้วยความอานางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน

“นี่ก็สายมากแล้ว หม่อมฉันต้องขอตัวกลับก่อนนะเพคะ”

“อืม เช่นนั้นข้าจะไปส่งเจ้า”

เซียวเฉิงอวี่ตอบพร้อมลุกขึ้นยืนพร้อมนางแล้วก้าวออกจากห้องพร้อมกัน เสิ่นเหยียนหลัวหันมาส่งยิ้มหวานแววตานางแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าชื่นชมเขา

เซียวเฉิงอวี่ยกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวกลืนความเจ็บปวดลงไป เขาเองจะไม่รู้ได้อย่างไรว่านางมีใจให้ เขาที่นางมักจะมาเอาใจใส่อยู่เสมอก็พลันไม่รู้ว่านางนั้นได้ก้าวเข้ามาในหัวใจแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ แม้ตอนนี้จะรู้สึกผิด แต่เมื่อเขาใดที่งานใหญ่นี้สำเร็จเขาจะไปรับนางกลับมาอยู่เคียงข้างกายอย่างแน่นอน

มือใหญ่รินชาใส่ถ้วยชาอีกคราก่อนจะยกขึ้นดื่ม

ขณะนั้นเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังเข้ามา ร่างขององครักษ์ประจำกายเขาปรากฏขึ้นหน้าห้องเพียงพริบตาเดียวก็ก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้า เซียวเฉิงอวี่ เขาประสานมือโค้งการต่ำอย่างเคารพเปล่งเสียงเรียบแผ่วเบา

“องค์ชาย คุณหนูเสิ่นกลับมาแล้ว พ่ะย่ะค่ะ แต่นางได้รับบาดเจ็บตอนนี้ยังไม่ฟื้น”

เซียวเฉิงอวี่กำถ้วยชาแน่นด้วยความเจ็บปวดในใจ เขารู้ดีว่านางทำเพื่อเขาจึงต้องบาดเจ็บเช่นนี้

“ไปเอายาสมานแผลชั้นดีมาให้ข้า คืนนี้ข้าจะส่งไปให้นางด้วยตนเอง”

“พ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์ประสานมือแน่นเอ่ยตอบอีกครั้งก่อนจะถอยหลังอย่างสำรวมแล้วหมุนกายก้าวจากไปในทันที

เซียวเฉิงอวี่หยิบถุงหอมที่นางเคยให้ไว้ออกมา นิ้วเรียวลูบไล้อย่างแผ่วเบาก่อนจะยกขึ้นสูดดม ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

“เหยียนหลัว ข้าจะไปดูแลเจ้าเอง เจ้ารอข้าหน่อย”

….

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel