
บทย่อ
เขาทิ้งเธอให้เป็นคุณแม่วัยใสแล้วหายสาบสูญเหมือนตายจาก หกปีผ่านไปเขาดันกลับมาอย่างน่าสงสัย ทั้งยังบังคับให้เธอเซ็นสัญญาเป็นทั้งเลขาฯ และภรรยาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ....... เรื่องย่อ พวงชมพูกลายเป็นคุณแม่วัยใส ในขณะที่เจ้าของสเปิร์มหายตัวไปนานหกปี ความปรารถนาอยากเจอผู้ชายคนนั้นไม่มีอยู่ในความคิด ทว่าความโลกกลมไม่เคยปราณีจัดแจงให้เธอกลายเป็นเลขาฯ ของหัสวีร์ในหกปีต่อมา พวงชมพูคิดถึงเรื่องลาออกทันที แต่ลังเลตรงที่เขาไม่มีท่าทีจำเธอได้ แถมทั้งชื่อเล่นและชื่อจริงยังเป็นคนละชื่อกับเมื่อ 6 ปีก่อน หัสวีร์ทำพวงชมพูสับสนว่าใช่คนเดียวกันกับที่ทำเธอท้องจริงหรือ หัสวีร์ เขมนันทร์ หรือชื่อเก่าคือ ธาม ธนนท์ คนที่ถูกระบุเป็นศพใต้น้ำที่งมหาไม่พบเมื่อ 6 ปีก่อน อุบัติเหตุครั้งนั้นพรากลมหายใจบุพการีไปต่อหน้า ส่วนเขาต้องซ่อนตัวภายใต้ตัวตนใหม่ และกลับมาทวงทุกอย่างอีกครั้ง ตั้งใจลงทัณฑ์คนที่วางแผนฆาตกรรม ทว่าดันผิดแผนตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อพวงชมพูคนที่เคยเป็นแฟนเก่าให้กำเนิดลูกสาวที่ดูว่าจะเป็นลูกของเขา ที่สำคัญพวงชมพูดันเป็นลูกสาวของตำรวจที่บิดเบือนการตายของพ่อแม่เขา! ....... ตัวอย่าง “ฉันไม่ชอบเจ็บกับอะไรซ้ำๆ” “ก็ไม่มีใครชอบเจ็บกับอะไรซ้ำๆ หรอก พี่รู้แล้วว่าชมพูเป็นผู้หญิงที่ใจแข็งมากคนหนึ่ง บอบบางหวานละมุนเหมือนดอกไม้ แต่หัวใจนี่เคลือบเพชรถมด้วยซีเมนต์อีกสิบชั้น เอาเป็นว่าถ้าเริ่มกันใหม่ในฐานะคนรักไม่ได้ งั้นก็เริ่มต้นกันในฐานะพ่อแม่ดีมั้ยครับ ถึงเวลาที่แก้วเจ้าจอมควรรู้ได้แล้วว่าพี่เป็นพ่อ” “ไม่ใช่ค่ะ เขา...” “เลิกปฏิเสธเถอะ! ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ รู้ดีว่าพูดไปก็เท่านั้นถึงยังไงพี่ก็ไม่เชื่อคำโกหกของชมพู พี่มั่นใจว่าแก้วเจ้าจอมเป็นลูกของพี่ จะไม่ขอให้ตรวจดีเอ็นเอด้วย ตอนนี้ชมพูยังเปิดใจให้พี่ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ให้พี่รับผิดชอบในฐานะพ่อของลูก พี่อยากมีส่วนกับการเลี้ยงดู อยากดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย การเรียนการศึกษาของเขา ให้พี่ช่วยบ้างเถอะนะ” “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเป็นซิงเกิ้ลมัมก็จริง แต่ไม่ได้ตัวคนเดียว แก้วเจ้าจอมมีตามียายและคุณลุงที่น่ารัก คนรอบข้างรักแกมาก จริงอยู่ที่ฉันเป็นมนุษย์เงินเดือนและทุกคนในบ้านก็ยังทำงานเลี้ยงชีพกัน แต่เรามีปัญญาเลี้ยงเด็กคนเดียวได้ ก็อยู่มาได้อย่างสบายตั้งหกปี ไม่มีอะไรขาดหายไปทั้งนั้น และขอยืนยันอีกครั้งว่าแก้วเจ้าจอมไม่ใช่ลูกของคุณ ฉันเคยง่ายกับคุณและฉันก็ง่ายกับผู้ชายคนอื่นเป็น คุณต้องเชื่อคำพูดของฉันที่เป็นคนคลอดลูกออกมา ไม่ใช่เชื่อความคิดของตัวเอง และขอร้องอย่าพูดเรื่องเพ้อเจ้อนี้กับครอบครัวของฉัน”
รักไวไฟ
ฝนปรอยเป็นละอองฝอย ในขณะที่แสงแดดจ้าทะลุผ่านม่านเมฆ พวงชมพูเด็กสาววัยสิบแปดปีสวมกระโปรงสีขาวยาวคลุมถึงข้อเท้า ฝ่ามือเล็กยื่นออกไปรองน้ำฝนนอกหลังคาป้ายรถเมล์
เธอกำลังจดจ่อรอใครบางคนอย่างเป็นกังวล ไม่ได้หวั่นว่าเขาจะเบี้ยวนัด แต่พวงชมพูไม่สบายใจที่โกหกผู้ปกครองเพื่อให้ได้ไปเที่ยวกับเขา ซึ่งตอนนี้ก็เลยเวลานัดมาสิบนาทีแล้ว พวงชมพูต่อให้อีกห้านาทีหากเขายังไม่มา เธอก็จะไม่รอแล้ว กลับบ้านไปหาพ่อแม่ให้ตัวเองสบายใจ อย่างน้อยก็ถือว่าโกหกไม่สำเร็จ
ท่ามกลางยานยนต์ที่วิ่งวุ่นวายในถนนสายใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ ซูเปอร์คาร์คันสีเหลืองประดับตราสัญลักษณ์กระทิงจากค่ายรถอิตาลีก็แล่นตรงมาอย่างโดดเด่น ก่อนชะลอความเร็วเมื่อใกล้ถึงป้ายรถเมล์ พวงชมพูไม่รู้เลยว่าหลังพวงมาลัยนั้นเป็นผู้ใด จนกระทั่งกระจกรถลดต่ำลง
“ชมพูขึ้นมาเลยครับ” เสียงทุ้มตะโกนเรียกพร้อมรอยยิ้มฉีกกว้าง ดวงหน้าสวยพยักรับอย่างงุนงงก่อนเร้นกายเข้าไปนั่งข้างคนขับ จากนั้นรถหรูสัญชาติอิตาลีก็เคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางพลุ่กพล่าน
ธามหรือธนนท์ ชายหนุ่มวัยย่างเข้ายี่สิบปีเหลือบมองคนข้างกายที่กวาดตาทั่วห้องโดยสารด้วยสีหน้าที่จะเรียกว่าอึ้งก็คงใช่ เรียกว่างุนงงก็ไม่ผิดอะไร
“เป็นอะไรครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
“นี่รถพี่ธามเหรอคะ”
“เช่ามาน่ะครับ พี่และครอบครัวยังไม่ได้ย้ายมาอยู่เชียงใหม่เต็มตัว บ้านก็เพิ่งทำสัญญาซื้อไปเมื่อวันก่อน รถหรืออะไรต่อมิอะไรยังอยู่ที่กรุงเทพฯ วันนี้เรามีนัดเดตกันพี่ก็เลยหาเช่ารถมาขับซะหน่อย ไม่อยากยืมของพ่อ ขี้เกียจตอบคำถาม”
“จำเป็นต้องเช่าซูเปอร์คาร์เลยเหรอคะ คงรวยมากสินะคะ”
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ พอมีพอกิน” ใบหน้าหล่อคมมอบยิ้มกว้างให้แฟนสาวแล้วกลับไปจดจ่อกับเส้นทางต่อ
ที่ผ่านมาพวงชมพูสงสัยว่าฐานะทางบ้านของเขาร่ำรวยระดับไหน แต่ก็ไม่เคยถามสักครั้งด้วยกลัวเป็นการเสียมารยาท รับรู้จากที่เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าบ้านของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรม ส่วนตัวเขาเองก็กำลังศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เป็นหลักสูตรปริญญาตรีด้านการบริหารโรงแรมโดยตรง ซึ่งรายละเอียดคร่าวๆ เพียงเท่านี้ก็พอให้พวงชมพูประจักษ์แล้วว่าแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันได้สิบสี่วันมาจากครอบครัวที่ไม่ใช่แค่พอมีพอกิน
ไม่ต้องใช้สมองตรองดูก็รู้ว่าเขาและเธอไม่ใช่คนระดับเดียวกัน
ณ ตอนนี้พวงชมพูรู้สึกราวกับกำลังแหงนหน้าจนสุดท้ายทอย ทอดมองดวงดาวเปล่งแสงจ้าท่ามกลางดาวอีกหลายล้านดวง พวงชมพูเติบโตจากครอบครัวข้าราชการ บิดายึดอาชีพตำรวจ ยศปัจจุบันคือพันตำรวจตรี ส่วนมารดาเป็นแม่บ้าน มีงานอดิเรกปลูกผักออแกนิคขาย พวงชมพูไม่ใช่ลูกคนเดียว เธอมีพี่ชายหนึ่งคนที่กำลังเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้บิดายังเป็นเสาหลักเพียงเสาเดียวของครอบครัว
“ชมพูเป็นไรอะ ดูไม่เอนจอยเลย เพราะพี่มาช้าใช่มั้ย ขอโทษนะ พี่ตื่นสายเอง ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ เลย”
แม้ธนนท์แบ่งจุดรวมสายตาไปที่เส้นทางข้างหน้า แต่ไม่ลืมสังเกตอารมณ์ของตุ๊กตาหน้ารถ นิสัยโดยปกติของพวงชมพูเป็นคนพูดน้อยกริยาเรียบร้อย แต่สีหน้าของเธอตอนนี้ราวกับเป็นศูนย์รวมของความกังวลทั้งจักรวาล
“พี่ธามมาสายจริงค่ะ ตั้งสิบนาทีแน่ะ แต่ไม่ได้โกรธหรอก ชมพูรู้สึกผิดที่โกหกแม่ว่ามาเที่ยวกับเพื่อน” ส่วนบิดาที่ขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวดุจไข่ในหินยังไม่ทราบแผนการหนีเที่ยวของเธอในวันนี้ เนื่องจากเขาเดินทางไปราชการที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เย็นวานและมีกำหนดกลับเชียงใหม่คืนนี้
“ไม่เห็นต้องรู้สึกผิดเลย ยังไงพี่ก็พาเราไปส่งถึงบ้านโดยสวัสดิภาพอยู่แล้ว เราไม่ได้ค้างคืนกันซะหน่อย แค่ขับรถเล่นเช็คอินสถานที่สวยๆ ก็เท่านั้น” ธนนท์แบ่งมือจากพวงมาลัยมากุมมือสาวน้อยเมื่อเข้าสู่เขตนอกเมือง “เอนจอยนะครับ ไม่ต้องเครียด เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ก็ไม่อยู่ไทยแล้ว”
แทนที่คนฟังจะผ่อนคลาย แต่กลับห่อเหี่ยวลงกว่าเดิม กระนั้นเรียวปากชมพูวาวก็เลือกคลี่ยิ้มให้คนขับแทนการแสดงความเศร้าตรมในแววตา
รักแรกและแฟนคนแรกของเธอก็กลายเป็นรักระยะไกลเสียแล้ว สองสัปดาห์ในความสัมพันธ์ฉันแฟนเป็นช่วงเวลาที่ประเมินค่าไม่ได้ของพวงชมพู การที่เขาและเธอต้องลาห่างกันคนละซีกโลกก็ไม่รู้ว่าความรักจะคงอยู่ได้สักแค่ไหน
เวลาเท่านั้นที่จะตอบได้
พี่ธามของเธอเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ช่วงนี้ปิดเทอมจึงกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย เดิมทีครอบครัวของธนนท์ตั้งรกรากอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมามีแผนย้ายมาอยู่เชียงใหม่เพื่อดูแลกิจการที่นี่ พวงชมพูทราบจากที่แฟนหนุ่มเล่าให้ฟังคร่าวๆ เพียงเท่านี้ และเธอก็ไม่กระสันถามเพิ่มด้วยเกรงจะเป็นการละลาบละล้วงข้อมูลเชิงลึกเกินไป
เขาและเธอไม่ได้รู้จักกันดีขนาดนั้น เพิ่งรู้การมีตัวตนของกันและกันเมื่อหนึ่งเดือนนี้เอง โดยผ่านแอปพลิเคชั่นแชทชื่อดัง ธนนท์เป็นฝ่ายเจอเธอโดยบังเอิญจากเพจร้านค้าแฟชั่นที่ได้พวงชมพูเป็นนางแบบ ใบหน้าเรียวดวงตาหวานซึ้ง ริมฝีปากรูปกระจับ แต่ปากบนเรียวเล็กอย่างมีเอกลักษณ์ ผิวขาวผ่องบอบบาง พอประกอบเข้ารวมกันจึงได้ลุคของผู้หญิงอ่อนโยนน่าทะนุถนอม สะดุดตาสะกดใจธนนท์จนเลื่อนผ่านโฆษณาของร้านค้านั้นไม่ได้ ถูกใจถึงขั้นที่ตามสืบเสาะจนพบแอคเคาน์จริงของหญิงสาว พอส่งคำขอเป็นเพื่อนและได้รับการตอบรับ นับตั้งแต่นั้นมาก็แชทคุยกันอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อแรกการสนทนาเป็นไปในลักษณะถามคำตอบคำ ก่อนที่ความสนิทสนมจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อธนนท์เล่าถึงการเรียนต่อต่างประเทศ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่การสนทนาลื่นไหลขึ้น บางครั้งก็กินเวลายาวนานข้ามวันข้ามคืน พวงชมพูสนใจคุยกับเขาเพราะมีความฝันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ แม้ส่วนใหญ่ของบทสนทนาพาไปทางการศึกษา ทว่าธนนท์ก็ไม่เคยเบื่อเลย กลับยิ่งมองว่าเธอน่ารักน่าสนใจ และเมื่อได้โอกาสมาเชียงใหม่ก็ไม่รอช้ารีบนัดหมายเจอเธอ
ยิ่งกว่าตรงปก!
นั่นคือเสียงรีวิวที่ดังก้องในใจนับตั้งแต่วินาทีที่สบตากันในโลกแห่งความจริง ดวงหน้าพริ้มเพราไร้เครื่องสำอาง ริมฝีปากบนหยักแหลมเป็นกระจับ เธอก้มหน้ากวาดตามองอักขระจากหนังสือที่ถืออ่านอยู่ในร้าน เขาและเธอนัดเจอกันภายในร้านหนังสือที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของเชียงใหม่ ธนนท์ยังไม่ทันส่งข้อความแจ้งว่ามาถึงแล้ว ก็บังเอิญสะดุดตาเข้ากับดวงหน้ารูปไข่ที่ล้อมกรอบด้วยไรผมดำสนิท ความสวยโผล่ให้เห็นวับแวมผ่านช่องว่างของชั้นหนังสือประวัติศาสตร์
ธนนท์รู้ได้ทันทีว่านี่คือผู้หญิงที่กำลังรอคอย ยิ่งวินาทีที่ดวงตาสุกสกาวราวน้ำผึ้งใสในรวงสะท้อนแสงแดดเงยขึ้นสบ หัวใจของเขายิ่งสั่นไหวราวกับถูกจู่โจมด้วยลมพายุ
ธนนท์คลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตร ทว่าเด็กสาวกลับหลุบตาเบือนหน้าหนี พับหนังสือวางลงที่เดิมแล้วเร้นหายออกไป เขารีบเรียกไว้พร้อมระบุว่าตนคือพี่ธามบุคคลที่อยู่ในแผนการนัดหมายวันนี้ ไม่ใช่ผู้ชายโรคจิตอย่างที่เธอระแวง
พวงชมพูจำเขาไม่ได้ตามคาด แต่เมื่อรู้ความจริงก็คลายใจ และหลังจากหมดแสงอาทิตย์ของวันนั้น รุ่งเช้าถัดมาธนนท์ก็ขอคบกับพวงชมพูอย่างเป็นทางการ
นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรัก 14 วัน...รักของวัยรุ่น ...รักที่หากเรียกว่าไวไฟก็คงไม่ผิดนัก แต่ในมุมมองของธนนท์เขาใช้เวลาดูใจกับเธอมานานนับเดือนตั้งแต่สนทนาผ่านเครือข่ายที่โยงใยกันทั่วโลก
ธนนท์จรดริมฝีปากบนหลังมือของตุ๊กตาหน้ารถ พวงชมพูสะดุ้งตกใจ ดวงหน้าขาวนวลเปลี่ยนสีระเรื่อก่อนชักมือกลับ
“พี่ทำเกินไปเหรอ”
“เปล่าค่ะ ชมพูแค่ไม่ชิน” เสียงให้คำตอบดังแผ่วราวกับพูดในลำคอ พวงชมพูไม่ชอบเวลาตัวเองเขินอาย รู้สึกราวกับเป็นชั่วขณะที่สูญเสียทั้งความมั่นคงและมั่นใจ ไม่ชอบถูกมองว่าอ่อนไหว แม้เป็นปฏิกิริยาโดยธรรมชาติและยากจะห้ามของมนุษย์
“เพราะพี่เป็นแฟนคนแรกด้วยหรือเปล่า ที่ผ่านมาชมพูไม่เคยมีแฟนจริงเหรอ แล้วคนคุยล่ะมีมั้ย”
จะไม่ให้สงสัยคงไม่ได้ ความสวยของพวงชมพูราวกับดอกไม้แตกช่อรอน้ำฝน อ่อนหวานมีเอกลักษณ์ ธนนท์เชื่อว่าหน้าตาและบุคลิกของเจ้าหล่อนจัดอยู่ในสเปคของผู้ชายหลายคน
“ก็เคยคุยๆ บ้างค่ะ แต่ไม่เคยคบ อย่างที่บอกว่าพ่อไม่อนุญาต กับพี่ธามก็ใช่ว่าพ่ออนุญาต” พ่อเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกสาวฝ่าฝืนคำสั่งห้ามมีแฟนก่อนจบมัธยมปลาย
ก็ธนนท์มาทำให้หวั่นไหว เธอไม่ได้ใจอ่อนเพราะรูปร่างหน้าตาที่มีเสน่ห์ของเขา แต่พวงชมพูชอบความคิด ทัศนคติ และความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเขา
อีกอย่างที่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งพ่อ เพราะมองว่าตนก็เรียนอยู่ปีสุดท้ายของมัธยมปลาย อีกไม่นานก็สำเร็จการศึกษาแล้ว แอบมีแฟนก่อนกำหนดไม่กี่เดือนคงไม่ถือเป็นความผิดนักหนา และที่ผ่านมาเธอก็เรียบร้อยอยู่ในกรอบไม่เคยทำให้บุพการีผิดหวัง
“ยังไม่ต้องให้ท่านรู้ก็ได้ เอาที่ชมพูสะดวกเถอะครับ” มีลูกสาวสวยขนาดนี้พ่อไม่หวงน่ะสิแปลก “ว่าแต่พี่อยากกินน้ำดอกมะพร้าวจังแฮะ”
“เป็นเด็กนอกแต่ชอบกินน้ำดอกมะพร้าว”
“แปลกเหรอ”
“ก็แปลกนิดๆ ค่ะ”
พี่ธามของเธอกินง่ายอยู่ง่ายกว่าที่คิด สิบสี่วันในความสัมพันธ์ฉันคนรัก ธนนท์ทำพวงชมพูทั้งประทับใจและประหลาดใจในขณะเดียวกัน อาหารเหนือคาวหวานทานได้หมดทุกอย่าง ตักอะไรเข้าปากก็ทำตาโตยิ้มชมเปราะทุกคำ
หรืออาจเพราะเธอประเมินเขาไว้สูงเกินไป ทั้งที่ธนนท์ก็เติบโตในเมืองไทยมาตั้งแต่เกิด เพิ่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนเมืองนอกในช่วงมหาวิทยาลัยนี่เอง เธอคิดของเธอไปเองว่านักเรียนนอกที่อาศัยอยู่ในประเทศที่เจริญกว่าคงเบ้หน้าใส่วัฒนธรรมคร่ำครึ
ซึ่งธนนท์ไม่ใช่คนแบบนั้น น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย หล่อเหลามีเสน่ห์ แต่จะเรียกว่าคมเข้มในแบบชายไทยก็ไม่ถูกนัก โครงหน้าของธนนท์โดดเด่นตรงสันกรามคมชัด ส่วนที่แย่งซีนที่สุดบนใบหน้าคงเป็นสันจมูกที่โด่งโดดเด่นจนกลายเป็นจุดที่ดึงสายตายามมองหน้ากัน ส่วนผิวพรรณก็ขาวผ่องใกล้เคียงในโทนเดียวกับพวงชมพู
“น้ำดอกมะพร้าวหอมหวานชื่นใจดีออก”
“จะเอามั้ยล่ะคะ เดี๋ยวชมพูลงไปซื้อให้”
ขณะนี้รถแล่นอยู่บนถนนนอกเขตเมืองที่รายล้อมด้วยแมกไม้เขียวรื้น มีร้านค้าเล็กๆ ตั้งริมทางลักษณะเป็นเพิงไม้ไม่แข็งแรง เขียนป้ายด้วยเมจิกตัวเบ้อเร่อว่าน้ำดอกมะพร้าว พวงชมพูมองเสี้ยวหน้าที่หรี่ตาครุ่นคิดขณะลากเสียงยาวในลำคอ
“เดี๋ยวเราจะไปคาเฟ่กันอยู่แล้ว ขากลับค่อยแวะก็ได้”
“หวังว่าเที่ยวเสร็จร้านยังจะเปิดรอเรานะคะ”
“อ่า งั้นแวะก็ได้”
ธนนท์เบี่ยงรถชิดซ้ายพร้อมชะลอความเร็ว พวงชมพูยิ้มขำก่อนเปิดประตูลงไปซื้อ รอเพียงห้านาทีร่างเล็กก็รีบจ้ำกลับมาพร้อมฝ่ามือที่บังเหนือศีรษะ
“ฝนเริ่มลงเม็ดหนักแล้วพี่ธาม”
“ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ทริปเราก็ไม่ล่มหรอก”
“สมพรปากนะคะ ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ”
“ก็ดีครับ”
พวงชมพูป้อนน้ำดอกมะพร้าวที่ชงพร้อมดื่มในแก้วพลาสติกบรรจุน้ำแข็ง ธนนท์เพียงมอบยิ้มละมุนแทนคำขอบคุณ อยากหันกลับไปพิศหน้าคนสวยเต็มๆ แต่เวลานี้ต้องแบ่งสมาธิมาที่การขับรถ ซึ่งมีอุปสรรคเป็นฝนห่าใหญ่ และเริ่มบดบังทัศนวิสัย จากที่ตกเปาะแปะมาตลอดทางกำลังกระหน่ำหนักขึ้นเรื่อยๆ
เส้นทางทริปเดตในวันนี้ไม่มีที่หมายเป็นพิเศษ เขาตั้งใจพาเธอนั่งรถกินลมชมวิวจากตัวเมืองเชียงใหม่สู่อำเภอฮอดทางทิศใต้ แค่อยากใช้เวลาด้วยกันให้ยาวนานก่อนจะห่างกันคนละซีกโลก แม้ยุคนี้เทคโนโลยีทำให้การติดต่อง่ายดายเพียงปลายนิ้ว แต่นั่นก็ไม่เท่ากับได้นั่งสบตาอยู่ตรงหน้า
เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้หลงเธอมากขนาดนี้ เมื่อมองย้อนกลับไปก็ยิ่งไม่น่าเชื่อว่าความรักของเขาและเธอเริ่มมาจากภาพโปรโมตเพจร้านเสื้อผ้า
“ฝนตกหนักเลยค่ะ” เรียกได้ว่าความสว่างจากทั่วมุมถนนกำลังถูกกลืนกินด้วยห่าฝน
“แย่จัง อุตส่าห์ได้มาเดตกันส่งท้าย ทำไมฝนใจร้ายจังนะ”
“เมื่อกี้พูดท้าทายฟ้าดินดีนัก เป็นไงล่ะ เขาไม่ยอมให้เราได้เที่ยวเลย” พวงชมพูเหลียวมองซ้ายขวาอย่างกังวล บรรยากาศรอบทิศมืดครึ้มทั้งจากฝนฟ้าและป่าสนที่เรียงรายสองข้างทาง
“เฮ้ย!”
เอี๊ยด!
ธนนท์กระทืบเบรกห้ามล้อรถที่เสียหลักหักเข้าไปในป่าสน พวงชมพูพลอยกรี๊ดไปกับเสียงร้องตกใจของเขา สะดุ้งแรงจนน้ำดอกมะพร้าวในมือกระฉอกเลอะเต็มเสื้อเชิ้ตสีดำของชายหนุ่ม
“ชมพูเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ธนนท์ปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดทับร่าง แล้วเอี้ยวตัวมาสำรวจหญิงสาว
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ธามล่ะเจ็บตรงไหนมั้ย แล้วเมื่อกี้ตกใจอะไรคะ ชมพูไม่ทันมอง”
คนถูกถามเหลียวกลับไปมองถนนตรงจุดที่พารถลงข้างทาง รู้สึกแย่ไม่น้อยที่นอกจากทริปล่มไม่เป็นท่ายังเกือบทำลูกสาวเขาเจ็บตัว
“ไม่รู้ว่าพี่ตาฝาดหรือเปล่านะ แต่เมื่อกี้เห็นงูตัวใหญ่เลื้อยตัดหน้ารถ จะว่าเป็นท่อนไม้ก็ไม่ใช่ เพราะถ้าเป็นสิ่งไม่มีชีวิตก็น่าจะวางอยู่ที่เดิม”
พวงชมพูเพ่งตามองไปยังจุดเมื่อครู่ แต่ไม่พบอะไรนอกจากสายฝนที่กระทบพื้นลาดยาง “อาจจะเป็นงูอย่างที่พี่เห็นก็ได้ค่ะ ชมพูว่าเราจอดพักตรงนี้ก่อนดีกว่า ฝนตกหนักจนทุกอย่างขาวโพลนไปหมด”
“พี่ก็ว่างั้นแหละครับ ฝืนขับต่อก็กลัวอันตราย แอบพาลูกสาวเขาหนีเที่ยวด้วยสิ รอฝนเบากว่านี้ค่อยว่ากันเนอะ”
“ค่ะ ว่าแต่เสื้อพี่เลอะหมดเลย ขอโทษนะคะ”
“ขอโทษทำไม มันเป็นอุบัติเหตุ พี่ต่างหากล่ะที่ต้องขอโทษ เกือบทำชมพูเจ็บตัวแล้วมั้ยล่ะ...ว่าแต่เหนียวเหนอะไปหมดเลยแฮะ” น้ำหวานที่สาดโดนผิวเนื้อกำลังออกฤทธิ์สร้างความระคายเคือง เหนอะหนะลามไปถึงต้นคอจนเจ้าตัวทนไม่ไหวต้องปลดกระดุมเสื้อก่อนเปลื้องออกจากกาย
พวงชมพูเลิ่กลั่กหันหน้าหนีตั้งแต่กระดุมเม็ดที่สองเป็นอิสระจากรังดุม อุณหภูมิยิ่งเห่อร้อนบนผิวหน้าเมื่อแผงอกขาวผ่องโผล่ยั่วรำไร
“ชมพูมีทิชชู่มั้ย”
“เอ่อ มี...มีมั้งคะ”
เสียงตอบตะกุกตะกักเลยทำให้ธนนท์เพิ่งรู้ตัวว่าเปลื้องผ้าโดยลืมนึกไปว่าในห้องโดยสารมีผู้หญิงอยู่ด้วย พวงชมพูค้นหาของที่ต้องการในกระเป๋าสะพายใบเล็กก่อนยื่นให้เขาโดยไม่เหลียวกลับไปมอง ซ้ำยังเบือนหน้าชิดกระจกอีกฝั่ง
ชักเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอเขิน หรือรังเกียจกันแน่ แต่ที่รู้ๆ ธนนท์ชักอยากจะแกล้ง
“เช็ดให้พี่หน่อยสิครับ”
“เช็ดเองก็ไม่ยากนี่คะ”
“ทำไมเหรอ หรือชมพูเขิน”
“เปล่านะ”
พวงชมพูหันกลับมาสบตาคนพูด อาการขวยเขินก็เด่นชัด เขาเห็นเต็มสองตา เธอเองก็รู้อยู่เต็มอก แต่ครั้นจะยอมรับตรงๆ ว่า ‘ใช่ค่ะ เขินค่ะ’ มันก็กระไรอยู่
“ครับ ไม่เขินเนอะ” แค่หน้าแดงเป็นลูกเชอร์รี่เท่านั้น “งั้นก็เช็ดให้พี่หน่อยสิครับ”
ดวงตาคมแพรวพราว ส่วนมุมปากก็ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ มันเป็นการท้าทายที่งี่เง่า กระนั้นเธอก็เต็มใจตกลงไปในหลุมพราง มือบางดึงทิชชู่จากห่อพลางเขยิบเข้าไปใกล้เพื่อเช็ดคราบบนผิวเนื้อได้สะดวก
แรงที่ลากถูบนแผ่นอกแผ่วเบาราวกับโดนขนนกปัดป้าย เธอกลัวเขาระคายผิว หรือเพราะไม่อยากสัมผัสโดนตัวไปมากกว่านี้ ยิ่งคิดยิ่งสงสัยก็ยิ่งอยากยั่ว ธนนท์ขยับตัวเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงน้อยนิดจนปลายจมูกสัมผัสโดนแก้มนวล กลิ่นแป้งเด็กเคล้ากลิ่นดอกไม้กระทบฆานประสาท พวงชมพูตกใจขยับหนี แต่มือหนาตวัดคว้าเอวคอดกิ่วไว้
