ตอนที่ 16 กินข้าว กินปลา
หลังจากที่เฉิงคุณเสียเวลาทะเลาะกับโม่เซียวอี้ระหว่างทาง ทำให้เดินทางมาถึงในตัวเมืองช้านิดหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาที่เหลาอาหารยังไม่เปิดรับซื้ออาหารป่าจากชาวบ้าน
เฉิงคุณต้องการขายเป็นคนแรกเพราะเขาจะได้รีบกลับบ้านไปช่วยงานภรรยาและน้องชาย สหายของเขาได้แยกตัวไปเดินดูเครื่องประดับตั้งแต่เขาขับเกวียนมาถึงเหลาอาหารแล้ว เซียวอี้บอกว่าวันนี้จะกลับบ้านไปกับเฉิงคุณเช่นนั้นเขาจึงรีบแยกตัวไปเดินดูเครื่องประดับที่ร้านในตลาดและบอกกับเฉิงคุณว่าหากเขาขายปลาเสร็จแล้วให้ไปรับเขาที่ร้านขายข้าว
เพราะเขาจะซื้อข้าวสารกับแป้งสาลีกลับไปด้วยเช่นกันซึ่งเฉิงคุณก็ตกลง และก็เป็นไปตามที่เฉิงคุณคำนวนเอาไว้เขามาถึงเป็นคนแรก เขาจอดเกวียนรออยู่ประตูด้านหลังของเหลาอาหาร รออยู่ประมาณ 1 เค่อ (15 นาที) เสี่ยวเอ้อร์ก็เปิดประตูและเริ่มรับซื้อสินค้าจากชาวบ้านที่นำมาขาย
“อ้าว เจ้านั่นเองวันนี้มีอะไรมาขายข้าหรือ” เสี่ยวเอ้อร์ทักเฉิงคุณ ที่กำลังยกถังปลาลงจากเกวียน
“วันนี้ข้ามีปลาสด ๆ มาขายขอรับ รบกวนท่านเตรียมถังน้ำเอาไว้ด้วยเพราะปลาที่ข้าจับมายังมีชีวิตอยู่ทุกตัว”
“จริงหรือ ไหน ๆ ข้าขอดูหน่อย โอ้ ปลาตัวใหญ่มาก เจ้ามีมากน้อยเพียงใด”
“บนเกวียนคือปลาทั้งหมดขอรับ ถัง 8 ใบข้าใส่ปลาเอาไว้ถังละ10 ตัว”
“เจ้าขนลงมาวางเอาไว้ตรงนี้ก่อน ข้าขอไปตามหลงจู๊สักครู่เพราะปลาของเจ้าเป็นปลาที่ยังมีชีวิตอยู่และไม่เคยมีผู้ใดนำมาขายและปลาของเจ้ามีขนาดใหญ่มาก เรื่องราคาข้าต้องให้หลงจู๊เป็นคนตัดสินใจ”
“ขอรับ ข้าทราบแล้วขอบคุณท่านมาก”
หลังจากที่เสี่ยวเอ้อร์หันหลังและวิ่งกลับเข้าไปในเหลาอาหาร ไม่นานเขาก็กลับออกมาพร้อมด้วยชายวัยกลางคนที่ท่าทางดูอบอุ่นและใจดี
“คารวะท่านหลงจู๊ขอรับ”
“ตามสบายเถอะ เสี่ยวเอ้อร์บอกว่าเจ้านำปลามาขายหรือ”
“ขอรับ ปลาของข้ายังมีชีวิตอยู่อีกทั้งบนตัวปลาไม่มีบาดแผลเลยขอรับ เชิญท่านตรวจสอบได้เลย”
“ได้ เจ้ารอสักครู่ อาไฉ่เจ้าไปเรียกเด็ก ๆ มาช่วยกันดูปลาพวกนี้”
“ได้ขอรับหลงจู๊”
หลังจากที่เสี่ยวเอ้อร์พากันตรวจดูปลาและคัดแยกขนาดของปลาแล้วหลงจู๊พอใจมากกับคุณภาพชั้นยอดของปลา
เพราะปลาที่เขานำมาขายนั้นทั้งสดและมีขนาดใหญ่ที่สำคัญลำตัว ไม่เป็นแผลและยังมีชีวิตอยู่ หลงจู๊คิดราคาให้ตัวละ 25 อิแปะสำหรับปลาที่มีขนาดใหญ่ และ 20 อิแปะสำหรับตัวที่มีขนาดเล็กลงมา ปลาขนาดใหญ่มีทั้งหมด 50 ตัว รวมเป็นเงิน 12 ทองแดงกับ 50 อิแปะ ส่วนปลาที่มีขนาดเล็กลงมา มีทั้งหมด 30 ตัว ราคาตัวละ 20 อิแปะ รวมเป็นเงิน 6 ทองแดง
วันนี้เขาได้เงินจากการขายปลา 80 ตัว 18 ทองแดง กับ 50 อิแปะ นับว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวแต่มันก็ยังไม่พอกับค่าสร้างบ้าน
สำหรับเงินที่ใช้ในการสร้างบ้านยังขาดอยู่อีก 10 ทอง ลี่ถิงบอกกับเขาว่าจะต้องหาเงินทันแน่ ๆ ให้เขาไม่ต้องเป็นห่วง
ในเมื่อเมียบอกว่าทันก็ต้องทัน เขาแค่ต้องเข้าป่าให้มากหน่อย และปลาที่เขานำมาขายก็ได้ราคาดีไม่น้อย เขาตกลงกับหลงจู๊ว่าถ้ามีปลาจะนำมาส่งที่เหลาจุ้ยเซียงเพียงที่เดียว
หลังจากรับเงินและกล่าวลาหลงจู๊แล้ว เฉิงคุณก็ขับเกวียนไปรับ เซียวอี้ที่ร้านขายข้าวสาร เมื่อเขาไปถึงสหายของเขาก็ซื้อของเสร็จพอดีเมื่อขนของขึ้นเกวียนเสร็จแล้วทั้งคู่มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
ทางด้านลี่ถิงหลังจากแยกปลาออกมาไว้สำหรับทำอาหารแล้ว ปลาที่เหลือนางและน้องชายช่วยกันขอดเกล็ด ผ่าท้องควักไส้และล้าง ทำความสะอาด
จากนั้นก็นำมาหมักกับเครื่องปรุงเอาไว้ เมื่อปลาได้ที่แล้วค่อยนำไปตากแดด อีกส่วนทำปลาแดดเดียว และอีกส่วนทำปลาตากแห้งเอาไว้เป็นเสบียงในหน้าหนาวที่ใกล้จะเข้ามาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
“พี่สะใภ้ ข้าหิวมากเลย วันนี้ทำอะไรกินขอรับ” หลังจากตากปลาเสร็จแล้วฮั่นคุณที่หิวจนตาลายเดินมาหาลี่ถิงในครัว
“ไปล้างมือเสียก่อนไปแล้วไปเรียกพี่รองของเจ้ามาด้วย ถ้าหิวก็กินไปก่อนไม่ต้องรอพี่ใหญ่ของเจ้า เดี๋ยวค่อยแบ่งกับข้าวเอาไว้ให้เขาก็พอ”
“ขอรับ ว่าแต่ว่าวันนี้ทำอะไรกินหรือ หอมมากเลย”
“ปลาขอทานน่ะ รีบ ๆ ไปได้แล้ว เจ้าหิวมากไม่ใช่หรือ ทำไมยังมัวโอ้เอ้อยู่อีก หรือว่าไม่อยากกินแล้ว”
“ขอรับ ๆ ข้าไปเดี๋ยวนี้แล้ว”
หลังจากฮั่นคุณจากไปไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับสวี่คุณ ลี่ถิงนำปลาเผาที่นางทำขึ้นมาเลียนแบบไก่ขอทาน โดยการนำปลามาหมักกับเครื่องปรุงและเครื่องเทศ
จากนั้นนางก็นำใบบัวมาห่อเอาไว้แล้วค่อยนำโคลนมาพอกเอาไว้ด้านนอกอีกทีจากนั้นก็นำไปวางเอาไว้ใต้เตาไฟแล้วใช้ขี้เถ้ากลบเอาไว้
แล้วจึงค่อยเติมฟืนเข้าไป และทำอาหารอย่างอื่นบนเตาตามปกติ ลี่ถิงทำเอาไว้หลายตัวมากถึงแม้ปลาจะมีขนาดใหญ่แต่ผู้ชายบ้านนี้กินจุกันทุกคน นางกลัวว่าพวกเขาจะกินไม่อิ่ม นอกจากปลาขอทานแล้ว ยังมีผัดผักกาดขาว ปลาทอดเกลือและข้าวสวย ลี่ถิงยังทำน้ำจิ้มเอาไว้สำหรับกินกับปลาทอดอีกด้วย
ลี่ถิงเองก็กินข้าวไปพร้อมกับน้องชายทั้งสองคนเพราะนางเองยังมีงานอีกเยอะที่ยังต้องทำ หลังจากที่กินข้าวกันจนอิ่มแล้ว น้องชายทั้งสองคนเก็บถ้วยชามไปล้าง ลี่ถิงทำความสะอาดห้องครัว และกลับไปเย็บผ้าห่มต่อ ผ้าห่มลี่ถิงทำพอดีกับจำนวนคนจะได้ไม่ต้องแย่งกัน ส่วนฟูกนอนนางทำแค่สองอันก่อนเพราะยังไงน้องทั้งสองคนก็นอนด้วยกันนางและสามีก็นอนด้วยกัน เอาไว้บ้านใหม่เสร็จแล้วนางค่อยหาเวลาและทำเพิ่ม
“เซียวอี้ข้าไปส่งเจ้าที่หมู่บ้านก่อนนะ หลังจากนั้นเจ้าจะตามข้ากลับบ้านด้วยก็ได้”
“ได้ ขอบใจเจ้ามาก ท่านพ่อท่านแม่และน้อง ๆ ของข้าคงดีใจที่เจอเจ้าล่ะนะ”
“อืม นานแล้วข้าไม่ได้ไปเยี่ยมท่านลุงท่านป้าเลย”
“พ่อกับแม่ข้าไม่ว่าอะไรเจ้าหรอกพวกท่านเข้าใจว่าเจ้าต้องหาเงินเลี้ยงดูน้อง ๆ”
“อืม แต่ตอนนี้ความเป็นอยู่ที่บ้านข้าดีขึ้นมากแล้ว เอาไว้พอถึงฤดูเพาะปลูกข้าจะแบ่งยวี่หมี่ (ข้าวโพด) ให้เจ้านำมาปลูก มันสามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง แป้งยวี่หมี่สามารถนำมาทำซาลาเปาหรือหมั่นโถวได้ อร่อยมากเลยนะ”
“จริงหรือ เจ้ารู้ได้อย่างไร ยวี่หมี่ที่เจ้าพูดมานี่ข้ายังไม่เคยเห็นและ ไม่รู้จักเลย เจ้ารู้ได้ยังไงว่ามันกินได้”
“กินได้แน่นอน พวกข้าเจอยวี่หมี่ในป่า เมียข้าบอกว่ามันกินได้และนางยังนำมาทำเป็นอาหารได้อร่อยมากจริง ๆ เมียข้าก่อนแต่งให้ข้า พ่อของนางเป็นนายพรานที่เก่งมากอีกทั้งนางชอบอ่านหนังสือ นางมีความรู้มากมาย หลังจากพ่อนางสิ้นใจแม่เลี้ยงของนางจึงคิดกำจัดนางและนำนางมาขายอีกทั้งยังทำร้ายนางปางตาย หากข้าช่วยนางออกมาไม่ทันนางคงไม่ได้แต่งให้ข้าแล้ว”
“อ่อ ๆ เป็นเช่นนี้นี่เอง เกือบจะถึงบ้านของข้าแล้ว เมื่อไปถึงอย่าลืมบอกท่านพ่อท่านแม่ข้าด้วยล่ะว่าเจ้าแต่งเมียเข้าบ้านแล้ว”
“ได้ เอาไว้วันหลังข้าจะพานางมาเยี่ยมคารวะ”
“อืม ข้าดีใจกับเจ้าด้วยนะ ที่ครอบครัวเจ้ากำลังจะมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น”
“อืม ข้าเองก็จะช่วยเจ้าด้วยเช่นกัน พวกเราจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแน่นอน หากเชื่อในสิ่งที่เมียข้าบอก ขอเพียงทำตามที่นางบอกทุกอย่างล้วนต้องดีขึ้น”
“นี่เจ้า จะหยุดอวยเมียสักครึ่งเค่อได้หรือไม่”
“ข้าพูดเรื่องจริง เอาล่ะถึงบ้านเจ้าแล้วรีบ ๆ ขนของลงเลย ข้าจะเข้าไปหาท่านลุงท่านป้าก่อน”
“อืม ไปเถอะ ๆ ไม่ต้องช่วยข้ายกก็ได้ ข้ายกขึ้นเกวียนเองได้ ข้าก็ยกลงได้เหมือนกัน”
“เซียวอี้ ไม่ต้องประชดข้า ต่อให้เจ้าประชดข้าไปก็เท่านั้น ข้าไม่ช่วยเจ้ายกลงหรอกข้าไปล่ะ”
หลังจากที่ขนของลงเกวียนจนหมดแล้ว เซียวอี้ก็ต้องยกเข้าไปเก็บ ในบ้าน และในบ้านของเขานั้นพ่อกับแม่และน้อง ๆ ของเขากำลังนั่งคุยอยู่กับเฉิงคุณผู้เป็นสหายเพียงคนเดียวของเขา เมื่อก่อนบ้านเขายากจนมาก ไม่มีใครในหมู่บ้านอยากคบค้าสมาคมกับเขา แต่ในทางกลับกันเฉิงคุณถึงแม้จะอยู่ต่างหมู่บ้านและฐานะทางบ้านถือว่าร่ำรวยพอสมควร กลับยินดีที่จะคบหาเขาเป็นสหายและคอยช่วยเหลือเขาอยู่บ่อยครั้ง
“ท่านลุงท่านป้า ข้ากลับก่อนนะขอรับ วันหลังข้าจะพานางมาเยี่ยม”
“อืม ได้ ๆ เจ้ารีบกลับเถอะ แล้วนี่อี้เอ๋อร์จะไปด้วยเช่นนั้นหรือ”
“ขอรับท่านแม่ แล้วพรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองไปกับอาคุณและเมียอาคุณเพื่อให้นางช่วยเลือกเครื่องประดับและผ้าขอรับ”
“อืม รบกวนเจ้าแล้วนะอาคุณ”
“ข้าเต็มใจและยินดีขอรับ เช่นนั้นขาขอตัวกลับก่อน ข้าลาล่ะ”
หลังจากกล่าวลาพ่อแม่ของสหายแล้ว ทั้งสองคนก็นั่งเกวียนกลับหมู่บ้านทันที เฉิงคุณที่ในใจกำลังคิดว่ากลับไปถึงแล้วเขาจะมีอาหารกิน ถิงเอ๋อร์ต้องทำเอาไว้รอเขาอยู่แล้ว แต่ลืมไปว่าเขาพาสหายกลับมาด้วย คงต้องขอให้นางทำเพิ่ม
“เดี๋ยวกินมื้อกลางวันกับข้าก่อนนะค่อยเข้าป่ากัน”
“หะ กินมื้อกลางวัน เดี๋ยวนี้บ้านเจ้ากินอาหารวันละสามมื้อแล้วหรือ พวกเศรษฐีในเมืองยังไม่กินข้าวสามมื้อเหมือนบ้านเจ้าเลย”
“หรือเจ้าจะไม่กินก็ได้นะ”
“กิน กินสิ”
“กินแล้วเจ้าจะพูดมากไปทำไม”
“ว่าแต่ว่าทำไมบ้านเจ้าถึงได้กินอาหารตั้งสามมื้อล่ะอาคุณ”
“เมียข้าบอกว่า น้องชายข้ากำลังโตและต้องได้รับอาหารที่เพียงพอ นางไม่อยากให้พวกเขาเจ็บป่วยง่าย และอีกอย่าง นางบอกว่าการกินอาหารครบทั้งสามมื้อนั้นจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก บ้านข้ามีอาหารพอกินแน่นอน”
“อืม เมียของเจ้าเก่งจริง ๆ หลังจากข้าแต่งเมียมาแล้วข้าจะต้องให้นางมาเรียนรู้กับเมียของเจ้าจะได้ช่วยกันทำงานได้”
“อืม พอถึงเวลานั้นข้าจะช่วยพูดกับนางให้นะ”
“ได้ ขอบใจเจ้ามาก”
ระยะทางระหว่างทั้งสองหมู่บ้านไม่ได้ไกล ไม่นานทั้งสองคนก็กลับมาถึงบ้าน และก็เป็นไปตามที่เฉิงคุณคาดเดาเอาไว้ ว่าภรรยาของเขาต้องเตรียมอาหารเอาไว้รอ
เมื่อเห็นว่าเขาพาสหายมาด้วย นางก็เข้าครัวไปทำอาหารมาให้เพิ่มโดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากบอก อาหารทุกอย่างที่นางทำรสชาติดีมากเขาและสหายเติมข้าวไปสามชามถึงได้อิ่ม
