บทนำ (๑)
บทนำ
กลิ่นหอมของอาหารโชยมาจากห้องครัวในยามเช้าตรู่ เด็กนักเรียนหญิงที่สวมเสื้อคอซองเดินผ่านธรณีประตูเข้ามาป้วนเปี้ยนคอยรบกวนมารดาที่กำลังทำอาหารเช้าให้ทุกคนรับประทาน นอกจากกลิ่นอาหารจะหอมแล้วรสชาติยังไม่เป็นสองรองใครอีกต่างหาก ปากอวบอิ่มยกยิ้มมีความสุขยามตักข้าวต้มกุ้งของโปรดเข้าปาก บอกว่าจะช่วยทำช่วยชิมแต่ที่เห็นคือกินคนเดียวไปหนึ่งถ้วยเต็มแล้ว
เหมือนว่าช่วงนี้ลูกสาวคนโตอย่างดาราแก้ว ขุนพลทรัพย์จะรับประทานอาหารเก่งขึ้น อาจเพราะอยู่ในช่วงซ้อมวิ่งเพื่อจะแข่งขันเนื่องจากเป็นฤดูกาลกีฬาสีที่แสนคึกคัก เจ้าตัวจึงขันอาสาของลงกีฬาชนิดนี้เพื่อคว้าชัยมาให้สี จึงต้องมั่นฝึกซ้อมเป็นธรรมดา
คนเป็นแม่จึงช่วยขุนลูกสาวให้มีพละกำลังจะได้เอาชนะคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะกินเยอะเท่าไหร่ก็ไม่ว่าสักคำ เน้นทำอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อเป็นจำพวกโปรตีนมากกว่า น้ำหนักจึงไม่ค่อยขึ้นแล้วยังดูหุ่นเข้าที่มากกว่าเดิมอีกต่างหาก สายตาของท่านมองบุตรสาวด้วยความชื่นชมมาโดยตลอด
ด้วยอาชีพเป็นแม่ค้าขายข้าวราดแกงหน้าตลาดแล้วยังขายเนื้อหมูอยู่ในตลาดกลัวลูกจะอับอายเพื่อน กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะดาราแก้วช่วยงานแม่ทุกอย่าง ทั้งทำอาหารแล้วก็ขายเนื้อหมูไม่เคยขาด บางครั้งก็ไปช่วยงานของบิดาที่โรงงานเชื่อมเหล็กขนาดใหญ่ประจำอำเภอ
เป็นครอบครัวที่ทำตัวสมถะแม้ว่าเงินในบัญชีจะมีเจ็ดหลักก็ตาม...
“ไม่ต้องเลย เราน่ะรีบไปโรงเรียนได้แล้วเดี๋ยวก็สายหรอก” หันมามองลูกสาวแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ทั้งเอ็นดูปนระอากับคนที่มักจะเข้ามาก่อกวนในยามเช้าเสมอ โดยมีประโยคเด็ดประจำตัวทุกครั้งยามถูกไล่ออกไปข้างนอก
“อยากช่วยนี่น่า”
ประโยคนี้แหละ...ไม่เคยเปลี่ยนสักที
คุณขวัญทิวา ขุนพลทรัพย์ยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดนั้นแล้วเลือกจะปิดเตาแก๊สเมื่อข้าวต้มที่เป็นมื้อเช้าของคนทั้งบ้านเสร็จแล้ว ตั้งแต่แต่งงานกับสามีก็ไม่ได้ย้ายออกไปอยู่กันตามลำพัง เลือกจะอยู่บ้านกับพ่อปู่แม่ย่าคอยดูแลปรนนิบัติพวกท่าน ตอนแรกก็อยู่เป็นครอบครัวใหญ่เพราะมีพี่ชายของสามีกับภรรยาและลูกชายตัวน้อยอยู่ด้วย เพียงแต่ตอนนี้อีกฝ่ายย้ายออกไปปลูกเรือนแยกเป็นที่เรียบร้อย จึงเหลือเพียงครอบครัวของพวกตนที่อยู่กับปู่ย่า
“แม่ทำเองได้” ย้ำหนักแน่น
ทราบดีว่าลูกสาวตัวน้อยชอบเข้าครัวทำอาหารเป็นทุนเดิม ช่วงวันหยุดก็มักมาทำกับข้าวเพื่อนำไปขายที่ตลาดด้วยเสมอ จึงถ่ายทอดเคล็ดลับหรือสูตรการทำอาหารให้ดาราแก้วไปจนหมด ฝีมือพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากแล้วเหมือนจะทำอร่อยกว่าคนเป็นแม่เสียอีก สร้างความภูมิใจแก่คนที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกอย่างมาก
เวลาเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นาน แต่ลูกสาวกลับเติบโตมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...
“แต่ว่า...”
“ไปโรงเรียน พ่อจอดรถคอยอยู่หน้าบ้านนานแล้ว หรือว่าจะเดินไปดีไหม” ได้ยินเสียงเครื่องยนต์สตาร์ทสักพักแล้วจึงรีบท้วง บุตรสาวตาโตเพิ่งคิดได้จึงไม่รอช้าที่จะนำชามข้าวต้มไปไว้ในอ่างล้างจาน จะทำความสะอาดเองคงไม่ทันแล้ว หากบิดารอนานกว่านี้เกรงว่าตนอาจถูกบ่นก็เป็นได้
“ไม่เอา หนูจะไปกับพ่อ เจอกันตอนเย็นนะแม่” ไม่รอช้ารีบโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มมารดาที่สูงไม่ห่างกันมากนัก คิดว่าอีกไม่นานตนต้องสูงกว่าแม่เป็นแน่
เท้าเรียวรีบก้าวออกจากห้องครัวเพื่อไปหยิบกระเป๋ามาสะพายหลัง สมุดหนังสือเตรียมพร้อมหมดแล้วไหนจะมีข้าวเที่ยงที่มารดาห่อให้ไปกินที่โรงเรียนอีกต่างหาก ความจริงซื้อกินเองได้เพียงแต่คิดว่ารสชาติไม่อร่อยเท่าฝีมือแม่ จึงเลือกจะห่อไปเองดีกว่า น้องชายของเธอก็ห่อข้าวไปเช่นเดียวกัน
รีบสวมรองเท้านักเรียนให้เรียบร้อยแล้วเดินแกมวิ่งมาเปิดประตูด้านหน้าของรถกระบะเพื่อขึ้นนั่งที่ประจำของตัวเอง แอร์เย็นปะทะกายทำให้หายเหนื่อยในทันทีเพียงแต่วิ่งมาเมื่อครู่ทำให้ยังนั่งหอบ แต่ก็ไม่วายรีบขานบอกบิดาที่นั่งอยู่หน้าพวงมาลัย
“มาแล้วค่ะ” ยิ้มให้พ่อเพื่อประจบจะได้ไม่ถูกบ่น รู้ดีว่าคุณชานนท์ ขุนพลทรัพย์พ่ายแพ้ต่อรอยยิ้มของลูกสาว รักและหวงแหนเป็นอย่างมากแต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตพอดีไม่ได้รักจนใครก็แตะไม่ได้ ยังให้ดาราแก้วได้ใช้ชีวิตของตัวเอง
“พร้อมแล้วนะทั้งสอง” หันมามองลูกชายที่นั่งกินข้าวอยู่เบาะหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉยติดเบื่อหน่ายที่ต้องรอพี่สาวทุกวัน ไม่รู้จะชักช้าไปถึงไหนทั้งที่ตอนแรกก็ออกมาจากบ้านก่อน แล้วทำไมถึงขึ้นรถมาทีหลังตนเหมือนเดิม
“พร้อมค่ะ/พร้อมครับ” ตอบรับเสียงใสทำให้คนเป็นพ่ออมยิ้ม มีความสุขยามได้คอยบริการรับส่งลูกทั้งสองที่จากเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลตอนนี้เติบโตจนจะเปลี่ยนคำนำหน้าจากเด็กหญิงเป็นนางสาวแล้ว รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน
เหมือนเพิ่งได้อุ้มดาราแก้วกับชินดนัย ขุนพลทรัพย์เมื่อวานนี่เอง ตอนนี้ต่างคนก็โตจนไม่อยากให้พ่อกอดแล้ว...
“อ่านอะไรเหรอพี่แก้ว” คนที่รับประทานอาหารจนอิ่มจากห้องครัวเลือกจะหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าเพื่ออ่านฆ่าเวลาระหว่างเดินทางไปโรงเรียน หน้าปกมีภาพของชายหญิงวัยรุ่นที่ดูก็ทราบทันทีว่าเป็นนวนิยายแนวรักในโรงเรียน
แน่นอนว่าชินดนัยรู้ดีแต่ก็ยังจะถามเหมือนเดิม เหมือนต้องการหาเรื่องคุยกับพี่มากกว่า แต่เริ่มไม่แน่ใจว่าอยากคุยเพื่อหาเรื่องหรือเปล่า
“นิยาย ดูสิพระเอกหล่อทั้งนั้นเลย” แค่อ่านก็ทำให้หัวใจของเด็กสาวเบิกบานพองโต พร้อมจินตนาการไปไกลถึงพระเอกในชีวิตจริงของตัวเอง
ดาราแก้วมีชายในดวงใจแล้ว เธอมักจะจินตนาการถึงเรื่องของเราในอนาคตอันใกล้เสมอ แม้ว่าความจริงเราสองคนจะเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกันก็ตาม
