บทที่ 5
"คุณราชันย์คะ ฉันรู้สึกดีกับคุณ จะเรียกว่ารักก็ได้ อย่าทิ้งฉันไปไหนนะคะ"
แว่วเสียงสั่นเครือของหญิงสาวด้านข้างเบาะฝั่งคนขับลอยออกมา เหมือนรู้สึกตัว นิสาสีหน้าคล้ายมึนเมา พูดบอกรักออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่ราชันย์กำลังขับรถอยู่ ทำให้เขาต้องชะงักกับคำพูดของนิสา รถคันหรูจอดเทียบกับฟุตบาท สายตาของเขาจ้องมองไปยังหญิงสาวที่สวยและเพอร์เฟกต์ มีหน้าตาในสังคม โปรไฟล์สวยหรู ถึงแม้ว่าราชันย์จะรู้สึกดีต่อผู้หญิงคนนี้ แต่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่ความรักอย่างแน่นอน
"คุณเมามากแล้วนิสา คุณอาจจะยังไม่ทันได้คิดในสิ่งที่คุณพูดออกมา อีกอย่างผมแต่งงานแล้ว" เหมือนกับเหยื่อที่ถูกวางอยู่ตรงหน้า แต่เสือตัวร้ายไม่สามารถทานลง เพราะเขายังคงยึดมั่นในความดี ไม่อยากผิดคู่หรือนอกกายภรรยา ต่อให้จะไม่ได้รักภรรยาที่ถูกบังคับแต่งงานก็ตาม
"ราชันย์คะ...ฉันรักคุณ" นิสาเธอยังคงพูดคำว่ารักคำเดิม เอื้อมมือทั้งสองข้างโอบกอดรอบลำคอของชายหนุ่ม เพื่อที่จะโน้มตัวเขาเข้ามาใกล้ ๆ แต่ราชันย์เลือกที่จะปฏิเสธ คว้าจับข้อมือของเธอให้พ้นออกจากคอของตัวเอง
"นิสาคุณเมามากแล้ว ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน" นิสาทำไม่สำเร็จ แสร้งหลับตานอนอีกครั้ง ก่อนที่หรี่มองชายหนุ่ม ด้วยความหัวเสีย ผู้ชายคนนี้ เธอตั้งใจที่จะอ่อยและยั่วเขาขนาดนี้ ก็ยังจะปฏิเสธเธอเหรอ
คืนนั้น ราชันย์ส่งนิสาที่บ้านเสร็จ ตัวเขาเองกลับไปนอนที่คอนโดส่วนตัว เพราะถ้ากลับบ้านไปในตอนนี้เพียงฟ้าก็คงรู้ว่าเขาออกไปไหนมา
ตอนเช้า
ในยามเช้าแสงตะวันสอดส่องมายังม่านกันแดด ทำให้คนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงนั้นสะดุ้งตื่น เธอหันมองนาฬิกาก็ยังไม่สายมากแต่ราชันย์หายไปไหน เมื่อคืนเขาไม่ได้นอนตรงนี้เหรอ นั่นเป็นเพียงคำถามในใจของเธอ เพียงฟ้าลุกขึ้นจากเตียง รีบไปอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะลงมาด้านล่าง
เมื่อคืนเธอปิดเสียงโทรศัพท์วางไว้ชั้นล่าง จึงไม่รู้ว่าใครโทรมา แต่พอก้มมองอีกครั้งเพื่อนในวงการเดียวถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่ก็เป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้โทรมาหาเกือบร้อยสาย
"ม่านดาว มีอะไรหรือเปล่าเห็นโทรหาเราหลายสายเลย" เพียงฟ้าเอ่ยถามหลังจากที่อีกฝ่ายกดรับสาย
"เพียงฟ้า อย่าว่าเราก้าวก่ายชีวิตของเธอเลยนะ คือเรารู้ว่าเธอแต่งงานกับคุณราชันย์แต่ทำไมคุณราชันย์ถึงไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น"
ใบหน้าสวยขมวดคิ้วเข้าหากัน งุนงงในคำพูดของม่านดาว ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วทำไมม่านดาวถึงพูดว่าราชันย์มีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น ความกังวลก่อตัวขึ้นทันที เธอสูดลมหายใจเอ่ยถามเพื่อนว่าเกิดอะไรขึ้น พยายามข่มใจเอาไว้เพื่อไม่ให้สติหลุด พยายามใจเย็นให้มากที่สุด
"เกิดอะไรขึ้นเหรอม่านดาว"
"ในตอนนี้โซเชียลเริ่มไม่ค่อยมีข่าวของเขาแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งเราแคปไว้หลายโพสต์เหมือนกันที่เพจดัง ๆ ต่าง ๆ เขาพากันลงคลิปเธอเข้าไปดูในแชทนะ เพียงฟ้าเราไม่ได้ตั้งใจให้เธอกับสามีของเธอทะเลาะกันนะ แต่แค่เราเป็นห่วงเธอ"
เพียงฟ้าเป็นคนที่ใจร้อนและโมโหง่าย รีบกดตัดสายของม่านดาว นิ้วพิมพ์หาข่าวที่ว่าด้วยสายตาที่รุนแรง
หน้าจอโทรศัพท์ในมือ ปรากฏคลิปวิดีโอที่ราชันย์กับนิสากำลังอยู่ด้วยกัน ที่สำคัญมันเป็นสถานการณ์ที่เหมือนผู้หญิงกับผู้ชายเตรียมที่จะมีอะไรกัน
"คุณราชันย์เมื่อคืนนี้คุณนอนอยู่กับฉันบนเตียง แต่แอบออกไปหาผู้หญิงคนนั้นเหรอ"
ม่านดาวโทรกลับมาแต่เพียงฟ้าไม่รับสาย ความโกรธทำหัวร้อนกรุ่นอาบร่าง คว้ากุญแจรถคันโปรด เพื่อตรงไปที่บ้านของนิสาให้มันรู้ดำรู้แดง
บ้านนิสาห่างจากบ้านราชันย์ไม่น้อย ระยะเวลาขับรถเกือบชั่วโมง แต่ก็หาไม่ยาก เพราะคุณพ่อคุณแม่ของนิสาเป็นคนมีหน้ามีตา มีชื่อเสียงออกสื่อ เคยเปิดบ้านให้คนมาถ่ายทำหลายครั้ง เพียงแค่จับจีพีเอสไปก็รู้
เมื่อมาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่ เพียงฟ้าก็บีบแตรรถเสียงดังสนั่น บีบย้ำ ๆ ไม่สนคนสวนที่ยืนตกใจ จนกระทั่งมีผู้หญิงและผู้ชายวัยกลางคนเดินออกมาด้วยสายตางุนงงสงสัย ช่างเป็นเรื่องประจวบเหมาะแท้ๆ ที่ทั้งคู่คือคุณพ่อคุณแม่ของนิสาพอดี
"สวัสดีค่ะ ท่านทั้งสองคือคุณพ่อคุณแม่ของคุณนิสาใช่ไหมคะ" เพียงฟ้าลงจากรถ ยกมือสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ของนิสาตามมารยาทถึงแม้ว่าใบหน้าและสายตาที่มองเขาทั้งสองดูเหมือนคนไม่เต็มใจก็ตาม
"ใช่...คุณมาหาลูกสาวของฉันมีอะไร แล้วคุณเป็นใครทำไมถึงมาบีบแตรรถหน้าบ้านของฉันแบบนี้"
"คุณเห็นข่าวหรือยังคะ เห็นในโลกโซเชียลหรือยังว่าลูกสาวของคุณสำส่อนแค่ไหน ไม่เพียงแต่สำส่อนกับผู้ชายไปทั่ว แต่ลูกสาวของคุณยังยุ่งเกี่ยวพัวพันกับสามีของดิฉัน ฉันแต่งงานกับคุณราชันย์แล้ว จดทะเบียนสมรสกันด้วย ถ้าไม่อยากให้ฉันฟ้องครอบครัวของพวกคุณ ก็อย่ามายุ่งกับสามีของดิฉันอีก"
สายตาของผู้เป็นพ่อและแม่นิสาดูตกใจ แต่ก็ยังดูไม่เชื่อใจในสิ่งที่ได้ยินเท่าไร
"เธอกับราชันย์แต่งงานกันแล้วเหรอ"
คนที่รู้เรื่องการแต่งงานระหว่างเธอกับราชันย์มีแทบนับนิ้วได้ แน่นอนว่าย่อมเชื่อยาก แต่เพียงฟ้ามีหลักฐานชัดเจน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดโชว์ทะเบียนสมรสที่ถ่ายเก็บเอาไว้ ในนั้นมีชื่อของเพียงฟ้ากับราชันย์เด่นชัด
"ชัดเจนหรือยังคะ"
"เรื่องนี้ฉันกับคุณหญิงไม่รู้เรื่อง และฉันก็ไม่เคยรู้ว่าราชันย์แต่งงานมาก่อน เอาเป็นว่าฉันจะเตือนลูกสาวของฉันให้ออกห่างจากเขา"
สิ่งที่ได้ยิน ทำให้เพียงฟ้าเยาะยิ้มออกมา เพียงแค่คำพูดของพ่อและแม่นิสาคงจะทำให้ผู้หญิงแบบนั้นเลิกยุ่งกับสามีคนอื่นได้หรอก
"ขอโทษนะคะ คุณท่านทั้งสองเพียงแค่เตือนลูกสาวคงไม่พอหรอกค่ะ เพราะว่าลูกสาวของคุณรู้ดีอยู่แก่ใจว่าคุณราชันย์แต่งงานกับดิฉันแล้วแต่ก็ยังยุ่งเกี่ยวอีก ฉันขอเตือนด้วยความหวังดีถ้ายังไม่หยุดลูกสาวของท่านทั้งสองดิฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ทะเบียนสมรสหรือว่าเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถทำให้เมียน้อยล้มละลายได้ทั้งครอบครัว"
คำขู่ของเพียงฟ้าสามารถเป็นจริงได้แน่ จึงไม่มีใครกล้าเถียงออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
หญิงสาวหันหลังไปขึ้นรถ เธอสวมแว่นกันแดดก่อนที่จะขับรถตรงไปที่บริษัทของราชันย์ แน่นอนว่าเขาอยู่ที่บริษัทในวันนี้ เพราะมีประชุมใหญ่ เพียงฟ้ารู้ดีจึงมาดักรอที่บริษัท
"คุณเพียงฟ้าคะ ไม่สามารถเข้าได้นะคะ บอสกำลังประชุม" เพียงฟ้าไม่สนใจเลขาที่พยายามขวางไม่ให้เธอเข้าไปในห้องประชุม เธอต้องการที่จะคุยกับราชันย์ให้รู้เรื่องทำไมเมื่อคืนนี้เขาถึงยังกล้าทำเรื่องแบบนั้น
ประตูห้องเปิดออก เพียงฟ้าปรากฏตัวในห้องประชุมท่ามกลางสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เธอ มีทั้งนักธุรกิจต่างชาติและนักธุรกิจมีชื่อเสียงที่กำลังประชุมหารือกับราชันย์อยู่
"ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในนี้กลับออกไปเดี๋ยวนี้นะเพียงฟ้า"
เสียงทุ้มเอ่ยว่าในเชิงตะคอกสายตาไม่พอใจ จ้องมองมายังภรรยาที่เข้าไปในห้องประชุมอย่างไร้มารยาท แววตามีแต่การตำหนิรุนแรง ราชันย์โกรธมากต่อการทำตัวเอาแต่ใจไร้มารยาทขนาดนี้
"คุณต้องคุยกับฉันให้รู้เรื่อง คุณทำแบบนี้ได้ยังไง เมื่อคืนนี้คุณไปมีอะไรกับคนอื่นทำไมถึงไม่อาย ในตอนนี้ฉันมาที่นี่ทำไมคุณถึงอาย!"
หญิงสาวเสียงแข็งกร้าวกลับ ทำให้ชายหนุ่มมองผู้เข้าร่วมประชุมด้วยความรู้สึกอับอายขายหน้ากว่าเดิม เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ พุ่งตัวเข้ามาหาเพียงฟ้าพร้อมกับคว้าแขนเธอ ดึงกระชากออกมาจากห้องประชุม
"ปล่อยนะคะ ฉันเจ็บ!"
