บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 รอยตราพยัคฆ์และคำลวงกลางสายฝน

กลิ่นดินชื้นแฉะปนกับกลิ่นสาบของฟางเก่าๆ พุ่งเข้าปะทะโสตประสาทเป็นสิ่งแรกที่ทำให้ หลินเซียน รู้สึกตัว ความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบซ้ำๆ นางพยายามจะขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่เพดานคอนโดหรูใจเมืองอย่างที่ควรจะเป็น

แต่มันคือหลังคามุงจากที่โหว่จนมองเห็นท้องฟ้าสีหม่นเบื้องบน!

"พี่ใหญ่... พี่ใหญ่ท่านฟื้นแล้ว! อาหยาง พี่ใหญ่ฟื้นแล้ว!"

เสียงเล็กๆ ใสๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้นข้างหู พร้อมกับแรงเขย่าเบาๆ ที่ต้นแขน หลินเซียนกระพริบตาถี่ๆ จนภาพเบื้องหน้าเริ่มชัดเจน เด็กหญิงตัวผอมเกร็ง ผิวพรรณกร้านแดด ดวงตาโตเท่าไข่ห่านกำลังจ้องมองนางด้วยน้ำตานองหน้า ข้างๆ กันนั้นมีเด็กชายอีกคนในชุดผ้าป่านขาดรุ่งริ่งยืนกุมมือตัวเองแน่นด้วยความกังวล

[เดี๋ยวนะ... เด็กสองคนนี้ใคร? พี่ใหญ่เหรอ? แล้วห้องนอนฉันล่ะ? หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดแผนผังแปลงเกษตรค้างไว้หายไปไหนหมด อย่าบอกนะว่า... อีมุขยอดฮิตอย่าง 'ข้ามมิติ' มันเกิดขึ้นกับชีวิตเกษตรกรสาววัยสามสิบอย่างฉันจริงๆ?]

"พี่ใหญ่... ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านสลบไปตั้งสองวัน ข้ากับอาหยางนึกว่าท่านจะทิ้งพวกเราไปเสียแล้ว" ชิงอิง สะอื้นไห้พลางซุกหน้าลงกับไหล่ของนาง

หลินเซียน หรือบัดนี้คือ ชิงเหยา ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อยๆ ไหลบ่าเข้ามาดุจน้ำป่า ชิงเหยาคือบุตรสาวคนโตของบ้านที่พ่อแม่ตายจากไปทิ้งไว้เพียงกระท่อมผุพังกับหนี้สินก้อนโตจากคนในหมู่บ้านที่คอยจะมาฮุบที่ดินทำกินอันน้อยนิดนี้

[โอ้โห... ชีวิตบัดซบกว่านิยายที่เคยอ่านอีกแฮะ บ้านก็พัง ข้าวในถังก็เหลือไม่ถึงกำ หนำซ้ำน้องชายกับน้องสาวก็ผอมจนซี่โครงบานแบบนี้ หลินเซียนเอ๊ย... ในโลกก่อนเธอคือมือโปรด้านการบุกเบิกดิน ถ้ามาตายที่นี่ก็นับว่าเสียชื่อวิศวกรเกษตรหมด! เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ฉันจะปั้นไอ้ดินทรายห่วยๆ หลังบ้านให้เป็นทองให้ได้!]

"ข้าไม่เป็นไร... อาหยาง ชิงอิง พวกเจ้าไปพักเถอะ พี่ใหญ่กลับมาแล้ว พี่สัญญา... ต่อไปนี้พวกเจ้าไม่ต้องหิวอีก" นางกล่าวด้วยภาษาโบราณที่หลุดออกมาจากปากอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในใจจะอยากสบถภาษาปัจจุบันออกมาก็ตาม

สามวันผ่านไป ชิงเหยาเริ่มใช้ความรู้ที่มีจัดการระบบน้ำในที่ดินเล็กๆ หลังกระท่อม นางใช้ไม้ไผ่ที่เหลาจนคมมาทำเป็นท่อนำน้ำจากลำธารสายเล็กๆ เข้าสู่บ่อพักที่ขุดขึ้นใหม่ พร้อมกับเริ่มทำปุ๋ยหมักสูตรพิเศษ จากเศษใบไม้และมูลสัตว์ที่ชาวบ้านมองว่ามันคือขยะ ชาวบ้านตงซานต่างพากันมายืนชะเง้อมองพลางหัวเราะเยาะ

"นางเด็กชิงเหยามันบ้าไปแล้ว คลุกดินคลุกมูลสัตว์ขี้วัวไปวันๆ นึกว่าดินทรายที่นี่จะปลูกอะไรขึ้นรึไง"

ชิงเหยาไม่ได้ใส่ใจเสียงนกเสียงกา นางมุ่งมั่นทำงานจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ลมพายุเริ่มพัดแรง แสงฟ้าแลบแปลบปลาบบ่งบอกว่าพายุฤดูร้อนกำลังจะมา นางรีบเดินขึ้นไปบนเขาเพื่อเก็บ 'รากดิน' สมุนไพรที่จะช่วยประทังความหิวของน้องๆ ในมื้อเย็น

ทว่ากลางป่าที่มืดมิดและฝนที่เริ่มลงเม็ดหนา นางกลับได้กลิ่นคาวเลือดที่ขัดกับกลิ่นดิน

"นั่นใคร!" ชิงเหยาชูตะเกียงกระดาษในมือขึ้น แสงสลัวๆ สะท้อนให้เห็นร่างมหึมาที่นอนพาดอยู่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่

ร่างนั้นคือชายหนุ่มในชุดสีดำฉีกขาดจนเผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อแน่นปึกที่เต็มไปด้วยแผลฉกรรจ์รอยดาบพาดขวางราวกับผ่านสมรภูมินรกมา ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งจมโคลน แต่อีกครึ่งหนึ่งที่พ้นโคลนออกมานั้นกลับหล่อเหลาจนชิงเหยาถึงกับลืมหายใจ

[คุณพระช่วย! นี่คนหรือเทพบุตรตกสวรรค์? หล่อเกินเบอร์มากแม่! สันกรามคมกริบ จมูกโด่งเป็นสัน ขนาดมีเลือดกบปากยังดูเซ็กซี่เลย แต่เดี๋ยวก่อน... รอยแผลพวกนี้มันไม่ใช่ฝีมือโจรธรรมดาแน่ๆ ขืนฉันพาเขากลับไปแล้วทางการรู้ มีหวังโดนประหารทั้งตระกูล]

นางกำลังจะหมุนตัวหนี แต่ทันใดนั้น มือหนาที่เปื้อนโคลนกลับเอื้อมมาคว้าข้อเท้าของนางไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้นางร้องไม่ออก ชายหนุ่มปรือตาขึ้น นัยน์ตาสีเหล็กกล้าที่แฝงไปด้วยความตายและความอำมหิตจ้องมองนางอย่างคาดคั้น

"ช่วย... ข้า..." เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่า ก่อนที่มือจะหลุดร่วงและสลบไปอีกครั้ง

ชิงเหยายืนนิ่ง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ ในหัวของนักธุรกิจสาวหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว

[ถ้าทิ้งไว้ตรงนี้ เขาตายแน่... แต่ถ้าช่วยกลับไป เขาคือภาระ หรือจะเป็น 'โอกาส' กันแน่? หมู่บ้านนี้ผู้ใหญ่บ้านชอบกดขี่ฉันเพราะฉันเป็นหญิงโสดไม่มีคนคุ้มครอง ถ้าฉันมีผู้ชายตัวโตๆ แบบนี้อยู่ในบ้าน... ใครจะกล้าแหยม? แถมแรงงานมหาศาลขนาดนี้ เอามาช่วยขุดคลองชลประทานคงเสร็จไวขึ้นเยอะ!]

"เอาล่ะ... ในเมื่อโชคชะตาเหวี่ยง 'ของดี' มาให้ถึงที่ ฉันจะรับไว้เอง!"

นางตัดสินใจใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี ลากร่างยักษ์นั้นขึ้นบนเลื่อนไม้ที่เตรียมมาใส่สมุนไพร ฝนพัดกระหน่ำจนร่างของทั้งคู่เปียกปอน ชิงเหยากัดฟันลากเขากลับไปยังกระท่อมดินท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง

ภายในกระท่อม ชิงเหยาเช็ดตัวให้ชายแปลกหน้าอย่างทุลักทุเล นางต้องใจสั่นอีกรอบเมื่อเห็นแผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นรูปพยัคฆ์ที่หน้าอกซ้าย ความรู้สึกอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทั้งที่ยังหลับอยู่

"พี่ใหญ่... ท่านพาใครมาเจ้าคะ?" ชิงอิงถามด้วยเสียงสั่นๆ ขณะเกาะขอบเตียงดู

ชิงเหยาสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองใบหน้าที่หลับใหลของชายหนุ่ม ก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

"อาหยาง ชิงอิง... ฟังพี่ให้ดี ชายผู้นี้คือ 'จ้าวเทียนหลง' สามีของพี่เอง เขาไปรบที่ชายแดนมานานจนพวกเจ้าจำไม่ได้ ตอนนี้เขาบาดเจ็บกลับมา พวกเราต้องช่วยกันดูแลเขาให้ดีเข้าใจไหม?"

"สามีพี่ใหญ่? พวกเรามีพี่เขยด้วยหรือเจ้าคะ?" เด็กน้อยทำตาปริบๆ

"มีสิ! เขานี่แหละสามีข้า ใครถามก็บอกไปตามนี้ ห้ามใครรู้ความจริงเด็ดขาด!"

[นายคนหล่อ... ตื่นมาอย่าโวยวายนะ ฉันช่วยชีวิตนาย นายก็ต้องรับบทผัวกำมะลอให้ฉันเป็นการตอบแทน ถือว่าหายกัน!]

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel