บทย่อ
หลังจากผิดหวังจากความรักกระทิงก็ไม่คิดที่จะรักใครอีก ถึงแม้ว่าแม่ของตนจะมาให้สักกี่คน จนมาเจอเด็กข้างไร่มาขอฝึกงาน เมื่อได้อยู่ใกล้กันหัวใจก็เหมือนกลับมามีความรู้สึกอีกครั้งเพียงเพราะได้สัมผัสกายสาว
บทที่1 หาที่ฝึกงาน
ชีวิตของเด็กมหาวิทยาลัยคณะวิศวกรรมเกษตรศาสตร์กำลังจะจบลง แต่มันกำลังจะจบแบบไม่สวยเพราะว่า
“ปีนี้นักศึกษาทุกคนจะต้องหาที่ฝึกงานด้วยตนเองนะจ๊ะ”
“โห่” เสียงโห่ร้องดังขึ้นมาด้วยความไม่พอใจของนักศึกษาทั้งห้องเพราะปกติทุกปีทางมหาวิทยาลัยจะเป็นคนจัดหาให้แค่ลงชื่อว่าจะฝึกที่ไหนเท่านั้นแต่ปีนี้มันไม่เหมือนเดิม
“จะโห่อะไรกัน อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพวกเธอก็ต้องออกไปหางานทำด้วยตัวเองอยู่แล้ว ลองไปหาที่ฝึกงานดูก่อน คงไม่ยากเกินไปสำหรับนักศึกษาทุกคนหรอกเนาะ ทุกคนเก่งจะตายไป ไปลองดูก่อน”
“โหหหอาจารย์”
“ไม่ต้องโห่เลยอาจารย์ยังพูดไม่จบ จะไปสถานที่ละกี่คนก็ได้ตามที่บริษัทนั้นๆ จะรับพวกเธอเข้าฝึกงาน” หลังจากที่นักศึกษาทุกคนไม่สามารถโวยวายหรือทำอะไรได้แล้วก็ได้แต่ส่ายหัวและรับฟังคำอธิบายของอาจารย์
“ที่สำคัญทุกคนต้องหาที่ฝึกงานให้ได้ภายในหนึ่งเดือนนี้นะจ้า”
“โห่” เสียงโหดังกระหึ่มเต็มห้องขึ้นอีกครั้ง
“โด้อาจารย์ ให้เวลาแค่หนึ่งเดือนเองหรือครับใครมันจะไปหาทัน”
“แล้วถ้าหาไม่ได้ไม่ทันละค่ะอาจารย์” เจ๊นนนี่ที่เป็นเพื่อนที่รักที่สุดของกอหญ้ายกมือขึ้นถามและเพื่อนในห้องต่างก็เห็นด้วยและอยากลองถามคำถามนี้กับอาจารย์เหมือนกัน แต่ไม่กล้ายกมือที่จะถามเหมือนกับเจ๊นนท์
“หาไม่ได้ก็ต้องหาให้ได้จ้ะ ไม่งั้นพวกเธอต้องไปลงเรียนวิชานี้ใหม่ในเทอมหน้า และนั่นก็จะทำให้พวกเธอเรียนจบช้าไปอีกหนึ่งเทอม สู้ๆ นะจ๊ะทุกคนอาจารย์เป็นกำลังใจให้ เอาละวันนี้พอแค่นี้ก่อนนักศึกษาทุกคนจะได้มีเวลาไปคิดหรือไปค้นหาสถานที่ฝึกงานตามที่ตนเองชอบ อาจารย์ไปก่อนล่ะ บ๊ายบายนะจ๊ะนักศึกษาขอให้โชคดี “
“โห่ทุกปีทางคณะจะเป็นคนหาให้แค่ลงชื่อก็ได้ไปฝึกงานแล้ว นี่ต้องไปหาเองจะไปฝึกงานกันที่ไหนได้ แล้วให้เวลาหากันแค่หนึ่งเดือน ทำไมไม่เขียนบอกก่อนลงวิชาว่าให้หาที่ฝึกงานด้วยตนเองจะได้หาไว้ตั้งแต่ตอนต้นเทอมมาบอกเอาตอนนี้ใครจะไปหาที่ฝึกงานได้ทัน พวกเราจะไปหาที่ฝึกงานที่ไหนดี” กอหญ้าหันไปถามเพื่อนของเธออีกสองคนนั้นก็คือนนท์นี่และกล้าหาญ ทั้งสามมองหน้ากันด้วยความเครียดและวิตกเพราะไม่รู้ว่าจะไปหาที่ฝึกงานที่ไหนหรือจะเริ่มหาที่ฝึกงานจากที่ไหนก่อน
“เครียดโว้ย” นนท์นี่ลูบหัวตัวเองไปมาจนผมเสียทรงไปหมดแล้ว
“จะไปหาที่ฝึกงานได้ที่ไหนภายในหนึ่งเดือน เฮ้อ” กอหญ้าถอนหายใจออกมาด้วยความกลุ้มใจ
“เอาเป็นว่าเราลองหาดูกันก่อนแล้วกัน” กล้าหาญพูดขึ้นมาเพราะเขารู้ดีว่ามัวแต่กลุ้มใจไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรสู้เอาเวลากลุ้มใจไปหาที่ฝึกงานจะดีกว่า
“เจ๊อยากไปฝึกงานที่ไหน”
“เอาที่มีชื่อเสียงจะได้รับเราเข้าทำงานต่อที่นั่นเลยดีไหม” ทั้งสองต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับนนท์นี่
“ก็ดีนะเจ๊”
“ก็ดีสำหรับฉันส่วนเธอสองคนมีกิจการที่บ้านจะต้องกลับไปดูแลอยู่ไม่ใช่หรือ”
“รอบนี่เอาตามที่นนท์นี่อยากไปเลยนะ เพราะพวกเราต้องการหาประสบการณ์จากที่อื่นก่อนที่จะกลับไปทำงานที่บ้านของตัวเอง”
“แล้วกล้าหาญละ อยากไปฝึกงานที่ไหนเป็นพิเศษไหม ก่อนที่จะไปรับตำแหน่งรองประธานบริษัทเต็มตัว”
“ไม่รู้แต่อยากอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้นานๆ ยังไม่อยากจากไปไหน”
“กูยอมใจมึงจริงๆ นี่จะสามปีกว่าแล้วมึงไม่ยอมรับรักไอ้กล้ามันอีกหรอ” นนท์นี่ยิ้มถามด้วยความหมั่นไส้ แต่คำถามนั้นก็เหมือนทีเล่นทีจริงเพราะเขาสงสารกล้าหาญแต่เมื่อได้คำตอบต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อเจอคำตอบของกอหญ้าแบบนี้
“อะไรนนท์นี้เพื่อนกัน” กอหญ้าตอบด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“จ้าเพื่อนกันไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่”
“เรื่องสถานที่ฝึกงาน เราขอเลือกโรงงานของพ่อเราเป็นที่สุดท้ายนะ เพราะอย่างไงถ้าเราจบไปสุดท้ายแล้วก็ต้องไปทำงานที่นั่นอยู่ดี เราอยากเห็นระบบการจัดการและการทำงานของโรงงานที่อื่นบ้าง”
“อ่า” โรงงานของที่บ้านของกล้าหาญเป็นโรงงานเกี่ยวกับเครื่องดื่มรวมทั้งน้ำหวานต่างๆ ที่วางขายในมินิหมาร์ทขนาดเล็กที่มีกว่าหลายพันสาขาในประเทศไทย
“อืมจะไปฝึกงานที่ไหนดี เอาที่มีโรงงานน้ำ แล้วรับนนท์นี่เข้าทำงาน แล้วก็มีการผลิตแปรรูปผลไม้ในแบบที่กอหญ้าต้องการ”
“ถ้าต้องการขนาดนั้นก็แยกกันฝึกงานเถอะ”
“เฮ้อเอาไงดี” ทั้งสามคนเอามือเท้าคาง เอาไว้เพราะคิดหนักไม่รู้ว่าจะไปหาที่ฝึกงานที่ไหนได้ตรงตามที่เขาทั้งสามต้องการและให้ทันเวลาตามที่อาจารย์กำหนดไว้ภายในหนึ่งเดือน

