บทที่ 1 อย่าให้เสียชื่อลูกน้องเฮียฉี
“ของขวัญของนายน้อยเวย์เต็มบ้านเลยนะครับเฮีย จะให้ผมย้ายไปเก็บที่โกดังก่อนไหมครับ” ไทเสนอความคิดของเขาเมื่อมองดูบริเวณห้องรับแขกห้องใหญ่ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยของขวัญแสดงความยินดี ของขวัญวันเกิดของนายน้อยหรือคุณหนูเวย์
จาง เวย์ ทายาทมาเฟียตระกูลจางรุ่นต่อไปที่ตอนนี้อายุได้5เดือนแล้ว แต่ก็ยังมีของขวัญทยอยส่งมาแสดงความยินดีอยู่เรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะมีคนในวงการธุรกิจสีเทาอยากจะเอาอกเอาใจตระกูลจาง เพราะต่างก็ทำเพื่อให้ธุรกิจของตัวเองอยู่รอดกันทั้งนั้นเพราะชื่อเสียงตระกูลจางและอำนาจบารมีของตระกูลนี้หากได้เป็นมิตรก็จะอยู่สบาย แล้วใครจะอยากเลือกเป็นศัตรูกับตระกูลนี้กันล่ะ
“อืม กูฝากมึงดูแลเรื่องนี้ด้วยแล้วกันไท ของบางอย่างกว่าลูกกูจะเล่นได้คงอีกนาน อะไรที่คัดแล้วแบ่ง ๆ ให้บ้านเด็กกำพร้าได้มึงก็จัดการให้กูด้วย”
อาฉีรู้สึกยินดีมาก ๆ ที่มีคนแสดงความรักความเอ็นดูต่อลูกชายของเขามากถึงเพียงนี้ แต่ของเล่นบางอย่างที่มีซ้ำกันกับบางชิ้นกว่าลูกชายของเขาจะสามารถเล่นได้พอถึงตอนนั้นอาจจะเก่าเกินไป และเขาไม่ได้รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อยหากจะแบ่งปันของเล่นกับของใช้บางอย่างไปให้บ้านเด็กกำพร้าหรือสถานศึกษาสำหรับเด็กเล็กบ้าง เขามีมากมายแล้วแบ่งให้คนอื่นบ้างก็ไม่ได้เสียหายอะไร
“ครับเฮีย แล้ววันนี้เฮียจะออกไปดูความเรียบร้อยที่ไนต์คลับไหมครับ” ไทถามตามหน้าที่ของเขาเพราะเขาเป็นลูกน้องที่สนิทกับอาฉีมากที่สุด รู้ใจมากที่สุด เป็นทั้งบอดี้การ์ด มือขวา ที่ปรึกษาและเพื่อนสนิท
พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นทุกอย่างให้เฮียฉีแล้วยกเว้นหน้าที่เมียอันนี้ยกให้เป็นของซ้อหมวยเลยครับ
“วันนี้กูอยากอยู่บ้านช่วยหมวยเลี้ยงลูก” ตั้งแต่มีลูก อาฉีก็ออกจากบ้านน้อยมาก อะไรที่ปล่อยลูกน้องดูแลได้อาฉีก็จะปล่อยทั้งหมด เพราะเขาต้องการมีเวลาอยู่กับลูกกับเมียให้มากที่สุดซึ่งไทก็เห็นด้วยและเข้าใจเจ้านายดี ‘คนเห่อลูกก็งี้แหละ’
“นายน้อยเวย์ต้องเติบโตมาเป็นคนอบอุ่นแน่เลยเฮีย”
“ยังไง?” เท้าของอาฉีที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องนอนของลูกน้อยต้องหยุดลง แล้วหันมาพูดกับลูกน้องคนสนิทที่มันเริ่มแซวเก่งขึ้นทุกวัน
“ก็ทั้งเฮียทั้งซ้อหมวยพากันกอดรัดฟัดเหวี่ยงเช้าเย็น ดูแลประคบประหงม ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมขนาดนี้ นายน้อยเวย์ได้รับความอบอุ่นเต็ม ๆ โตมาก็ต้องกลายเป็นคนอบอุ่นสิเฮีย”
อาฉีได้แต่ยิ้มตามคำพูดของไท เขาไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวลูกชายคนนี้เพราะเขาเข้าใจว่า ลูก เราเลี้ยงได้แต่ตัว จะโตมาแบบไหนก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคต เอาเพียงแค่ตอนนี้เขากับหมวยทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ลูกน้อยให้ดีที่สุดก็พอแล้ว แต่รักลูกมากนะใครอย่าได้คิดแกล้งหรือทำให้เวย์เจ็บแม้แต่ปลายเล็บไม่งั้นได้เจอดีแน่!
“แล้วเมื่อไหร่มึงจะให้กูเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอจีงสักที” พักเรื่องของเขาแล้วคุยเรื่องหัวใจของไทบ้างดีกว่า อาฉีรู้มาสักพักใหญ่แล้วว่าลูกน้องคนสนิทของเขาคนนี้คิดและรู้สึกอย่างไรกับสาวใช้ประจำตัวของหมวย
“สะ สู่ขอเลยเหรอเฮีย” ไทถามกลับด้วยความประหลาดใจที่จู่ๆ เจ้านายก็ถามออกมาแบบนั้นเพราะเขาไม่เคยบอกใครเลยว่าเขาชอบจีง ไม่เคยแสดงออกให้ใครรู้ด้วยแม้กระทั่งกับจีงเขาก็ยังไม่ได้จีบเธอเลย หมายถึงก่อนหน้านี้นะแต่หลังจากนี้จะจีบจริง ๆ แล้ว
“ชอบก็ขอเลยสิ มึงจะรอช้าทำไมวะไท”
“โธ่เฮีย ไอ้เรื่องขอน่ะผมขออยู่แล้วครับ แต่ตอนนี้ต้องขอจีงเป็นแฟนให้ได้ก่อน” เฮียแม่งจะให้ข้ามขั้นไปขอแต่งเมียเลย แต่ก็อยากอยู่นะ ไอ้เราก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบใครง่าย ๆ อยู่แล้วและกับจีงกูมั่นใจมาก! คนนี้แหละเมียของไอ้ไท
“แล้วได้เป็นแฟนกันหรือยังล่ะ” อาฉียังไม่เลิกถาม นานๆ ทีจะได้เห็นไทเสียอาการเขาก็ต้องขอแกล้งสักหน่อย โตมาด้วยกันก็พึ่งจะได้เห็นมันมีความรักก็ตอนนี้แหละ นึกว่าจะบ้าแต่งานจนลืมเรื่องสร้างครอบครัวแต่งเมีย
“ยัง...”
“มึงอ่อนมากไอ้ไท เสียชื่อลูกน้องกูหมด” ได้ยังไงวะ เป็นลูกน้องตระกูลจางอย่าให้เสียชื่อเรื่องผู้หญิงสิวะ ไอ้นี่!
“หูยเฮียใจเย็นดิครับ ผมขอจีงเป็นแฟนแล้วแต่น้องบอกไม่ให้จีบ”
“แล้วไง เขาบอกไม่ให้จีบมึงก็จะยอมถอยอย่างนั้นเหรอ?” ถ้าตอบว่าใช่มึงได้โดนกูถีบแน่ไอ้ไท ไอ้ฟาย!
“บ้าเหรอเฮีย คนอย่างไอ้ไทไม่มีทางยอมถอยง่ายๆ หรอกครับเฮีย” เขาไม่ได้จะชอบใครง่าย ๆ สักหน่อยในเมื่อเจอคนที่ใช่แล้วจะปล่อยไปเพียงเพราะเธอไม่อยากให้จีบได้ยังไงกัน ไม่มีทางยอมแพ้หรอก
‘อย่างจีงต้องเจอเฮียตื้อ เต๊าะ ๆ หน่อยแป๊บเดียวก็ใจอ่อนระทวยให้เฮียแล้ว หึหึ’
“ดีมาก! แล้วทำไมวันนี้มึงไม่ชวนจีงไปดูโกดังเก็บของของตระกูลจางด้วยล่ะ” อาฉีพูดทิ้งไว้แค่นั้นแล้วรีบเปิดประตูเดินเข้าห้องไปหาลูกน้อย ปล่อยให้ไทยืนคิดตามคำพูดของเขาต่อไปแต่ดีนะที่บังเอิญว่าไทเป็นคนหัวไว พออาฉีพูดจบปุ๊บเขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเจ้านายหมายความว่าอย่างไร
“ฮั่นแน่ะ ช่วยหาทางให้ผมพาสาวไปเดตเหรอครับเฮีย” แต่จะให้พาจีงไปเดตที่โกดัง? เหอะ ใครเขาทำกันวะเฮีย...
ความคิดของเจ้านายที่จะให้ไทชวนจีงไปดูโกดังของตระกูลจางขอบอกเลยว่า ไทไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ จะชวนสาวออกเดตทั้งทีต้องพาไปที่ดีกว่านี้ไหม เฮียนะเฮีย! แต่ก็เข้าใจได้เพราะคนอย่าง จาง อาฉี เจ้านายของไทไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องจีบสาวเท่าไหร่หรอก เรื่องผู้หญิงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนบางครั้งไทนี่แหละที่สอนเจ้านายเอง อย่าให้ไทต้องโม้!
‘ให้พาไปโกดัง หึ บ้าแล้ว’
“โกดังของตระกูลจางกว้างใหญ่มากเลยค่ะเฮีย”
น้ำเสียงตื่นเต้นของจีงดังขึ้นในขณะที่ไทพาเธอเดินสำรวจพื้นที่ในโกดัง เนื้อที่ประมาณ2ไร่ มันก็ยังถือว่าเล็กมากสำหรับตระกูลจางเพราะพื้นที่ส่วนนี้อาฉีตั้งใจซื้อไว้เพื่อเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเพราะที่ดินพื้นนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลจางมากนักทำให้เวลาอยากหาของก็มาเลือกหาที่นี่ได้ใช้เวลาเดินทางไม่นาน
“ตรงนี้ยังถือว่าเล็กนะ มาตรงนี้ดีกว่าจีง” พูดแล้วก็ทำเนียนจับมือน้องน้อยเดินเลี้ยวไปทางที่มีป้ายบอกว่า สวนเซน
“โฮ้ สวนสวยมากเลยค่ะเฮียไท อุ๊ย มีบ่อปลาคราฟด้วย”
