ตอนที่ 2 ความงดงามอย่างเดียวไม่พอต้องเร่าร้อนด้วย nc
สีหน้าของคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อในขณะนี้เต็มไปด้วยความสง่างามและความหล่อเหลาที่เกินกว่าจะหาคำใดมา เขามีท่าทีเหมือนยอดวีรบุรุษ สวมบทบาทของผู้มีฐานะสูงส่งจนทำให้ใครๆ ก็ต้องรู้สึกยอมรับในความสง่าและความมีอำนาจของเขา คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อมักจะไม่แสดงอารมณ์ออกมา แต่ในวันนี้ แม้จะพยายามทำท่าทางสงบเงียบ แต่สายตาของเขากลับแสดงออกถึงความตื่นเต้นและความกระสันที่เขาควบคุมไม่ได้
ท่าทางที่ดูราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่ความจริงแล้วเขากำลังคัดสรรพวกนางด้วยความระมัดระวัง แม้แต่ลมหายใจของเขาที่ค่อยๆ ขาดช่วงระหว่างการพิจารณาก็แทบจะฟ้องให้เห็นถึงความไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้
หลังจากนั้นไม่นาน ความเยือกเย็นที่เคยปรากฏบนใบหน้าของคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อก็เริ่มจะไม่สามารถปิดบังความต้องการที่แท้จริงได้อีกต่อไป เมื่อเขาหันไปสบตากับสาวงามคนหนึ่ง ความงดงามของนางช่างน่าทึ่งจนเขาแทบหยุดหายใจได้ ความงามของนางนั้นเปรียบเสมือนช้างเผือกในป่าใหญ่ที่หายากและล้ำค่า แม้แต่สาวงามจากเมืองหลวงก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงกับนางได้เลย ความงามของเธอเหมือนกับสมบัติที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านแร้นแค้นนี้ ซึ่งเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าที่นี่จะมีสิ่งล้ำค่าที่ไม่มีใครเห็นมาก่อน
ในขณะนั้น สายตาของเขาลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ความคิดแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวคือความปรารถนาอย่างรุนแรงที่อยากจะครอบครองเธอ ไม่เพียงแค่ความหลงใหล แต่ยังมีความต้องการที่จะทำให้เธอเป็นสมบัติที่ไม่อาจหลุดลอยไปจากมือของเขาได้ สายตาของเขาที่จับจ้องไปยังนางแสดงออกถึงความต้องการที่ลึกซึ้งและไม่อาจห้ามใจได้ ความรู้สึกนี้มันช่างแรงกล้าเสียจนเขาแทบไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ลูกน้องคนสนิทของคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อเดินไปหาพ่อแม่ของสาวงามด้วยท่าทีที่เยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความหยิ่งยะโสในสายตา ความภูมิฐานของเขาสะท้อนถึงฐานะที่สูงส่งของนายที่เขารับใช้ ด้วยคำพูดที่แฝงความดุดัน แต่ก็ยังคงมีมารยาทในการพูด เขาเอ่ยขึ้นว่า "คุณชายสนใจในตัวบุตรสาวของพวกท่าน ข้าจะไม่บีบบังคับอะไรทั้งสิ้น หากพวกท่านเห็นสมควร ให้นางเข้าไปพบคุณชายที่ภายในรถม้า" เสียงของเขาดังแผ่วแต่หนักแน่น ดั่งคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
พ่อแม่ของสาวงามนั้นต่างตื่นเต้นจนแทบไม่เชื่อหู เมื่อได้ยินว่าบุตรสาวของตนได้รับเลือกจากคุณชายผู้มีฐานะสูงส่ง ดวงตาของพวกเขาฉายแววดีใจและยินดีอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าชีวิตของลูกสาวจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล พวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะส่งตัวบุตรสาวไปพบคุณชายในทันที ความตื่นเต้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความภูมิใจในตัวบุตรสาว แต่มันคือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจพลาดได้
ทางด้านสาวงามเอง ความรู้สึกภายในของเธอล้วนแต่เป็นความตื่นเต้นและความดีใจจนแทบจะทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วเกินไป ความงดงามของเธอที่ถูกเลือกในครั้งนี้นั้นเกินกว่าจะมีผู้ชายคนใดในหมู่บ้านนี้มาเป็นเนื้อคู่ได้ ทุกความคิดของเธอวนเวียนอยู่ในความฝันอันยิ่งใหญ่ของการได้เข้าไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่งและความสูงส่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายผู้หนึ่งจากเมืองใหญ่จะมองเห็นในความงดงามของเธอเช่นนี้
สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและกระสันในใจ ทุกย่างก้าวของเธอที่เดินไปยังรถม้านั้นรู้สึกเหมือนกับการก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่เธอไม่เคยคาดฝัน ความรู้สึกถึงความปรารถนาที่จะเป็นผู้ถูกเลือกนั้นมันร้อนแรงจนแทบจะเผาผลาญตัวเธอเอง ความงามของเธอถูกมองว่าเป็นของขวัญที่ฟ้าประทานมาให้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อสาวงามก้าวเข้าไปในรถม้า บรรยากาศกลับร้อนแรงขึ้นในทันที ความเงียบสงบกลายเป็นความตึงเครียดเมื่อทั้งสองคนอยู่ในที่แห่งนี้เพียงลำพัง คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อใช้สายตาของเขาจับจ้องไปที่เรือนร่างของเธอ ไม่ปล่อยให้การเคลื่อนไหวใดๆ ของนางหลุดพ้นจากสายตา ความรู้สึกปรารถนาภายในเขากลับเต็มเปี่ยมยิ่งขึ้น ทั้งความงามที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนและความลึกลับในตัวของนางทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว
ในช่วงเวลาที่ทั้งสองอยู่กันเพียงลำพังในรถม้า คุณชายไม่จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์สูงส่งอีกต่อไป ท่าทีที่เคยสง่างามและเยือกเย็นกลับหายไปเมื่อเขาอยู่กับนางเพียงคนเดียว สายตาของเขาที่จับจ้องไปยังใบหน้าและเรือนร่างของเธอชัดเจนในทุกอณู ทุกจุดที่เขามองไปนั้นล้วนทำให้เขารู้สึกถึงความปรารถนาที่ลึกซึ้งมากขึ้น
สาวงามที่เผชิญหน้ากับสายตาที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยความต้องการของคุณชายไม่อาจห้ามอารมณ์ของตัวเองได้ นางรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
"ข้าน้อยมีนามว่า หลินชิงเยว่" สาวงามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แม้จะมีความเขินอาย แต่ก็แฝงไปด้วยความมั่นใจ นางสบสายตากับคุณชายไป๋อวิ๋นเช่ออย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าภายในใจของนางจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและหวั่นใจ แต่สายตาของนางก็ไม่หลบหลีกจากสายตาของคุณชายเลยสักนิด ความรู้สึกที่เธอมีในตอนนี้ไม่เพียงแค่หวังว่าจะได้เลือกจากคุณชาย แต่ยังมีความคาดหวังอย่างลึกซึ้งว่า เธอจะเป็นผู้ถูกเลือกอย่างแท้จริง
หลินชิงเยว่ไม่อาจปิดบังความหวังที่อยู่ในใจได้ ทุกคำพูดที่ออกจากปากเธอเปรียบเสมือนการเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อ ที่รู้ดีว่าเขาคือคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอได้ตลอดไป ความหวังที่เธอมีในตอนนี้คือการได้เป็นที่ยอมรับ และได้รับการเลือกจากเขา เพื่อให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีกว่า การสบตากับคุณชายในครั้งนี้คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนาง
“หลินชิงเยว่... เจ้างดงามมากจริงๆ เจ้าเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุดเท่าที่ชีวิตของข้าเคยพบเจอมา”
คำพูดของคุณชายทำให้หลินชิงเยว่รู้สึกถึงการยอมรับและการชมเชยจากเขา แต่ทว่าเสียงของคุณชายยังไม่หยุดแค่นั้น เขาพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น “แต่ถ้าเจ้าจะเป็นสตรีคู่ชีวิตของข้า แค่ความงดงามอย่างเดียวมันคงไม่พอ เจ้าจะต้องมีความเร่าร้อนด้วย จงแสดงให้ข้าเห็น หากข้ารู้สึกพึงพอใจแล้ว ข้าจะเลือกเจ้า”
คำพูดของคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อเต็มไปด้วยความชัดเจนและความหมายที่ลึกซึ้ง เหมือนการท้าทายหลินชิงเยว่ให้นำเสนอสิ่งที่เขาต้องการจากเธอ นางไม่เพียงแค่ต้องมีความงดงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังต้องแสดงถึงความสามารถและอารมณ์ที่ลึกซึ้งเพื่อพิสูจน์ว่าเธอมีค่าและพร้อมจะเป็นคู่ชีวิตของเขา
คำพูดของคุณชายไป๋อวิ๋นเช่อดุจเสมือนการปลุกเร้าให้หลินชิงเยว่ตื่นขึ้นจากความเคยชิน การท้าทายและคำสั่งของเขานั้นทำให้หัวใจของนางเต้นแรงขึ้น แม้จะเริ่มต้นจากความเขินอาย แต่ในตอนนี้ แววตาของหลินชิงเยว่เปลี่ยนแปลงไป นางรู้ดีว่าโอกาสที่มาถึงในชีวิตของนางไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม นางพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้เปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีกว่า
แววตาของนางที่เคยอ่อนโยนตอนนี้เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปิดบัง ความมุ่งมั่นที่จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายกลายเป็นชนวนปลุกอารมณ์แห่งความหื่นกระหายสาวน้อยผู้ไร้เดียงสากลับกลายเป็นสาวน้อยผู้เร่าร้อนหลินชิงเยว่ค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนอย่างไร้ยางอายมีแต่ความเร่าร้อนและความหื่นกระหายเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตของเธอนั้นได้ดี คุณชายไป๋อวิ๋นเช่อถึงกับเบิกตากว้างเมื่อตัวของเขานั้นเริ่มที่จะได้เห็นเรือนร่างที่สุดแสนจะเย้ายวนของหลินชิงเยว่ ท่อนเนื้อที่อยู่ในสภาวะของความหลับใหลมานานในที่สุดมันก็ค่อยๆตื่นตัว
