ตอนที่ 5 ไม่ปลื้ม
ตอนที่ 5
ไม่ปลื้ม
คุณหญิงวดีแสดงออกชัดเจนว่าไม่ปลื้มหลานสะใภ้คนรองอย่างอารยา ถึงแม้ว่าทั้งสองจะแต่งงานกันแล้วแต่หญิงชราก็ไม่ได้คิดที่จะรามือ ยังคงคิดหาแผนการที่จะแยกทั้งคู่ออกจากกัน
“ตาปอนด์ วันนี้เลิกงานเร็วหน่อยได้ไหม ย่ามีธุระจะให้ไปทำ”
ที่โต๊ะอาหารมื้อเช้าทุกคนนั่งรวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหาร ในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งรับประทานเงียบๆ ผู้เป็นย่าก็เอ่ยขึ้น
“ครับคุณยาย”
“จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าย่าจะให้ไปทำอะไร”
“คุณย่าจะให้ผมทำอะไรครับ”
หญิงชรามีสีหน้าพึงพอใจ ปรายตามองหลานสะใภ้ก่อนเอ่ยขึ้น
“วันนี้หนูศิจะมากินข้าวด้วยช่วงเย็น เลิกงานแล้วแวะไปรับที่บ้านที เดี๋ยวย่าจะฝากของไปให้ท่านรัฐมนตรีด้วย”
“ครับ”
ชายหนุ่มรับคำ นั่งรับประทานอาหารเงียบๆต่อไป ในขณะที่ทุกคนมีสีหน้าอึดอัดอย่างชัดเจน หลังรับประทานอาหารเสร็จแล้วอารยาก็ออกมาเดินเล่นกับปาริฉัตร
“พี่แอนโอเคหรือเปล่า”
“พี่ก็ไม่ได้คิดอะไรนะ”
“ถ้าพี่แอนจะคิดก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณย่าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว สมัยที่ปลามีแฟน คุณย่าก็คอยขัดขวางตลอด”
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยคบหากับผู้ชายคนหนึ่งที่ดีมากๆ เฉพาะฐานะเขาไม่ได้ดีเทียบเท่ากับครอบครัวของเธอ คุณย่าเห็นว่าไม่เหมาะสมจึงพยายามขัดขวาง ถึงขั้นส่งคนไปทำร้ายอดีตคนรัก ด้วยความที่เธอสงสารเขาจึงตัดสินใจบอกเลิก ปล่อยให้เขาไปเจอผู้หญิงที่ดีกว่าเธอ
ปาริฉัตรยังคงเสียใจจนถึงทุกวันนี้ที่ถูกขัดขวางความรัก
“ปลาไม่ชอบเลยที่คุณย่าบงการชีวิตคนอื่นอยู่เสมอ แต่จะพูดอะไรได้ล่ะคะ”
เธอได้แต่ถอนหายใจ ส่วนอารยาก็แอบหนักใจเงียบๆ ขนาดหลานสาวแท้ๆอย่างปาริฉัตรยังทำอะไรไม่ได้ เธอเป็นแค่หลานสะใภ้ก็คงต้องทนอยู่แบบนี้ต่อไป
“ความจริงพี่ไม่โกรธคุณย่าหรอกนะ พี่รู้สึกผิดด้วยซ้ำที่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น คุณปอนด์มีคู่หมั้นอยู่แล้ว พี่มาทีหลังไม่ควรเรียกร้องอะไร”
“จริงๆพี่ปอนด์กับผู้หญิงคนนั้นหมั้นกันเพราะคุณย่าสั่งนะคะ บางทีเขาอาจจะไม่ได้รักกันก็ได้”
“แต่พี่ก็เข้ามาแบบไม่ถูกต้องอยู่ดี”
อารยารู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอรู้สึกว่าตัวเองอยู่ไม่ถูกที่ถูกทาง สมควรแล้วที่จะโดนรังเกียจ
“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ พวกเราทุกคนรู้ดีว่าพี่แอนเป็นคนดี แล้วพวกเราก็ยอมรับพี่แอนเป็นสะใภ้”
อารยารู้สึกใจชื้นที่ทุกคนนั้นเห็นค่าของเธอ คงจะมีแค่สามีกับย่าของเขาเท่านั้นที่ดูแลก็ไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไหร่
“อย่าคิดมากเลยนะคะ เดี๋ยวเราไปช้อปปิ้งกันดีกว่า ไหนๆวันนี้ก็หยุดทั้งคู่แล้ว”
“เอาสิ มีของหลายอย่างที่อยากจะซื้อพอดีเลย”
ได้ออกไปเดินเที่ยวห้างบางทีอาจจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นก็ได้ ปาริฉัตรพาอารยามาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า ก่อนที่ทั้งสองจะขับรถไปไหว้พระที่วัด และไปรับประทานอาหารริมแม่น้ำ
ช่วงบ่ายกลับมาถึงบ้าน ปาริฉัตรก็ถูกคุณหญิงวดีเรียกพบ
“มีอะไรหรือคะคุณย่า”
“เธอดูสนิทสนมกับพี่สะใภ้ของเธอจริงๆเลยนะ”
เมื่อเห็นหน้าหลานสาวหญิงชราก็แขวะทันที
“แล้วทำไมล่ะคะคุณย่า”
ปาริฉัตรรู้ว่าตัวเองไม่ใช่หลานคนโปรด เธอจึงไม่ค่อยสนิทสนมกับผู้เป็นย่าสักเท่าไหร่ บวกกลับยังเคืองเรื่องในอดีต ทำให้เธอนั้นมึนตึงเป็นพิเศษ
“เธอไม่ต้องมาย้อนฉัน เธอกับแม่เธอคอยถือหาอารยา ดึงผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิตของพี่ชายเธอโดยไม่ได้นึกถึงผลกระทบที่จะตามมาเลย”
“แล้วผลกระทบที่คุณย่าว่ามันคืออะไรคะ การเสียผลประโยชน์เหรอคะ”
“ยัยปลา!”
หญิงชราโกรธมาก หลานสาวจี้ใจดำทำให้เธอนั้นตวาดขึ้นมา
“ตาปอนด์กำลังคบหากับหนูศิ แต่พวกเธอสองแม่ลูกกับสนับสนุนให้ตาปอนด์แต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้นึกถึงจิตใจของหนูศิเลย”
“การที่เขาสองคนหมั้นกันไม่ได้แปลว่าต้องคบกันนะคะ บางทีเขาอาจจะไม่ได้รักกันก็ได้”
เหตุผลที่ปาริฉัตรไม่เคยเป็นหลานสาวคนโปรดเพราะเธอนั้นมักจะเถียงคุณหญิงวดีเป็นประจำ เธอเป็นคนใจกล้าตรงไปตรงมา ด้วยนิสัยนี้จึงไม่ค่อยได้รับความเอ็นดูจากย่า
“เธอจะไปไหนก็ไป คุยกับเธอทีไรฉันปวดหัวทุกที!”
ช่วงเย็น อารยารู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษ คุณหญิงวดีสนใจทุกคนให้นั่งประจำที่อย่างที่ตนนั้นต้องการ จะปฏิพัทธ์กับศิริลักษณ์มานั่งข้างๆกัน คอยชงทั้งสองโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของอารยาเลยแม้แต่นิดเดียว
“ตักอาหารให้คู่หมั้นบ้างสิตาปอนด์”
หญิงชราเอ่ย ในขณะที่หญิงวัยกลางคนได้แต่มองด้วยความรู้สึกไม่ชอบใครที่แม่สามีของเธอกำลังทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม
“คุณแม่คะ”
“เธอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร”
หญิงชรารีบเอ่ยขัด ปฏิพัทธ์มองแม่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาดูว่าแม่ไม่พอใจกับสิ่งที่ย่าทำ แต่เขาก็ขัดย่าไม่ได้เช่นเดียวกัน
“กินข้าวกันได้แล้ว จะนั่งมองหน้ากันอีกนานไหม”
ปาริฉัตรแอบถอนหายใจ จับมืออารยาเบาๆเพื่อปลอบใจไม่ให้อีกฝ่ายคิดมาก อารยาแต่งงานย้ายไปอยู่ที่นี่ เธอจึงอยากให้พี่สะใภ้สบายใจมากที่สุด เพราะเธอไม่ต้องการให้พี่ชายแต่งงานใหม่กับ ศิริลักษณ์ เนื่องจากเธอรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ดูไม่น่าไว้ใจ
ศิริลักษณ์นั่งอยู่เคียงข้างปฏิพัทธ์ ในระหว่างนั้นเธอก็คอยชำเลืองมองอารยาเป็นระยะด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่
ส่วนอารยาก็ไม่ได้คิดอะไร เธอนั่งเงียบๆ ปล่อยให้คุณหญิงวดีจัดเเจงทุกอย่าง
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วก็ขึ้นไปคุยกันบนห้องสิ”
ผู้เป็นย่าเอ่ยเอ่ย ปกติปฏิพัทธ์จะทำในสิ่งที่ย่าบอกเสมอ แต่ถึงแม้ว่าเขากับศิริรัตน์จะยังคงเป็นคู่หมั้นกัน แต่ก็หนีไม่พ้นความจริงที่ว่าเขานั้นแต่งงานแล้ว จะให้เขาพาผู้หญิงคนอื่นขึ้นไปคุยที่ห้อง 2 ต่อ 2 ก็คงจะดูไม่ดี
“เดี๋ยวผมจะพาศิริลักษณ์ไปส่งที่บ้านครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบๆ คุณหญิงวดีหน้าตึง ทำท่าเหมือนไม่พอใจที่หลานชายขัดคำสั่ง แต่ปฏิพัทธ์ก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าเขาจะไม่อยู่กับหญิงสาวในที่ลับตา
