บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 คืนข้ามปี 1

อัยย์ลดา

         ยอมรับเลยว่าตอนที่นาตาลีโทรมาบอกว่าพี่ชายของเธอจะมาร่วมปาร์ตี้ด้วย ฉันไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะต้องมายืนอยู่ต่อหน้าผู้ชายที่ฮอตที่สุดเท่าที่ฉันเคยพานพบ

         เพียงแรกสบตาฉันก็รู้ทันทีว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาใหญ่ นัยน์ตาสีฟ้าเจิดจ้าคู่นั้นคมกริบสั่นสะเทือนทะลุทะลวงเข้ามาในใจ ประกายระยับในดวงตายามที่เขาวาดรอยยิ้มกว้างรับกับเรือนผมสีบลอนด์เข้มหยักศกที่ปรกใบหน้า มันคือองค์ประกอบที่ทำให้ฉันแทบลืมหายใจ

         ฉันปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสอดปลายนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมสลวยนั้น แล้วดึงรั้งเขาเข้ามาใกล้ ความร้อนวูบวาบในอกนี้เกิดจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสายตาที่หิวกระหายของเขากับวิสกี้ชั้นเลิศ รสเข้มที่เขาจงใจเติมให้ฉันครั้งแล้วครั้งเล่า

         เสน่ห์อันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาปกติแล้วคือสิ่งที่ทำให้ฉันต้องถอยหนี แต่สำหรับแดเนียลมันกลับยิ่งดึงดูดให้ฉันถลำลึก

         ขณะที่บทสนทนาถึงเรื่องวัยเด็กดำเนินไปแม่ก็ลุกขึ้นเริ่มเก็บจาน ฉันสังเกตเห็นและลุกตามทันทีตามความเคยชิน เอื้อมมือไปคว้าชามเปล่า แต่นาตาลีกลับคว้ามือฉันไว้ ขยิบตาให้อย่างรู้ทันพลางเหลือบมองพี่ชายที่ยังคงจ้องฉันเขม็ง รอคอยให้ฉันพูดประโยคต่อไปให้จบ ฉันยื่นชามให้นาตาลีและถอยห่างจากโต๊ะ มือยังคงกำแก้ววิสกี้ไว้มั่น

         “เดี๋ยวฉันช่วยเก็บเอง” นาตาลีบอกเสียงใส “อัยย์ทำกับข้าวไว้เยอะแล้วก่อนเราจะมา ไปพักผ่อนเถอะ พาพี่แดนไปเดินดูรอบ ๆ บ้านสิ”

         คำพูดนั้นทำให้แก้มของฉันร้อนผ่าว นาตาลีคงสังเกตเห็นสายตาที่เราสองคนส่งให้กัน ฉันถอยกรูดอย่างทำอะไรไม่ถูกขณะที่นาตาลีเริ่มเดินเก็บจานรอบโต๊ะ

         ทว่าฉันก็ก้มหน้าลงเมื่อสัมผัสได้ถึงมืออุ่นจัดของแดเนียลที่คว้าต้นแขนและดึงให้เดินตามไปยังห้องนั่งเล่น

         ฉันทำได้เพียงส่งยิ้มหวานให้น้องสาวเขาและปล่อยให้เขาจูงไป เสน่ห์ของเขามันยากเกินกว่าจะต้านทานไหว ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สูบฉีดในกระแสเลือดกำลังคลายปมประสาทที่เคยตึงเครียดของฉันทีละน้อย

         ฉันนั่งลงบนโซฟาและมองเขานั่งลงข้าง ๆ ใกล้จนรู้สึกได้ถึงไออุ่น

         “คุณเรียนจบอะไรมา” เขาดูสนใจเรื่องราวของฉัน แต่สิ่งที่ฉันสนใจกลับเป็นริมฝีปากหยักลึกที่น่าลิ้มลองของเขาต่างหาก

         “เอ่อ...ตอนแรกฉันเริ่มเรียนหมอน่ะค่ะ แต่พอพ่อเสียฉันก็เลยย้ายไปเรียนบริหารธุรกิจแทน หวังว่ามันจะเปิดโอกาสให้ฉันได้บ้าง” ฉันบอก “เงินบำเหน็จของพ่อยังพอจ่ายค่าบ้านได้ แต่ฉันรู้ว่าแม่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่านั้น ฉันอยากเรียนต่อปริญญาโทเหมือนนาตาลีแต่คงต้องรอไปก่อน”

         “ผมนับถือคุณจริง ๆ ครับ” เขากล่าวเสียงนุ่มลง “เรื่องพ่อแม่...ผมก็เสียท่านไปเหมือนกัน ผมเข้าใจดีว่ามันรู้สึกยังไง”

         ฉันเฝ้ามองเขาขณะที่สายตานั้นกวาดมองไฟประดับปีใหม่ ที่ฉันกับแม่ช่วยกันประดับไว้สำหรับงานสังสรรค์เล็ก ๆ นี้ การมีแขกมาที่บ้านก็ดีอยู่หรอก แต่การที่มีเขานั่งอยู่ใกล้ขนาดนี้มันดียิ่งกว่า

         เขาหันกลับมา มือของเขาวางลงบนเข่าของฉัน เราสบตากันนิ่งงัน

         “เอาล่ะ ลูก ๆ” เสียงของแม่ดังขึ้นทำลายภวังค์จนเราสองคนสะดุ้งผละออกจากกัน “เดี๋ยวแม่ว่าจะข้ามไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดสักหน่อยนะ อยากไปไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยให้ลูกให้หลาน สามคนก็เคาท์ดาวน์สนุกกันไปนะ ในครัวมีเค้กกับไอติมนะจ๊ะ”

         “ค่ะแม่ เดินทางดี ๆ นะคะ” ฉันตอบ แก้มยังร้อนผ่าว

         “ขอบคุณสำหรับอาหารครับป้าณี” แดเนียลลุกขึ้นยืนและไหว้ลาแม่ของฉัน ช่างเป็นจังหวะที่ทำให้หัวใจสั่นไหว

         เรามองตามร่างแม่ที่เดินจากไป สัมผัสถึงไอเย็นที่วูบเข้ามาตอนที่ประตูถูกปิดลง นาตาลีหันมามองเราสองคนยิ้ม ๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกอึก และหันไปสนใจแสงไฟระยิบระยับ

         ฉันขยับตัวบนโซฟาพยายามสลัดความคิดเกี่ยวกับชายผู้นี้ แต่ทุกครั้งที่ขาของเราบังเอิญเสียดสีกัน ความร้อนในช่องท้องของฉันก็ยิ่งลุกโชน

         “พวกเราเล่นทายคำกันดีไหม” ฉันไม่รู้จะเสนออะไรที่ดีกว่านี้

         “เอาสิ!” นาตาลีหัวเราะคิกคัก “เดี๋ยวนะ เรามีแค่สามคน รู้ล่ะ! เดี๋ยวเราผลัดกัน ฉันกับพี่แดนจะทำท่าใบ้ ส่วนเธอเป็นคนทาย เพราะฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบต้องเป็นคนทำท่า”

         “ตกลงตามนั้น” ฉันหัวเราะ

         เกมทายคำในวงเหล้าดำเนินไปเกือบชั่วโมง ฉันหัวเราะหนักมากจนเกือบสำลักเครื่องดื่มตอนที่แดเนียลทำท่าเลียนแบบเป็ด และจังหวะที่นาตาลีกำลังจะลุกขึ้นเพื่อเล่นตาต่อไปโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอจึงเดินเลี่ยงเข้าไปในครัวเพื่อรับสาย

         ฉันเอนกายพิงพนักโซฟาพยายามควบคุมอาการมึนเมาที่เริ่มอุ่นซ่านไปทั่วศีรษะ ไม่ได้รู้สึกสนุกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ฉันหัวเราะคิกคักกับเรื่องตลกที่เขาเพิ่งเล่าจนเผลอไถลตัวและศีรษะเอนไปพิงซบกับไหล่กว้างของเขา และยิ่งดื่มมากขึ้นฉันกับแดเนียลก็ยิ่งสัมผัสแนบชิดกันมากขึ้น

         เมื่อนาตาลีเดินกลับออกมาสีหน้าครุ่นคิดของเธอทำให้ทั้งฉันและแดเนียลต้องขมวดคิ้ว

         “เอ่อ...แบงค์ เพื่อนที่มหา'ลัยโทรมา” เธอบอกพลางก้มมองโทรศัพท์ “เขาบอกว่าหาบัตรโซนหน้าสุดงานเคาท์ดาวน์ที่ลานหน้าห้างให้ได้ แต่ถ้าจะไปต้องไปเดี๋ยวนี้เลย”

         “น้องก็ควรไปนะ” แดเนียลพูดเหลือบตามองฉันแวบหนึ่ง “หมอนั่นพยายามสุดตัวขนาดนั้น อย่างน้อยน้องก็ควรไปสนุกหน่อย”

         “ไม่รู้สิคะ” เธอนั่งลงบนเก้าอี้ “อยู่ที่นี่ก็สนุกมากแล้ว”

         “เธอก็...เราอยู่ที่นี่ตลอดอยู่แล้ว ไปเถอะ ไปสนุกเถอะ!” ฉันสนับสนุน หวังว่าเพื่อนจะรับคำ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel