#####บทที่ 1
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ภาคิน หรือ ภาคินัย เดชาบวรสกุล วัย 30 ปี ชายหนุ่มเอเชียไทยแท้ตั้งแต่หัวจรดเท้า รองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ป บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่...กำลังใช้ฝ่ามือฟาดลงบนโต๊ะของผู้เป็นบิดาซึ่งคือซีอีโออย่างแรงด้วยความโมโห
"เอะอะโวยวายอะไร ฉันไปทำอะไรให้แกไอ้ภาคิน" คุณดำเกิงผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ปบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ค่อยๆปิดแฟ้มเอกสารแล้วแหงนขึ้นไปมองหน้าบุตรชายคนรองทั้งขมวดคิ้วนิ่วหน้า
"แม่นั่น เด็กฝากที่ใช้เส้นสายไต่เต้าขึ้นมาเป็นเลขาของผมคือใคร ทำไมคุณขวัญชีวินถึงบอกว่ามาจากพ่อ" ทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นเคาะประตูแล้วบอกกล่าวกับเขาจบ...เขาก็หัวเสียเหวี่ยงสุดขีดแล้วรีบพุ่งตรงมายังห้องของผู้เป็นบิดาด้วยความฉุนเฉียว
"แม่นั่นที่แกหมายถึงเขามีชื่อนะ เขาชื่อหนูมินตรา คนที่ฉันคัดเลือกว่าเหมาะสมดีละสำหรับการคอยดูแลแก" คุณดำเกิงคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นเพราะไอ้ความทิฐิสูงถือตัวของไอ้เจ้าบุตรชาย เขาจึงต้องไปขอร้องขอโพยให้มินตรามาคอยช่วยกำราบและรายงานเป็นระยะๆถึงพฤติกรรมพรรค์นั้น
"เหมาะสมตรงไหน? หน้าตาก็จืดชืด ไร้รสนิยมสุดๆ พ่อจะให้แม่นั่นมายืนเคียงข้างผมในฐานะเลขาได้ยังไง อายเขาตาย" ภาคินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มเหยียดแขนขึ้นกอดอกแล้วยกขาอีกข้างไขว้ห้างลอยหน้าลอยตาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"หนูมินตราเรียนจบคณะบริหารธุรกิจมาด้วยเกรดนิยมอันดับหนึ่ง เคยผ่านประสบการณ์การทำงานจากบริษัทใหญ่ๆมาหลายต่อหลายแห่งแล้ว แค่นี้ก็คงจะการันตีความสามารถได้ ส่วนไอ้เรื่องหน้าตาหรือบุคลิกอื่นๆแกก็ค่อยปรับเปลี่ยนกันสิ ฉันว่านี่ไม่ใช่เรื่องยากมั้งนะ" คุณดำเกิงเหยียดแขนทั้งสองข้างประสานกันไว้วางบนโต๊ะทำงานแล้วเหลือบขึ้นมองหน้าบุตรชายคนรองเพื่อดูปฏิกิริยาการตอบโต้ของเขาอีกคราว
"ปกติพ่อไม่เคยฝากงานให้ใคร แม่นั่นมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นเหรอครับ" ภาคินหรี่ตามองอย่างจับผิด ภาวนาให้สิ่งที่เขาคิดเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันไปเพราะหากเกิดเป็นเช่นนั้นจริงเขาคงไม่ยอมแน่ๆ
"ก็ไม่ได้พิเศษอะไร แค่เห็นว่าหนูมินตรามีความสามารถ ที่สำคัญเด็กมันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ยังไม่มีงานทำและกำลังเดือดร้อนเพราะตอนนี้แม่ของหนูมินตราต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ฉันก็เลยฝากฝังงานให้ก็เท่านั้นเอง" แต่สำหรับภาคินมันไม่ใช่น่ะสิ...เขารักความยุติธรรมยิ่งกว่าอะไรดี พวกใช้เส้นสายไต่เต้าขึ้นมาเพื่อหวังจะได้งานไม่มีวันประสบความสำเร็จหรอก!
ยิ่งได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังตกที่นั่งลำบาก...ต้องการนำเงินก้อนใหญ่ไปรักษาแม่ที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง ก็อาจมีความเป็นไปได้ว่าเจ้าหล่อนคิดเกาะผู้เป็นบิดาซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อเพื่อหวังเป็นปลิงดูดเลือด
อย่าหวังว่าจะได้เข้ามาเป็นเห็บหมัดสูบเลือดสูบเนื้อแล้วเป็นส่วนแบ่งกองกลางมรดกที่มารดาและเขาควรจะได้รับอีกคน!...ให้มารดาของเขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ก็เจ็บช้ำพอสมควรแล้ว หากรู้ว่าพ่อมีผู้หญิงตัวเล็กตัวน้อยอีกคนคงปวดใจไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นเขาต้องรวบรัดเอาเธอมาไว้ใกล้ตัวจะได้คอยจับตามอง ดีกว่าปล่อยแล้วมันแว้งกลับมาฉกกินหาง
"ครับ งั้นผมรับเธอเข้าทำงาน" คำตอบนี้ทำเอาคุณดำเกิงถึงกลับขมวดคิ้วนิ่วหน้า เมื่อครู่เจ้าลูกชายยังคัดค้านเสียงแข็งเอาเป็นเอาตายว่าอย่างไรก็จะไม่ใช้คนที่เล่นเส้นเล่นสายเข้ามาทำงานใกล้ตัวเด็ดขาด แต่นี่ดันตกปากรับคำง่ายๆเสียงนั้น "เริ่มงานได้เลย เพราะฉะนั้นผู้หญิงคนนี้คือคนของผม พ่อไม่มีสิทธิ์ยุ่ง เข้าใจตรงกันนะครับ"
คุณดำเกิงทำท่าจะอ้าปากกล่าวก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะพ่อลูกชายตัวดีดีดตัวลุกขึ้นพรวดพราดเปิดประตูหุนหันพลันแล่นออกไปจากห้องเสียโดยเร็ว
...
...
ปัง!! แฟ้มเอกสารถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานของรองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทโดยฝีมือของเขา ก่อนจะแหงนหน้าชำเลืองตามองเลขาสาวสุดสวยที่ปัจจุบันนี้เข้ามาทำงานเป็นพนักงานเต็มตัวได้ประมาณหนึ่งปี "งานชุ่ยๆแบบนี้ จ้างพวกเด็กจบใหม่หรือเด็กที่กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยก็ยังโอเคกว่าเลย"
มินตรา สาวน้อยวัย 26 ปี ปัจจุบันนี้อยู่ในตำแหน่งเลขานุการรองประธานบริษัทเดชาบวรสกุลกรุ๊ป รีบก้มหน้างุด...หลุบตาลงมองต่ำเพราะไม่กล้าสบกับความแข็งกร้าวที่แผ่กระจายรังสีรอบๆกายเจ้านาย ภายในใจของเธอร้อนรุ่มเต้นตุบตับโครมครามไม่เป็นจังหวะ...ทำไมพ่อกับลูกถึงได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขนาดนี้นะ
คุณภาคินไม่ได้นิสัยของพ่อมาเลยสักนิดหรือไง!
"คุณภาคินต้องการให้ดิฉันแก้ตรงไหน บอกได้เลยนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบดำเนินแก้ไขให้ก่อนครบกำหนดส่งแน่นอนค่ะ" พูดในขณะที่ไม่ได้มองหน้าเขา
"ฉันต้องการให้เธอแก้ทั้งหมดและส่งงานภายในตอนเที่ยงนี้" คำตอบนี้ทำเอามินตราถึงกับตาลุกวาว แล้วลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่...จะบ้าหรือไงแฟ้มเอกสารกองเบอเร่อมีจำนวนแผ่นกระดาษ a4 อยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ แล้วนี่เวลาก็เดินเลยมาจนใกล้จะ 10 โมงแล้ว ต่อให้เธอบริหารจัดการดีแค่ไหนก็ไม่ทัน!
"ดิฉันมีแค่สองมือนะคะคุณภาคิน นี่ก็เหลือเวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงเอง ถ้าให้สรุปเอกสารใหม่ทั้งหมดคงจะไม่ทันแน่ๆ...หากดิฉันจำไม่ผิดเอกสารชุดนี้ไม่ใช่เอกสารเร่งด่วนเพราะทางฝ่ายบุคคลต้องการภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้นี่คะ" มินตราตอบกลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมภาคินถึงได้จงเกลียดจงชังเธอขนาดนี้ ทั้งๆที่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรให้เขาต้องเดือดเนื้อร้อนใจหรือสร้างความวุ่นวายให้เลยสักครั้ง ในทางกลับกันเธอออกจะเชื่อฟังคำสั่งไม่ให้ขาดตกบกพร่องทุกประการเสียด้วย!
"แต่ฉันต้องการวันนี้ไง" ภาคินยกสองแขนแกร่งค้ำยันลงบนโต๊ะ แล้วเลื่อนฝ่ามือจรดปลายคางมนเลิกคิ้วหลิ่วตาถามหล่อนอย่างกวนตีน "หรือว่าคุณมินตรามีปัญหา?"
"ไม่มีปัญหาค่ะ ดิฉันจะรีบนำกลับไปแก้ไขให้"
"ดีครับ" ภาคินเค้นเสียงหัวเราะอย่างพอใจ ก่อนที่มินตราเอื้อมลงมาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นแนบเสมอเนินอก ทำท่าทำทางหันหลังก้าวออกไป "คงจะผิดคาดไปหน่อยนะครับ ที่คิดว่าหากใช้เต้าไต่ขึ้นมาจะได้อยู่สุขสบาย...แต่กลับต้องทำงานงกๆเพื่อชดเชยเงินที่ผลาญไป"
มินตรากลืนก้อนสะอื้นลงคอ...แล้วรีบสาวเท้าเดินออกไปจากห้องที่ร้อนรุ่มดังขุมนรกนี้ให้เร็วที่สุด! ถ้าไม่จำเป็นเหนือบ่ากว่าแรง กลัวโดนเขาแบล็คเมล์และดันตกหลุมรักเขาหัวปักหัวปำ เธอก็คงหนีออกไปเสียตั้งนานแล้ว!
มินตราหย่อนสะโพกลงนั่งบนฝาโถส้วมด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีปนกันมั่วไปหมดในสมอง...เธอไม่น่าหลงกล หลงคารมคำปากหวานที่ถูกพ่นออกมาจากผู้ชายเจ้าเล่ห์อย่างภาคินเลย!
เธอมันคงใจง่ายเอง...ตกหลุมรักเขาเพียงเพราะเขามาทำดีด้วยนิดๆหน่อยๆ ก็ดันปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาทำเรื่องอย่างว่า สนับสนุนเขา จนเขาสามารถปิดจ๊อบเธอได้ภายในระยะเวลาสองเดือน!!
คราวแรกมันก็หวานชื่นมื่น เขาคอยดูแลเอาใจใส่ ประคบประหงม พูดจาหวานเข้าหว่านล้อมจนใจเธอมันอ่อนน้วย เขาว่าอะไรก็ยอมไปเสียทุกอย่าง...แต่พอหลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์เนี่ยสิ ออกฤทธิ์ออกเดทไม่เว้นแต่ละวัน เปลี่ยนไปอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ
เธอไม่น่าใจง่ายเลย!
แต่ยอมรับจริงๆว่าผู้ชายอย่างภาคินมีโคตรเสน่ห์บ่างอย่างน่าดึงดูดเพศตรงข้ามโดยเฉพาะตอนที่เขาอ้อนอยากจะมีอะไรด้วย...เขาทั้งหล่อ สมบูรณ์แบบ เพอร์เฟกต์ เป็นชายในฝันของใครหลายๆคน ถ้าย้อนเวลากลับไปเธอก็คงไม่ปฏิเสธอยู่ดีนั่นแหละ!
