ประชด#2
ดังนั้นเธอไม่มีสิทธิ์ไปเสียใจกับเรื่องพวกนี้ด้านหลังทิศเหนือมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาทั้งที่เมื่อก่อนแค่เห็นเขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นนับดาวยังทำหน้าบูดได้ทั้งวันแต่ตอนนี้เธอกลับเฉยจนเกินไปเฉยจนเขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
"เหนือคะ"
เสียงอันดาดึงเขากลับมา
"ไปกันเถอะ"
หญิงสาวคล้องแขนเขาแน่นพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจทิศเหนือพยักหน้าแต่สายตายังคงมองไปทางประตูร้านที่ตอนนี้ไร้เงาของ
นับดาวแล้วคิรินเดินเข้ามาตบบ่าเพื่อนเบา ๆ
"เป็นไง"
"อะไรของมึงไอ้คีย์"
"แผนล้มไม่เป็นท่าเลยนะ"
ทิศเหนือขมวดคิ้ว"แผนอะไรของมึง"
ภูผาหัวเราะทันที"ก็แผนเรียกร้องความสนใจจากนับดาวไง"
"กูไม่ได้"
"หยุด"ธามยกมือห้าม"พวกกูรู้จักมึงมาเกือบยี่สิบปี อย่ามาโกหก"
ทิศเหนือเม้มปากแน่นก่อนหยิบกุญแจรถขึ้นมาแล้วเดินนำออกจากร้านทันทีแต่ตลอดทางกลับคอนโดภาพเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวเขารอยยิ้มของนับดาวรอยยิ้มที่ดูไม่แคร์เขาเลยสักนิด
และนั่นต่างหากที่ทำให้เขาหงุดหงิดที่สุดในคืนนี้
ระหว่างขับรถกลับคอนโด ภายในรถหรูเงียบสนิท อันดากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ แต่ทิศเหนือกลับแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ในหัวของเขามีแต่ภาพของนับดาว ภาพตอนเธอยิ้ม ชายหนุ่มกำพวงมาลัยแน่นขึ้น ด้วยความหงุดหงิดที่แม้แต่ตัวเองก็อธิบายไม่ได้ ทั้งที่นั่นควรเป็นผลลัพธ์ที่เขาต้องการ ไม่ใช่หรือ ตั้งแต่วันแรกที่ผู้ใหญ่บังคับเรื่องหมั้น เขาก็ชัดเจนมาตลอด เขาไม่ต้องการแต่งงาน ไม่ต้องการถูกกำหนดชีวิต และไม่ต้องการผูกมัดกับใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขาเห็นเป็นเพียงน้องสาวข้างบ้านมาตลอด ดังนั้น สิ่งที่เขาทำมาตลอดหลายเดือน การพูดจาเย็นชา การทำตัวห่างเหิน การปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาใกล้ หรือแม้แต่เรื่องของอันดาในคืนนี้ ล้วนมีเหตุผลเดียว เขาอยากให้นับดาวเป็นฝ่ายยอมแพ้ อยากให้เธอเป็นคนเดินออกไป อยากให้เธอเป็นคนพูดว่า "เราถอนหมั้นกันเถอะ"เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็คงเลิกบังคับ ทุกอย่างก็คงจบลงง่าย ๆ แต่เรื่องที่ทำให้ทิศเหนือเริ่มสับสน คือนับดาวเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจนเขาตามไม่ทัน เมื่อก่อนเธอมองเขาคนเดียว เดินตามเขาคนเดียว หัวเราะให้เขาคนเดียว แต่ตอนนี้ เธอเริ่มมีโลกของตัวเอง มีเพื่อน มีงาน มีผู้คนมากมายที่รักเธอ รวมถึงผู้ชายอย่างนภัทร และแทนที่เขาจะรู้สึกโล่งใจ กลับกลายเป็นว่า ยิ่งนับดาวถอยห่าง เขายิ่งรู้สึกแปลก ๆ รถแล่นเข้าสู่ลานจอดรถของคอนโด ทิศเหนือดับเครื่อง ก่อนเอนศีรษะพิงเบาะ แล้วหลับตาลง"เหนือ" อันดาเรียกเบา ๆ "ถึงแล้วนะ" ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ก่อนพยักหน้า
สิ่งแรกที่เขาเห็น กลับเป็นร่างเล็กของนับดาว เธอกำลังหัวเราะ ยิ้มกว้าง สดใส เหมือนคนที่มีความสุขมาก ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของอาการเสียใจ จากสิ่งที่เขาทำในคืนนี้ และนั่นเอง ที่ทำให้หัวใจของทิศเหนือกระตุกแปลก ๆ "แกควรดีใจสิ" เสียงคิรินดังขึ้นในความทรงจำ "สมใจมึงแล้วไม่ใช่เหรอที่อยากให้ดาวเลิกชอบมึง"ใช่ เขาควรดีใจ ควรโล่งใจ ควรพอใจที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนแต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งเห็นนับดาวไม่แคร์ ยิ่งเห็นเธอยิ้มให้คนอื่น ยิ่งเห็นเธอมีความสุขโดยไม่มีเขาเขากลับรู้สึกเหมือน ตัวเองกำลังเป็นฝ่ายเสียอะไรบางอย่างไป ทีละนิด โดยที่ไม่ทันรู้ตัว
นับดาวกำลังก้มเล่นโทรศัพท์แถมยังหัวเราะเบา ๆ อีกต่างหาก
ข้อความจากกลุ่มเพื่อนเด้งขึ้นมาพอดี
ข้าวหอม : "ถึงคอนโดแล้วส่งข้อความด้วย"
มิริน : "ถ้าไอ้คุณเหนือกวนประสาท แกโทรหาฉันทันที"
น้ำใส : "อย่าคิดมากนะ"
นับดาวหลุดยิ้มก่อนพิมพ์ตอบกลับ
นับดาว:ฉันโอเค
ทิศเหนือเหลือบมองผ่านกระจกมองหลังเห็นเธอกำลังยิ้มอยู่คนเดียวรอยยิ้มแบบนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของคนกำลังเสียใจชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งเขาตั้งใจให้อันดาพูดแบบนั้น
ตั้งใจให้นับดาวได้ยิน ตั้งใจให้เธอรู้ว่าชีวิตของเขาไม่ได้มีที่ว่างสำหรับเธอ
ที่ผ่านมาเขาทำแบบนี้มาตลอดควงผู้หญิงทำตัวเจ้าชู้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่สนใจเธอเพราะเขาอยากให้นับดาวเป็นฝ่ายยอมแพ้อยากให้เธอเป็นคนถอนหมั้นอยากให้ทุกอย่างจบลงเสียที
แต่ทำไมยิ่งเธอไม่แคร์ยิ่งเธอไม่เสียใจยิ่งเธอไม่หึงเขากลับยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองแพ้ นับดาวรีบเปิดประตูลงจากรถทันที
"ขอบคุณนะคะ"
เธอยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างเป็นธรรมชาติอย่างสบายใจหญิงสาวก็เดินเข้าไปในล็อบบี้ทิ้งให้ทิศเหนือนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย
สายตามองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ นั้นจนลับสายตา
"เหนือ"
อันดาเรียก
"มองอะไรอยู่คะ"
ชายหนุ่มกระพริบตาช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา
แม้ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขาต้องการแต่น่าแปลก
ที่เขากลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิดทิศเหนือนั่งมองผ่านกระจกหน้ารถสายตาตามแผ่นหลังนั้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง
"เธอรีบจังนะ"
อันดาพูดขึ้นพลางจัดเส้นผมของตัวเอง
"คงไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของเรา"
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ แต่แทนที่จะตอบทิศเหนือกลับขมวดคิ้ว
บางอย่างในท่าทางของนับดาวเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
เพราะตลอดทั้งคืนนับดาวดูเหมือนไม่แคร์ดูเหมือนไม่สนใจ
ดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยแต่ตอนที่เธอลงจากรถ
กลับรีบเดินหนีทันทีไม่แม้แต่จะรอลิฟต์พร้อมกัน
ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเหมือนพยายามหนีออกจากสถานการณ์นั้นให้เร็วที่สุดอีกด้านหนึ่ง
ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลงรอยยิ้มบนใบหน้าของนับดาวก็ค่อย ๆ จางหายหญิงสาวพิงผนังลิฟต์เบา ๆ ก่อนปล่อยลมหายใจออกมายาว
เธอไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้นหรอกและไม่ได้ไม่รู้สึกอะไรเลยด้วย
การนั่งอยู่ในรถคันเดียวกันมองผู้หญิงอีกคนซบไหล่ผู้ชายที่เธอรักมาตั้งแต่เด็กฟังอีกฝ่ายพูดเรื่องจะไปค้างที่ห้องของเขาและเห็นทิศเหนือไม่ปฏิเสธสักคำ
มันเจ็บเจ็บมากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีกแต่ในเมื่อเขาไม่เคยเลือกเธอ
เธอก็ไม่อยากทำให้ตัวเองดูน่าสมเพชด้วยการร้องไห้ต่อหน้าเขา
นับดาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนเงยหน้ามองตัวเลขชั้นที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นแล้วบังคับตัวเองให้ยิ้มอีกครั้ง
"ไม่เป็นไรนับดาว"
เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
"เดี๋ยวก็ชิน"
โดยไม่รู้เลยว่าด้านล่างในลานจอดรถมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งมองประตูลิฟต์ที่ปิดไปนานแล้วด้วยความรู้สึกหนักอึ้งอย่างประหลาด
และเป็นครั้งแรกที่ทิศเหนือเริ่มสงสัยว่าการผลักนับดาวออกไปเรื่อย ๆ อาจไม่ได้ทำร้ายเธอเพียงคนเดียวหลังจากขึ้นมาถึงชั้นพักอาศัยทิศเหนือกับอันดาเดินออกจากลิฟต์พร้อมกัน
ทางเดินเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีอุ่นส่องทอดยาวไปตามโถงทางเดิน สายตาของชายหนุ่มมองไปยังห้องข้างๆ โดยอัตโนมัติ
ประตูห้องของนับดาวปิดสนิท
"เหนือ"
อันดาเรียกขึ้นดึงให้เขาหลุดจากภวังค์
"เข้าห้องกันเถอะค่ะ"
ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเปิดประตูห้องทันทีที่เข้ามาด้านในอันดาวางกระเป๋าลงบนโซฟาก่อนเดินเข้ามาคล้องแขนเขาตามความเคยชิน
"อันนึกว่าคืนนี้เราจะได้ใช้เวลาด้วยกันเสียอีก"
เธอยิ้มหวานพร้อมเงยหน้ามองเขาทิศเหนือดึงแขนตัวเองออกอย่างสุภาพ
"ห้องนั้นว่าง"
"เธอพักห้องนั้น"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอันดาชะงักไปเล็กน้อย
"คะ"
ชายหนุ่มเดินไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นก่อนตอบเรียบ ๆ
"ฉันให้เธอนอนห้องนั้น"
อันดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะเบา ๆ
"เหนือเรารู้จักกันมาตั้งนานนะ"
ทิศเหนือไม่ใช่ผู้ชายเจ้าระเบียบเรื่องความรักและไม่ใช่คนดีเลิศอะไรตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาคบผู้หญิงมาก็ไม่น้อยแต่เขาก็มีกฎของตัวเองเสมอไม่ให้ความหวังเกินจริงไม่สัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้
และไม่สร้างความเข้าใจผิดอันดาจึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ
ก่อนพยักหน้า
"โอเคตามใจคุณ"
เมื่อหญิงสาวเดินเข้าห้องนอนไปแล้วทั้งห้องจึงกลับมาเงียบอีกครั้งทิศเหนือยืนอยู่คนเดียวตรงระเบียง มองแสงไฟจากตึกสูงที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ
สายตาของเขาเหลือบไปยังระเบียงห้องข้างๆ ไฟในห้องนับดาวยังเปิดอยู่ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจออกมา
ความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ ตอนที่ชวนอันดามาค้างตอนที่ยอมให้เธอคล้องแขนตอนที่โอบเอวเธอต่อหน้านับดาวทุกอย่างล้วนเกิดจากความตั้งใจ
เพราะเขาต้องการให้นับดาวเห็นต้องการให้เธอเข้าใจและต้องการให้เธอหมดหวังเสียทีเขาไม่อยากแต่งงานไม่อยากถูกผูกมัด
และไม่อยากให้ความหวังกับผู้หญิงที่รักเขามาตั้งแต่เด็ก
