บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ติดกับดัก

ภารัณเห็นว่าเหยื่อติดกับดักแล้ว แต่เลือกจะไม่เข้าไปหาเธอทันทีแม้อยากดูการแสดงของเธอเสียหน่อย และเธอแสดงได้เนียนทีเดียวทั้งท่าทีเจ็บปวดเจียนตาย ทั้งการร้องไห้ที่ดูเหมือนจะขาดใจ น่าเสียดายที่เขาไม่อินเพราะรู้ถึงสันดานของเธออย่างถ่องแท้

"ผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว นายให้จับตัวเธอเลยไหมครับ" เสียงลูกน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดังขึ้น

"ไม่ต้องแค่สั่งให้คนของเราถอยออกไป เคลียร์คนที่อยู่บริเวณนี้ออกไปให้หมด เปิดพื้นที่ เปิดทางให้เธอเข้าไปในศาลาแล้วค่อยล้อมเอาไว้" เขาเอ่ยทั้งที่สายตายังจับจ้องร่างบอบบางที่หลบข้างอาคาร เขาไม่ต้องการเหลือช่องทางให้เธอหลบหนี ไม่อยากให้ทุกอย่างผิดพลาดเพราะถ้าเธอหนีไปได้การจะหาตัวเธอพบอีกครั้งคงยาก

"ได้ครับ" ลูกน้องรับคำสั่งแล้วเดินเลี่ยงออกไปเงียบ ๆ เพียงไม่กี่นาทีผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นก็ทยอยกลับ ในศาลาตลอดจนบริเวณนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า และเงียบงันจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านเบา ๆ

ทว่าณัฐนรีกลับมองไม่เห็นถึงความผิดปกติสักนิดเพราะสมอง และจิตใจของเธอไปอยู่ที่ลูกทั้งหมด เมื่อเห็นว่าบริเวณนี้ไม่มีผู้คนแล้วจึงยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกพยายามกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ แล้วค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในศาลา เดินมาหยุดหน้ากรอบรูปใบใหญ่แสงไฟสีขาวที่ส่องกระทบทำให้เห็นภาพทารกอย่างชัดเจน เธอทรุดลงแทบจะทันที

"ลูก…" เสียงสั่นแตกแทบไม่มีแรงพอจะเปล่งออกมา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลพรากลงอาบสองแก้มนวล โลกทั้งใบเหมือนพังทลายซ้ำอีกครั้งเธอก้มหน้าสะอื้นไห้จนไหล่สั้นจึงไม่รู้เลยว่ามีคนเดินมาจากด้านหลัง

แปะ!

แปะ!

"แสดงได้ดีนิ รางวัลตุ๊กตาทองต้องเข้าแล้วล่ะ"

เสียงปรบมือตามด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยความโกรธที่ดังขึ้นด้านหลัง และเงาร่างสูงที่ทอดทับตัวทำณัฐนรีหัวใจหล่นลงไปอยู่ตาตุ่ม ตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุด น้ำตาหยุดไหลฉับพลัน

เสียงนี้ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวแบบนี้เธอจำได้ดีไม่เคยลืมแม้พยายามฝังมันไว้ลึกแค่ไหนก็ตาม เป็นเขาผู้ชายที่เธอพยายามหนีห่างสัญชาตญาณร้องเตือนให้เธอหนี แต่ร่างกายกลับไม่ขยับ นอกจากนั่งตัวสั่นอยู่ที่เดิม ไม่กล้าหันกลับไปมองคนด้านหลังด้วยซ้ำ

"รู้ไหมว่าฉันอยากทำอะไรตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้าเธอ" รับรู้ได้ว่าเขาก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว ใกล้จนรู้สึกได้ถึงไอร้อน ๆ ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา เธอจึงพยายามดึงสติตัวเองแล้วค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาแม้ลึก ๆ จะรู้สึกกลัว

"ฉันแทบจะฉีกเธอออกเป็นชิ้น ๆ" ภารัณจ้องใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาราวกับจะฉีกเธอออกเป็นชิ้น ๆ ตามที่พูด เสียงที่เอ่ยออกมาสั่นไหวไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะพยายามห้ามตัวเอง มือทั้งสองกำแน่นจนขึ้นเส้นเลือดยาวเป็นทางไปถึงลำคอ ความโกรธที่สะสมมานานระเบิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง

ณัฐนรีได้แต่เม้มปากแน่น ขณะที่สมองเริ่มประมวลผลช้า ๆ และพอคิดดูดี ๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มันทะแม่ง ๆ ตั้งแต่วัดที่ใช้จัดการศพที่อยู่ไกลจากบ้านของเขาหลายสิบกิโลทั้งที่วัดใกล้บ้านมีให้เลือกมากมาย ไหนจะแขกในงานศพที่แทบจะไม่มี รวมไปถึงคนรอบ ๆ บริเวณนี้ที่พากันทยอยกลับในเวลาเดียวกัน

ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้งั้นหรือ แล้วการตายของลูกเธอล่ะเป็นความจริงหรือเปล่า หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความกลัวแล่นวาบขึ้นมา แต่กระนั้นก็พยายามครองสติตัวเองไว้ แล้วหมุนตัวเดินไปยังโลงศพช้า ๆ พร้อมกับภาวนาในใจซ้ำ ๆ ให้การตายของลูกเป็นเรื่องโกหก

เธอเดินมาหยุดนิ่งข้างโลงไม่กล้าเปิดดูในทันทีเพราะลึก ๆ ในใจยังแอบกลัวว่ามันเป็นเรื่องจริง ยืนทำใจสักพักแล้วค่อย ๆ เอื้อมมือไปเปิดฝาโลงอย่างช้า ๆ โลกทั้งใบหยุดนิ่งไปเสี้ยวนาที ก่อนน้ำตาของเธอจะไหลพรากลงอาบแก้ม แต่มันเป็นน้ำตาของความดีใจไม่ใช่เจ็บปวดเพราะภายในโลงว่างเปล่า ไม่มีร่างลูกของเธอ ไม่มีแม้แต่ผ้าขาว

ริมฝีปากสั่นระริกคลี่ยิ้มออกมาทั้งที่ยังร้องไห้

"ลูกยังอยู่" เสียงเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความโล่งใจ หัวใจที่ถูกบีบอัดมานานเหมือนได้หายใจอีกครั้ง ความดีใจเอ่อล้นจนไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้

"ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ"

เสียงแข็งกร้าวที่ดังมาจากด้านหลังทำให้รอยยิ้มบนริมฝีปากสั่นระริกค่อย ๆ หายไป

เธอใช้หลังมือปาดน้ำตาออกลวก ๆ ก่อนหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาตรง ๆ

"คุณแสดงเก่งดีนะ" เขาเดินเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบจ้องเธอราวกับจะฉีกเธอออกเป็นชิ้น ๆ "ทำเหมือนรักเด็กคนนี้มาก ทั้งที่เป็นคนทิ้งเขาเองกับมือ"

คำพูดของเขาเหมือนมีดแทงลงกลางอกเพราะที่เธอทิ้งลูกมันคือความจริง และความรักของเธอที่มีต่อลูกก็เป็นของจริงเช่นกัน

"ฉันไม่ได้แสร้งทำ..."

เธอพยายามเค้นเสียงที่ติดในคออธิบายไปด้วยน้ำเสียงเสียงสั่น

"ฉันแค่…ฉันไม่มีทางเลือก…"

"ไม่มีทางเลือก?" เขากลับหัวเราะหึในลำคอ แต่แววตาไม่มีความขำแม้แต่น้อย

"อย่าพยายามหาข้ออ้างมาพูดให้ตัวเองดูดีเลยเพราะไม่มีผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนวางยาปลุกเซ็กซ์ผู้ชายแล้วปีนขึ้นเตียง ยิ่งไปกว่านั้นยังใจดำทิ้งลูกตัวเองได้ลงคอ"

เขากดเสียงต่ำ

"นี่เหรอการกระทำของคนที่รักลูก"

น้ำตาที่เพิ่งเหือดหายไปค่อย ๆ รินไหลออกจากดวงตาเธออีกครั้งด้วยความรู้สึกอัดอั้นที่มันสุมอยู่ในอกสำหรับคนรวยอย่างเขาจะไปรู้อะไรว่าการเป็นเธอคนจน หนำซ้ำยังต้องหนีเจ้าหนีหัวซุกหัวซุนมันยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหนกว่าจะผ่านไปได้แต่วัน

เธอต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเพราะไม่มีทางเลือก

"คุณไม่รู้…คุณไม่รู้เลยว่าฉันต้องผ่านอะไรมาบ้าง" เธอเอ่ยเสียงแตกพร่าหวังอธิบายเหตุผล แต่เขากลับไม่เปิดโอกาสให้เธอพูดจบ

"ฉันไม่สน" เขาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว "สิ่งที่ฉันเห็นคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ทิ้งลูก แล้วกลับมาเล่นบทแม่ผู้แสนดี คนแบบเธอนี่มันไม่เหมาะจะเป็นแม่ใครเลยด้วยซ้ำ"

คำพูดของเขาบดขยี้หัวใจของเธอจนแหลกละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่ลูกยังอยู่แต่กลับเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิมเพราะความเป็นแม่ของเธอกำลังถูกเขาปฏิเสธจนไม่เหลือซาก

ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่าคือคำพูดเหล่านั้นตอกย้ำให้รู้ว่าตัวเธอเองโหดร้ายมากแค่ไหน แม้จะเอาเหตุผลใดมาอ้างก็หลบล้าง และเปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอทิ้งลูกไม่ได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel