ตอนที่ 3 ช่วยเหลือ
ตอนที่ 3
ช่วยเหลือ
ช่วงกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการนำเรือประมงออก เนื่องจากลมบกจะช่วยพัดเรือเข้าสู่ทะเล จึงเป็นเวลาที่ดีสำหรับการเดินทางของกลุ่มชาวประมง
เด่นชัยเดินตรวจเรือทุกลำเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน เมื่อคนงานมาครบแล้วจึงรีบออกเดินทางทันที
ชาวประมงส่วนใหญ่จะออกหาปลาและอาหารทะเลช่วงกลางคืน แล้วจะกลับมาอีกทีช่วงเช้าตอนที่ลมทะเลพัดเรือเข้าฝั่ง
“คืนนี้ไปนอนกับมาลัย ปิดบ้านให้ดีให้มิดชิด ล็อคกุญแจให้แน่นหนา พ่อบอกมาลัยให้เตรียมที่นอนไว้ให้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะรีบกลับมา”
เด่นชัยเป็นห่วงลูกสาว จึงฝากฝังให้ภรรยาของลูกน้องช่วยดูแลดวงชีวันชั่วคราวในระหว่างที่เขาออกเรือไปหาของทะเล
“พ่อก็ระวังตัวด้วยนะ หนูไม่ค่อยสบายใจเลย”
หญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแต่บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเธอคิดมากไปเอง เมื่อคืนเธอก็ฝันร้าย แต่ไม่อยากเล่าให้พ่อฟังเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่สบายใจ
“ไม่ต้องห่วงพ่อหรอกลูก พ่อบอกแล้วไงอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ลูกไม่ต้องกังวลไป ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พ่อสัญญาว่าจะรีบกลับมา ลูกรีบไปหามาลัยเถอะ”
คนงานส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆซึ่งเป็นชุมชนแออัด อยู่ห่างจากชายหาดประมาณ1 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นเด่นชัยได้กว้านซื้อที่ดินเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว และยกให้คนงานของเขาอยู่
สมัยก่อนคนงานก็หาไม้หาสังกะสีมาสร้างบ้านกันเอาเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มปรับปรุงเป็นบ้านที่สร้างด้วยปูน ค่อยๆเก็บเล็กผสมน้อยต่อเติมไปเรื่อยๆ
“รีบไปเถอะคุณหนู เดี๋ยวผมไปส่ง”
สุเมธขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบข้างๆ อาสาพาดวงชีวันไปส่งที่บ้าน ทั้งสองอายุเท่ากัน เรียนโรงเรียนเดียวกันแต่อยู่คนละห้อง แม้ว่าจะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ตามแต่สุเมธก็เคารพดวงชีวันในฐานะ ลูกสาวของนายจ้าง
“เราฝากพ่อด้วยนะสุเมธ เราไม่ค่อยสบายใจเลย”
ในระหว่างที่ทั้งสองนั่งมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกันหญิงสาวก็เอ่ยขึ้น
“พวกเรารู้เรื่องที่ไอ้เกษมมันมาคุยกับนายหัว พวกเราก็เลยพกอาวุธกันไปด้วย ไม่ต้องห่วงนะคุณหนู พวกเราจะดูแลนายหัวให้ดีที่สุด ให้ดีเหมือนที่นายหัวดูแลพวกเรา”
“ขอบใจมากนะสุเมธ”
ดวงชีวันเห็นมาตลอดว่าการทำความดีจะส่งผลอย่างไร เธอจึงยึดมั่นในความดีเหมือนกับพ่อ เมตตาเหล่าคนงานเหมือนที่พ่อเมตตา มีอะไรก็คอยแบ่งปันครอบครัวของพวกเขาอยู่เสมอ ทำให้ทุกคนที่นี่รักและเคารพเธอไม่ต่างจากเด่นชัยเลย
เมื่อมาถึงเหล่าแม่บ้านที่รวมตัวกันอยู่ก็เข้ามาต้อนรับ ทำอาหารเตรียมไว้ให้ดวงชีวัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารที่หญิงสาวชอบกินอยู่แล้ว
“พอป้ารู้ว่าคุณดาวจะมา ป้าแกก็รีบเตรียมอาหารใหญ่ ดูสิคุณดาว เพิ่งออกมาจากห้องน้ำยังไม่ทันได้แต่งตัวเลยมานุ่งผ้าถุงผัดข้าวอยู่หน้าเตา”
หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ ทุกคนที่นี่กระตือรือร้นที่จะดูแลและบริการเธอ ทำให้ ดวงชีวันรู้สึกเกรงใจ โชคดีที่เธอเอาของฝากติดไม้ติดมือมาด้วย
“ขอบคุณทุกคนมากเลยนะ ฉันมีขนมมาฝากเด็กๆแล้วก็ทุกคนด้วยนะ”
หญิงสาววางถุงขนมไว้ ไม่นานเด็กๆก็วิ่งกรูเข้ามาก่อนยื้อแย่งขนมกัน จนดวงชีวันต้องเข้าไปจัดระเบียบ
“อย่าทะเลาะกันนะคะเด็กๆ เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าใครไม่ต่อแถวพี่ดาวจะไม่ให้ขนม”
เด็กๆกลัวว่าจะไม่ได้ขนมจึงรีบมายืนต่อแถวแต่ก็ไม่วายทะเลาะกันอีก ทำตัวว่านอนสอนง่าย
“เอาล่ะ พี่ดาวจะแจกคนละห่อนะคะ ทุกคนจะได้กินเหมือนกัน โอเคไหม”
หญิงสาวส่งขนมให้กับเด็ก ๆ ทุกคนอย่างเท่าเทียม เธอรู้ว่าที่นี่มีเด็กประมาณกี่คนจึงเตรียมขนมเพียงพอสำหรับทุกคน
“ขอบคุณมากนะคะคุณดาว”
มาลัยเอ่ยขึ้น เธอเป็นรุ่นน้องดวงชีวันหนึ่งปี เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน และเธอก็ชื่นชอบหญิงสาวมานานแล้วเนื่องจากว่าดวงชีวันเป็นคนสวย เรียนเก่งและมักจะได้รับคัดเลือกให้ไปแข่งขันทางการศึกษาอยู่เสมอ เธอจึงเป็นต้นแบบที่ดีของรุ่นน้อง ทำให้หลายๆคนชื่นชมเธอรวมทั้งมาลัยด้วย
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันขออาบน้ำก่อนได้ไหมรู้สึกเหนียวตัวมากเลย”
วันนี้ทั้งวันอากาศร้อนมากและเธอก็ยังไม่มีเวลาอาบน้ำ จึงได้ขอตัวไปทำธุระส่วนตัว โชคดีที่บ้านของมาลัยเป็นสัดส่วน เป็นบ้านปูน 2 ชั้นซึ่งเกณฑ์เหล่าคนงานมาช่วยกันสร้าง ซึ่งนับว่าเป็นบ้านที่ดูดีมากที่สุดในละแวกนี้
“หนูทำความสะอาดห้องน้ำแล้วค่ะ ส่วนข้าวของคุณดาวเดี๋ยวหนูวางไว้บนเตียงนะคะ”
“ขอบใจจ๊ะ”
ในขณะที่ดวงชีวันกำลังจะพักผ่อน เรือของพ่อก็ล่องไปถึงกลางทะเลแล้ว ยิ่งห่างจากฝั่งก็ยิ่งพบกับความมืดมิด เรือทุกลำเปิดไฟให้แสงสว่าง จะได้ไม่เผลอชนกันเอง
ระหว่างที่กำลังวางอวนล้อมก็ได้ยินเสียงเจ็ทสกีดังอยู่ไกลๆ เด่นชัยจึงสั่งให้ลูกน้องยกอวนขึ้นมาก่อน กลัวว่าจะขวางทางเจ็ทสกีจนเกิดอุบัติเหตุ
ในขณะที่ทุกคนกำลังยกอุปกรณ์ขึ้นอย่างแข็งขันเสียงปืนก็ดังขึ้น เด่นชัยตะโกนบอกให้ลูกน้องหาที่หลบ ส่วนตัวเขาก็กำลังจะวิ่งเข้าไปเอาปืนด้านในแต่ดันถูกยิงเข้าที่ขาเสียก่อน
ถูกโจมตีอย่างกะทันหันทำให้ทุกคนตกใจ สุเมธรีบเข้ามาดูแลเด่นชัยที่ถูกยิงจนล้มลง ก่อนที่เขาจะชะเง้อมองลงไปด้านล่าง เห็นเจ็ทสกีลำหนึ่งกำลังจอดเทียบเรือลำนี้ ก็ส่งสัญญาณให้อีกคนรีบนำมีดออกมา
แต่ไม่ทันได้ขยับตัวเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ดังมาจากไกลๆ ทำให้ผู้ชายคนนึงที่กำลังปีนขึ้นมาบนเรือล้มลงไปนอนพักอยู่บนเจ็ตสกี พร้อมกับร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
เรือประมงลำใหญ่แล่นเข้ามาเทียบ ชายหนุ่มร่างสูงกระโดดลงมา เข้ามาช่วยประคองเด่นชัย
“นายหัวเด่น เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“นายหัวจิระ ทำไมถึงมาที่นี่ได้”
เด่นชัยเอ่ยถาม ตอนนี้เขารู้สึกชาไปทั้งขาแทบจะไม่รู้สึกเจ็บปวดแล้ว
“ผมได้ยินเสียงปืนจากไกลๆก็เลยรีบล่องเรือมาทางนี้ สุเมธรีบพานายหัวเด่นไปโรงพยาบาลก่อน นายขับเจ็ทสกีได้ใช่ไหม”
สุเมธพยักหน้า จิรเมธสั่งให้คนของเขา ลากตัวคนร้ายขึ้นไปบนเรือ และให้สุเมธรีบพาเด่นชัยไปโรงพยาบาลด้วยเจ็ตสกีของพวกมัน
“ไม่ต้องห่วงนะครับนายหัวเด่น เดี๋ยวผมดูแลให้เอง”
“ฝากด้วยนะจิระ”
เด่นชัยรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะไม่ไหว เขาสลบไปทั้งๆที่ยังนั่งซ้อนอยู่หลังเจ็ทสกี สุเมธจึงต้องรีบหาเชือกมาพันเอาไว้ และรีบมุ่งตรงเข้าฝั่งเพื่อพาเจ้านายส่งโรงพยาบาลให้ทัน
