ตอนที่ 1 ไม่สบายใจ
ตอนที่ 1
ไม่สบายใจ
การมาเยือนของเกษม ทำให้ดวงชีวันนั่งไม่ติด เธอเดินไปเดินมาภายในห้องนอนสี่เหลี่ยม อยากรู้ใจจะขาดว่านักธุรกิจหนุ่มใหญ่เดินทางมาหาพ่อของเธอด้วยเรื่องอะไร
ดวงชีวันคิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องดี และด้วย ความที่เธอไม่สามารถเก็บความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไว้ได้ หญิงสาวจึงตัดสินใจย่องลงมาข้างล่าง แอบอยู่ด้านหลังประตู เงี่ยหูฟังสิ่งที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่
หญิงสาวรู้ดีว่าการทำแบบนี้มันคือเรื่องที่เสียมารยาทมาก และพ่อต้องไม่พอใจแน่หากรู้ว่าเธอแอบฟัง แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอเป็นห่วงพ่อ กลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายล่อลวง เพราะเกษมเป็นคนเจ้าเล่ห์ เป็น นักธุรกิจหน้าเลือดซึ่งทุกคนในพื้นที่นี้ต่างก็รู้ดี
“ว่ายังไงล่ะคุณเด่นชัย ผมคิดว่าเงินที่ผมเสนอไปมันมากพอที่จะทำให้คุณซื้อบ้านหลังใหญ่ได้เลยนะ”
เกษมมั่นใจว่าเงินของเขาจะสามารถซื้อ ทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่สามารถใช้เงินของตัวเองซื้อความต้องการได้ เพราะคนที่เขากำลังจะเอาเงินมาฟาดหัวคือเด่นชัย ผู้ชายที่ไม่มีวันขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเงินสกปรกของคนอื่น
“บ้านหลังใหญ่ใครๆก็อยากมี แต่ไม่ใช่ผม”
ชายวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร เพราะนี่ไม่ใช่ ครั้งแรกที่เกษมพยายามเจรจาขอซื้อธุรกิจเรือประมงของเขา แต่ที่เขาไม่ขายเพราะข้อเสนอกดขี่และเอาเปรียบมากเกินไป
“พูดอะไรแบบนั้นเล่า ไม่ใช่แค่บ้านหรอกนะที่คุณจะได้ คุณยังสามารถซื้อเรือประมงได้อีกหลายสิบลำ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงกล้าปฏิเสธเงินมากมายขนาดนี้ นี่มันก็หลายครั้งแล้วนะที่ผมมาคุยกับคุณ เมื่อไหร่จะใจอ่อนสักทีล่ะคุณเด่นชัย”
เกษมเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ พลางจิบเบียร์ในเเก้วไปด้วย ทุกครั้งที่คุยธุรกิจ เขามักจะดื่มแอลกอฮอล์ย้อมใจเพื่อความฮึกเหิม จะได้กล้าที่จะต่อรองเงื่อนไขต่างๆโดยไม่ต้องเกรงใจ
แต่ลึกๆแล้ว เขาเป็นคนที่ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนภาพลักษณ์ภายนอกที่แสดงออกไป แต่เพราะเขามีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพล ทำให้เขาไม่เกรงกลัวอะไร
“ผมปฏิเสธไปหลายครั้งแล้ว ทำไมคุณถึงยังมาที่นี่ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่มาตั้งแต่ครั้งแรก”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมอยากพัฒนาที่นี่ให้เจริญขึ้น สิ่งที่คุณทำ มันก็เท่ากับถ่วงความเจริญนะคุณเด่นชัย คุณไม่อยากให้ที่นี่พัฒนาหรือไง คุณมองไปรอบๆสิ ตั้งแต่ผมเข้ามาอยู่ที่นี่ ความเจริญก็หลั่งไหลเข้ามา”
เด่นชัยรู้ดีว่าความเจริญที่เกิดขึ้นโดยเงินทุนที่สนับสนุนโดยเกษมนั้น ทำให้คนในพื้นที่มีรายได้ มีงานทำ มีเงินที่จะเลี้ยงครอบครัว แต่มันก็แลกกับ การทำลายทรัพยากรหลายอย่าง ความสวยงามของธรรมชาติก็ลดน้อยลง เพราะรอบๆเต็มไปด้วยตึกสูง ห้างสรรพสินค้า ทั้งเขายังมีแพลนที่จะทำคอนโดหรูติดริมทะเล
เด่นชัยจึงนึกกังวลไม่น้อย ว่าการก่อสร้างจะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ
เขาอยากคัดค้าน แต่ชาวบ้านที่นี่เห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองจึงไม่มีใครอยากร่วมมือด้วย ทั้งบางคนยังด่าว่าเขาเห็นแก่ตัว เพราะกลัวว่า การก่อสร้างจะทำให้น้ำทะเลสกปรกและทำธุรกิจเรือประมงไม่ได้จึงพยายามขัดขวางความเจริญ
แต่เด่นชัยไม่ได้คิดแบบนั้น เขาไม่ได้คิดจะขัดขวางความเจริญอย่างที่พวกชาวบ้านกล่าวหา เขาไม่อยากให้ธรรมชาติต้องถูกทำลาย ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นแค่ชาวบ้านเรียนจบไม่สูงแต่ก็พอจะมองเจตนาของพวกนายทุนออก หากปล่อยให้ทุกอย่างบานปลาย อีกหน่อยคนที่จะเสียผลประโยชน์มากที่สุดก็คือพวกชาวบ้าน
ด้วยเหตุผลนี้เด่นชัยจึงไม่ยอมให้ใครเข้ามาผูกขาดธุรกิจของเขา แม้ว่าชาวประมงรอบๆจะทยอยขายธุรกิจให้กับเกษมแล้วก็ตาม แต่ก็มีบางคนที่ไม่ยอมขาย เพราะกลัวว่าเกษมจะตักตวงผลประโยชน์ที่นี่จนไม่เหลืออะไรเลย
“ความเจริญที่คุณว่ามันก็ต้องแลกกับ การสูญเสีย คุณไม่ใช่คนที่นี่คุณดูไม่ออกหรอกว่าพวกเราต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง ความจริงผมชื่นชมคุณนะ คุณเป็นนักธุรกิจที่เก่ง แต่นักธุรกิจที่ดีก็ต้องมีคุณธรรม”
เกษมรู้สึกว่าเด่นชัยกำลังหลอกด่า เขาจึงมีสีหน้าไม่พอใจ
ดวงชีวันที่แอบมองอยู่ก็รู้สึกเป็นห่วงพ่อ อยากจะเข้าไปช่วยพูดคุยเจรจา หากเข้าไปตอนนี้อาจจะถูกตำหนิเอาได้ หญิงสาวจึงได้แต่มองห่างๆอย่างเป็นห่วง ยิ่งเห็นว่าลูกน้องของเกษมพกอาวุธกันทุกคนหญิงสาวก็ยิ่งกังวล
“สรุปคุณจะไม่ยอมขายกิจการเรือประมงให้ผม….ใช่ไหม”
เกษมจ้องหน้าเด่นชัย โดยหวังว่าเขาจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเกรงกลัวขึ้นมาบ้าง แต่ชายวัยกลางคนพบเจอคนแบบเกษมมาเยอะ เขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม แต่เขาจะไม่มีวันขายกิจการเรือประมงให้กับนายทุนหน้าเลือดเด็ดขาด
“ต่อให้คุณมาหาผมอีกกี่ร้อยกี่พันครั้งผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าผมจะไม่ขายกิจการของผมให้คุณ ผมว่าคุณอย่ามาที่นี่อีกเลย เสียเวลาเปล่าๆ เงินของคุณซื้อผมไม่ได้หรอก”
เด่นชัยอยากให้เกษมรู้ ว่าเงินของอีกฝ่ายไม่ได้มีค่าขนาดนั้น ยิ่งเป็นเงินที่ได้มาจากงานผิดกฎหมายเขาก็ยิ่งไม่อยากรับไว้
ถึงแม้ว่าเบื้องหน้าเกษมจะทำธุรกิจเหมือนคนทั่วๆไป แต่ข่าวลือที่ว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ก็ทำให้เด่นชัยไม่อยากสุงสิงยุ่งเกี่ยว
“ลำพังแค่ออกเรือไปหากุ้งหาหมึก จะหาเงินได้เท่าไหร่กันเชียว คุณคิดว่าชาติไหนจะมีโอกาสได้จับเงินล้าน”
เด่นชัยหัวเราะเบาๆ เกษมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาสักนิดทำให้ถึงกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมา
“เงินล้านผมจับมาจนเบื่อแล้ว ทุกวันนี้ผมก็ยังจับอยู่ คุณไม่ควรมองคนที่ภายนอก ถึงแม้ว่าบ้านผมจะเก่าและซอมซ่อ แต่ไม่ได้แปลว่าผมไม่มีเงิน ถ้าผมจนอย่างที่คุณว่าผมอาจจะตาลุกตอนที่เห็นคุณเอาเงินเป็นสิบล้านมาวางตรงหน้า”
คำพูดของเด่นชัยตบหน้าเกษมฉาดใหญ่ นักธุรกิจใหญ่ไม่พอใจมากที่ถูกหยามหน้า เขาลุกพรวดขึ้นมาทำให้ดวงชีวันรีบวิ่งออกจากที่ซ่อน มายืนเคียงข้างผู้เป็นพ่อ
“ดาว มาทำอะไรตรงนี้”
เด่นชัยไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นลูกสาวของเขา เพราะเกษมเป็นพวกเฒ่าหัวงู กลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย
“ที่ผ่านมาผมก็พยายามคุยกับคุณเด่นชัยดีๆแล้ว แต่ในเมื่อคุณดื้อด้านก็อย่าหาว่าผมใจร้าย!”
