บท
ตั้งค่า

ลืมตาในร่างใหม่ 1

ปี ค.ศ. 1985 ณ มณฑลหนึ่งทางตอนใต้ของจีนสายลมหนาวเหน็บช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิยังคงพัดกรรโชก หอบเอาไอเย็นยะเยือกมุดลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้ผุๆ เข้ามากัดกินผิวหนังของผู้ที่นอนซมอยู่บนเตียงเตาเก่าคร่ำคร่า ในยุคสมัยที่มังกรจีนกำลังเริ่มขยับตัวตื่นจากหลับใหล นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศนำพาความหวังและโอกาสใหม่ๆ มาสู่ผู้คน

ทว่าสำหรับหลินเสี่ยวเวยในเวลานี้แสงสว่างแห่งความหวังนั้นช่างดูเลือนรางและหรูหราเกินกว่าที่เธอจะไขว่คว้า

“อึก”

เสียงครางต่ำแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นขุย ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับศีรษะกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ปลุกสติของเธอให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด เปลือกตาที่หนักอึ้งพยายามขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก

สิ่งแรกที่ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของเชื้อราที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อไม้ ผสมปนเปกับกลิ่นถ่านหินคุณภาพต่ำที่เผาไหม้ไม่หมดจนฉุนจมูก

ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเพดานไม้สีคล้ำที่มีรอยคราบน้ำฝนวงใหญ่ด่างดวงหยดลงมาเป็นทาง ผนังห้องที่บุด้วยดินเหนียวและฟางถูกแปะทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ สีเหลืองซีดเพื่อกันลมหนาว พาดหัวข่าวบนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเขียนว่า ‘การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 6’

“ที่นี่ที่ไหนกัน”

เสี่ยวเวยพึมพำเสียงแหบพร่าพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงราวกับตุ๊กตาผ้าที่นุ่นหลุดลุ่ย ความทรงจำสุดท้ายที่เธอนึกออกคือแสงไฟหน้ารถบรรทุกคันมหึมาที่พุ่งเข้าใส่ร่างของเธอบนถนนในยุคศตวรรษที่ 21 เสียงเบรกที่กรีดแทงแก้วหู และแรงกระแทกมหาศาลที่พรากวิญญาณของเธอออกจากร่าง

ทว่าวินาทีต่อมาความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับน้ำป่าที่ทำนบแตก ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดขึ้นม้วนแล้วม้วนเล่า

เจ้าของร่างนี้มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ หลินเสี่ยวเวยหญิงสาววัย 19 ปี เด็กสาวกำพร้าจากหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลที่ตัดสินใจหอบหิ้วความฝันและเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต กระโดดขึ้นรถไฟสายมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเพื่อมาตายเอาดาบหน้า หวังเพียงจะได้งานทำในโรงงานทอผ้าเพื่อแลกกับชามข้าวเหล็กที่มั่นคง

แต่ทว่าความเป็นจริงนั้นโหดร้ายกว่านิยาย ร่างกายที่บอบบางและขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจทนทานต่อความตรากตรำและการกินอยู่ที่อดอยากได้ ในคืนที่พายุหิมะหลงฤดูพัดผ่านมา เธอจึงล้มป่วยลงและจากไปอย่างโดดเดี่ยวในห้องเช่ารูหนูแห่งนี้ โดยไม่มีใครรู้เห็น

“สวรรค์ท่านเล่นตลกอะไรกับฉัน ให้เกิดใหม่ทั้งทีทำไมต้องมาอยู่ในร่างของคนที่กำลังจะอดตายในยุค 80 ด้วย!”

เสี่ยวเวยก้มลงสำรวจตัวเองเสื้อนวมตัวเก่าที่สวมใส่อยู่นั้นเนื้อผ้าหยาบกระด้างสีน้ำเงินตุ่นๆ ที่ผ่านการซักจนซีดจาง มีรอยปะชุนด้วยเศษผ้าต่างสีอยู่หลายแห่งสองมือของเธอหยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยด้านและแผลเล็กๆ จากการทำงานหนักเกินวัย

เธอฝืนสังขารลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะไม้ขาเกที่มุมห้อง หยิบกระจกเงาบานเล็กที่แตกร้าวขึ้นมาส่องดู

ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้เธอต้องชะงักลมหายใจ

แม้ใบหน้าจะซูบตอบจนเห็นโหนกแก้ม และผิวพรรณจะเหลืองซีดเซียวจากการขาดอาหาร แต่โครงหน้ากลับงดงามหมดจดราวกับภาพวาดพู่กันจีน คิ้วเรียวงามดั่งใบหลิว ดวงตากลมโตสุกใสดั่งหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า จมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงนิสัยที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และริมฝีปากรูปกระจับที่แม้จะซีดขาวแต่ก็ได้รูปสวยงาม

นี่คือเพชรในตมอย่างแท้จริง! หากได้รับการบำรุงเสียหน่อยหญิงสาวผู้นี้คงงามล่มเมืองจนบุรุษทั่วหล้าต้องเหลียวหลัง

ขณะที่กำลังตกตะลึงกับรูปโฉมของเจ้าของร่างเดิม มือข้างซ้ายของเธอก็ยกขึ้นมาลูบหน้าอกโดยไม่รู้ตัวปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับวัตถุเย็นเยียบที่สวมอยู่บนนิ้วนาง

มันคือ แหวนหยก วงหนึ่ง

หยกสีเขียวเข้มเนื้อดีลวดลายแกะสลักเป็นรูปเถาวัลย์โบราณพันเกี่ยวกันอย่างวิจิตรบรรจง ดูอย่างไรก็ไม่น่าใช่ของที่เด็กสาวบ้านนอกยากจนจะมีไว้ในครอบครองได้ ความทรงจำบอกเธอว่า นี่คือสมบัติชิ้นเดียวที่ยายทิ้งไว้ให้ก่อนตาย กำชับหนักหนาว่าห้ามถอดและห้ามขายเด็ดขาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel