ตอนที่2 ชดเชยความผิด
เฟินเยว่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงอย่างทรมาน นางจับไข้ทั้งคืนเพราะบาดแผลระบมอย่างหนัก เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะทะลุมาอยู่ในร่างนี้ แถมมาอยู่ในร่างของคุณหนูตัวร้ายที่กำลังถูกลงโทษ ความเจ็บปวดนี้นางจะจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ นางไม่ได้โกรธแค้นพวกเขาที่ลงโทษนาง แต่นางโกรธแค้นร่างเดิมนี้ต่างหาก
เธอนอนทบทวนเรื่องราวของร่างนี้อย่างเย้ยหยัน พฤติกรรมของร่างนี้ที่ทำเอาไว้ เธอที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้เลยต้องมารับกรรมแทน และยังมีอีกมากมายที่นางสร้างวีรกรรมเอาไว้ แล้วอย่างนี้เธอจะกล้าใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร
เมื่อคิดมาถึงตอนนี้เธอก็ร้องไห้ออกมา เพราะคิดถึงครอบครัวที่อบอุ่นที่เธอจากมา จู่ ๆ เธอก็เสียชีวิตลงจากเหตุการณ์ตึกถล่ม ไม่รู้ว่าเวลานี้พ่อกับแม่เธอจะเสียใจมากเพียงใด ส่วนเธอบอกเลยว่าเสียใจมากที่ได้มาอยู่ในร่างนี้
เธอทะลุมิติมาก็ได้อยู่กับร่างของคุณหนูตัวร้ายที่มีคนเกลียดชังมากมาย เธอคงต้องเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในจวนสักพัก เธอยังไม่พร้อมที่จะออกไปเผชิญกับความเกลียดชังของผู้คน
“คุณหนูถึงเวลาดื่มยาแล้วเจ้าค่ะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” แม่นมตู้ถึงกับชะงัก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูเอ่ยขอบคุณออกมา ปกตินางไม่เคยเอ่ยขอบคุณแต่อย่างใด หรือว่าหลังจากถูกทำโทษคุณหนูจะคิดได้และคิดจะเปลี่ยนแปลงตนเอง สวรรค์ขอให้นางคิดได้ทีเถอะ
ถึงนางจะไม่ได้เป็นแม่แท้ ๆ แต่นางก็เลี้ยงดูคุณหนูมา ความรักความผูกพันจึงเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางเลี้ยงดูคุณหนูเฟินเยว่พร้อมกับบุตรสาวของนางที่อายุไล่เลี่ยกัน นางจึงรักและเอ็นดูดั่งบุตรสาวในไส้
เมื่อดื่มยาจนหมดถ้วยเฟินเยว่ก็กลับไปนอนกอดหมอนและหลับไปทันที แม่นมตู้ยกมือมาลูบศีรษะให้นางอย่างสงสาร นางคงจะเจ็บปวดและทรมานกับพิษบาดแผลเป็นอย่างมาก คงต้องใช้เวลานานหลายวันถึงจะรักษาแผลบนแผ่นหลังให้หายได้
สี่เทพสงครามแห่งแคว้นต้าซ่ง ตวนอ๋องจ้าวซีห่าว รุ่ยอ๋องจ้าวจางหย่ง ฉีอ๋องจ้าวฟางหลง ฉินอ๋องจ้าวหนิงหลง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ออกไปปราบโจรภูเขา ที่เป็นภัยคุกคามต่อแคว้นต้าซ่งมาอย่างยาวนานก็สำเร็จลง พวกเขาก็เดินทางกลับมาเมืองหลวงและมารวมตัวกันที่จวนของรุ่ยอ๋อง
“ได้ข่าวว่าพวกเจ้าไปจัดการบุตรสาวตระกูล
หยาง?” ฉินอ๋องจ้าวหนิงหลงเอ่ยถามขึ้น พร้อมยกจอกสุราขึ้นดื่มด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“คุณหนูนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจสมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง” ตวนอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าได้ข่าวว่านางกลั่นแกล้งคุณหนูจางทุกครั้งที่มีโอกาส ข้าเลยช่วยส่งเคราะห์ให้ คิดว่าต่อไปนางคงไม่กล้าทำอีกแล้ว” รุ่ยอ๋องเอ่ยขึ้นมาบ้าง พลันนึกรังเกียจหยางเฟินเยว่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ข้าก็ได้ยินข่าวว่าคุณหนูหยางเฟินเยว่ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจากเสนาบดีหยาง นางสูญเสียมารดาผู้ให้กำเนิดตั้งแต่นางยังแบเบาะ เสนาบดีหยางจึงทุ่มเทความรักที่มีทั้งหมดให้กับนาง ทั้งรักและตามใจโดยไม่สนถูกผิด จนนางกลายมาเป็นสตรีเช่นนี้ หากข้าเป็นคนยิงธนู คงให้นางได้สักแผลสองแผล” ฉีอ๋องเอ่ยเสริมขึ้นมาอย่างเหี้ยมเกรียม
“หากว่าข้าอยู่ตรงนั้น ข้าคงต้องลงมือโบยนางด้วยมือของข้าเอง ข้าละเกลียดที่สุดสตรีที่อิจฉาริษยาผู้อื่น โดยที่ไม่มองพฤติกรรมของตัวเอง” ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทีแข็งกร้าว
สี่วีรบุรุษเทพสงครามแห่งแคว้นต้าซ่ง ผู้มีนิสัยเงียบขรึมเย็นชาและเหี้ยมโหดจนเป็นที่ประจักษ์ พวกเขาเติบโตมาบนสนามรบตั้งแต่อายุ 15 ปี จนปัจจุบันพวกเขาอายุ 22 ปี พวกเขาฝึกฝนวิชาการต่อสู้ และออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพทหารจนได้รับชัยชนะ ต่างแคว้นต่างยอมศิโรราบให้กับกองทัพแคว้นต้าซ่งอย่างไร้ข้อโต้แย้ง
เมื่อพวกเขากลับมาพร้อมชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สู้รบกันมาอย่างยาวนานถึง5ปี ฮ่องเต้จ้าวห่าวอู๋จึงพระราชทานยศศักดิ์ให้พวกเขาเป็น ตวนอ๋องจ้าวซีซวน รุ่ยอ๋องจ้าวจางหย่ง ฉีอ๋องจ้าวฟางหรงและฉินอ๋องจ้าวหนิงหลง
นอกจากยศถาบรรดาศักดิ์แล้ว ฮ่องเต้ยังคงพระราชทานจวนให้พวกเขาทั้งสี่พระองค์ได้พำนักนอกวัง และประทานทรัพย์สินมากมายให้เป็นรางวัล อีกทั้งนางกำนัลขันทีที่ถูกคัดเลือกให้ไปรับใช้ในแต่ละจวน
แต่เมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ ได้มีโจรภูเขาออกมารังควานชาวบ้านให้ได้รับความเดือดร้อน ฮ่องเต้จึงมีคำสั่งให้พวกเขาทั้งสี่พระองค์ ออกไปปราบโจรภูเขาให้สิ้นซาก เมื่อเสร็จภารกิจเทพสงครามทั้งสี่พระองค์ก็เดินทางกลับมายังเมืองหลวงทันที
“พูดถึงคุณหนูจางอวี้หลัน ความงดงามของนางโดดเด่นยากจะหาใครเทียบได้ พวกเจ้ามีใครพึงใจในตัวนางหรือไม่ หากมีก็พูดออกมาเลย เราเป็นพี่น้องกัน ห้ามผิดใจกันเรื่องสตรีเด็ดขาด” ฉินอ๋องเอ่ยถามขึ้นอย่างเปิดใจ เพราะอีกไม่นานพวกเขาต้องถึงเวลาเลือกคู่ครอง
“ข้าเคารพการตัดสินใจของเสด็จแม่ แต่หากให้ข้าเดานางน่าจะถูกเลือกให้เจ้านะตวนอ๋อง” ฉีอ๋องเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ตวนอ๋องได้ยินก็ยกจอกสุรามาดื่มอย่างเฉื่อยชา
“การหาคู่ให้กับโอรสของราชวงศ์เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีและความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ข้ายังไงก็ได้”
“ข้าก็เช่นกัน การออกเรือนเป็นกฎและประเพณีที่ต้องปฏิบัติตาม การเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะให้ข้าแต่งกับใครข้าก็ไม่ขัดอยู่แล้ว” ฉินอ๋องเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วเจ้าละรุ่ยอ๋อง?”
รุ่ยอ๋องยกจอกสุราขึ้นมามองอย่างสนใจ ก่อนจะยกขึ้นมาจิบอย่างเกียจคร้าน “ข้ายังไงก็ได้ แต่ในความรู้สึกของข้า สตรีเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดในความคิดของข้า” ตวนอ๋องที่ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วย
หยางเฟินเยว่เมื่อลืมตาขึ้นมา ก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยของอีกวันไปแล้วนางนอนหลับอย่างยาวนานเพราะพิษไข้ ร่างกายของนางยังคงเจ็บระบม และขยับได้อย่างยากลำบาก แต่แล้วสายตาของนางก็ต้องสะดุดกับร่างของใครบางคน ที่นั่งอยู่ข้างเตียงของนาง
เฟินเยว่จึงพยายามหันมามองนางทั้งตัว ก่อนจะตกใจตาเบิกกว้าง “เจ้าจะมาทวงร่างของเจ้าคืนหรือ? ข้าเต็มใจคืนให้เจ้านะ เพราะข้าไม่อยากได้ร่างนี้เลยสักนิด” น้ำฟ้าในร่างของเฟินเยว่รีบบอกวิญญาณของร่างนี้ทันที เพราะหากว่านางมาเอาร่างนี้คืน นางจะได้ไม่ต้องมาทนรับกรรมกับสิ่งที่ร่างนี้ทำเอาไว้อีกต่อไป
“ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยนะ” วิญญาณคุณหนูตัวร้ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ไม่คาดคิดว่านางจะเสียชีวิตลงเพราะหวาดกลัวอย่างสุดขีด แล้วมีวิญญาณอีกตนเข้ามาสวมร่างของนางแทน
“ข้าไม่ได้จะมาเอาร่างของข้าคืน ข้าหมดอายุขัยของข้าแล้ว แต่ว่า…ท่านพญามัจจุราชสั่งให้ข้ามาคอยช่วยเหลือเจ้า ชดเชยความผิดที่ข้าเคยทำเอาไว้” เฟินเยว่ได้ฟังก็ถอนใจออกมา นึกว่านางจะมาเอาร่างคืนซะอีกอุตส่าห์ดีใจ
“เท่าที่ข้าจำได้ร่างนี้ไม่มีความสามารถอะไรเลย แล้วเจ้าจะช่วยข้าอย่างไร?”
วิญญาณคุณหนูตัวร้ายได้ยินก็หน้าม่อยคอตกอย่างรู้สึกผิดอีกครั้งนั่นสิแล้วนางจะช่วยอะไรได้นะ ก่อนนางจะนึกขึ้นมาได้ว่านางเป็นวิญญาณนี่ คนอื่นไม่มีใครมองเห็นนาง มีแต่เฟินเยว่ที่มองเห็น
“ข้านึกออกแล้ว! เพราะข้าเป็นวิญญาณไม่มีใครมองเห็นข้า ข้าจะช่วยสอดส่องความปลอดภัยให้เจ้าก็แล้วกันดีมั้ย?”
หยางเฟินเยว่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปนอนซบกับหมอนเหมือนเดิม วิญญาณของร่างนี้นางอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ในยามนี้นางไม่อยากคิดอะไรมากแล้ว นางอยากหายป่วยเร็ว ๆ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน
ฝากคอมเม้นท์ ฝากกดไลค์ ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
