บท
ตั้งค่า

6 ข้าไม่มีเงิน

6

ข้าไม่มีเงิน

ชิงเหยามองดูเด็กน้อยตัวเล็กและซูบผอมกว่าเด็กวัยเดียวกันในเมืองหลวง นางหันกลับไปมองบ่อน้ำของตนเองที่ยังคงมีน้ำซึมออกมาจากตาน้ำไม่ขาดสาย ตาน้ำที่นางค้นพบด้วยไม้ดิ่งที่วาดขึ้นจากพู่กันเกล็ดมังกรนั้นดีเยี่ยม ผิดกับบ่อส่วนกลางที่เฉินกุ้ยครอบครองไว้ลิบลับ

“เช่นนั้นเจ้าอยากลองดื่มน้ำจากบ่อของข้าดูไหม”

ชิงเหยาถามพลางลุกขึ้นเดินไปหยิบชามดินเผาที่วางอยู่ใกล้ๆ เด็กหญิงตัวน้อยตาโตด้วยความดีใจ แต่ไม่นานดวงตาของนางก็เศร้าสร้อยตามเดิม

“ขะ...ข้าไม่มีเงินให้พี่สาวหรอกนะเจ้าคะ ท่านแม่บอกว่าน้ำทุกหยดมีราคา”

“ข้าไม่ได้ต้องการเงินจากเจ้า รับไปเถิด”

“จริงหรือเจ้าคะ”

“อืม รับไปสิ”

ชิงเหยายื่นชามน้ำส่งให้ผ่านช่องรั้วไม้ไผ่ เด็กน้อยยื่นมืออันสั่นเทามารับชามน้ำไป นางจิบน้ำเข้าไปหนึ่งกลืน แล้วดื่มน้ำนั้นจนหมดชามอย่างรวดเร็ว เมื่อดื่มเสร็จนางก็ยิ้มออกมาจนเห็นฟันซี่เล็กๆ

“น้ำนี้เย็นสดชื่นยิ่งกว่าน้ำที่ข้าเคยดื่มมา”

ชิงเหยามองดูรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกสะท้อนใจ ความละโมบของเฉินกุ้ยพรากความสุขเล็กๆ ของเด็กคนนี้ไปนานเท่าไรแล้วหนอ เฉินกุ้ยทำสิ่งน่ารังเกียจเพื่อแลกกับเงินที่หามาได้จากหยาดเหงื่อของชาวบ้าน โดยไม่รู้สึกระอายใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“เจ้าชื่ออะไรหรือ” ชิงเหยาถามพลางรับชามเปล่าคืนมา

“ข้าชื่อหว่านอิงเจ้าค่ะ พ่อของข้าเป็นชาวนาในหมู่บ้านนี้ บ้านของข้าอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลมากนัก” เด็กน้อยชี้มือไปทางกลุ่มบ้านซอมซ่อที่ตั้งอยู่ห่างออกไป

“หว่านอิง จากนี้ไปหากเจ้ากระหายน้ำเจ้าก็มาตักที่บ่อของข้าได้นะ ข้าไม่เก็บเงินเจ้าหรอก”

เด็กหญิงตัวน้อยเบิกตากว้างด้วยความดีใจระคนไม่เชื่อหูตัวเอง “จริงหรือเจ้าคะ พี่สาวช่างใจดีเหลือเกิน ขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบคุณมากๆ เจ้าค่ะ”

มู่ชิงเหยามองเด็กหญิงที่กำลังเช็ดคราบน้ำออกจากมุมปากอย่างเอ็นดู นางยื่นมือไปลูบผมของเด็กน้อยเบาๆ แล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายว่า

“หว่านอิง ต่อไปนี้เจ้าเรียกข้าว่าพี่ชิงเหยาเถิด ไม่ต้องเรียกว่าพี่สาวแล้ว”

หว่านอิงพยักหน้าตอบรับทันที แววตาที่เคยมัวหมองดูสดใสขึ้น “เจ้าค่ะพี่ชิงเหยา ข้าต้องขอตัวกลับบ้านก่อนนะเจ้าคะ หากหายไปนานกว่านี้ท่านแม่คงเป็นห่วงและออกมาตามหาแน่ ไว้ข้าจะแอบมาหาพี่ชิงเหยาใหม่เจ้าค่ะ”

“ไปเถิด เดี๋ยวท่านแม่เจ้าจะเป็นห่วง”

ครั้นเมื่อถึงยามเย็น ในห้องครัวเล็กๆ ของบ้าน นายหญิงเยี่ยกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมมื้อค่ำ ควันไฟสีขาวลอยขึ้นจากเตาช้าๆ อาหารที่นางเตรียมไว้สำหรับมื้อค่ำเป็นอาหารง่ายๆ ที่พอหาได้ใกล้บ้าน ต้มน้ำเดือดตอกไข่เข้าไปกลายเป็นไข่ตุ๋นน้ำ ทว่าในขณะที่นายหญิงเยี่ยกำลังจะยกหม้อแกงลงจากเตา เสียงเรียกของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน

“มีใครอยู่หรือไม่เจ้าคะ พี่ชิงเหยาอยู่หรือไม่”

เสียงเล็กๆ ดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของบุรุษ นายหญิงเยี่ยชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะวางไม้พายลง นางใช้ผ้าเช็ดมือที่เปื้อนคราบถ่านไฟออกอย่างลวกๆ แล้วเดินไปที่หน้าประตูบ้านด้วยความสงสัย

เมื่อเปิดประตูก็พบกับเด็กหญิงตัวน้อยดวงตาใสแป๋ว ข้างกายของเด็กน้อยมีบุรุษรูปร่างกำยำคนหนึ่งยืนอยู่ เขาอายุราวสามสิบปี สวมชุดผ้าป่านสีหม่นที่ดูเก่าหมอง ผิวพรรณของเขาดูเข้มและกร้านแดดจากการทำงานหนักในไร่นา แววตาดูซื่อตรงแต่มีท่าทีกังวลใจบางอย่าง

“มาหาใครหรือ”

นายหญิงเยี่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ในใจจะยังมีความระแวงต่อคนแปลกหน้าอยู่บ้างตามประสาคนต่างถิ่น

“ข้าชื่อหลี่เฉียงขอรับ เป็นพ่อของหว่านอิง”

บุรุษผู้นั้นประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม กิริยาท่าทางของเขาดูเรียบง่ายเหมือนชาวนาทั่วไป หว่านอิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมองนายหญิงเยี่ยแล้วเผยรอยยิ้มกว้าง

“พี่ชิงเหยาอยู่หรือไม่เจ้าคะท่านป้า ข้าพาบิดามาหาพี่ชิงเหยาเจ้าค่ะ”

นายหญิงเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมมองไปที่หลี่เฉียงอย่างพิจารณา “พวกท่านมีธุระสำคัญอันใดกับชิงเหยาหรือ”

หลี่เฉียงขยับตัวอย่างประหม่าก่อนจะเริ่มอธิบายสาเหตุของการมาเยือนในครั้งนี้ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หว่านอิงกลับไปเล่าให้ข้าฟังว่าที่บ้านของแม่นางชิงเหยามีบ่อน้ำที่ขุดพบใหม่ แถมน้ำในบ่อนั้นยังใสสะอาดและเย็นฉ่ำยิ่งนัก ข้าจึงอยากมาพูดคุยกับนางเรื่องน้ำเสียหน่อยขอรับ”

“ถ้าเช่นนั้นพวกท่านรออยู่ที่นี่ครู่หนึ่ง ข้าจะไปตามชิงเหยามาให้”

ที่หลังบ้าน มู่ชิงเหยากำลังนั่งย่องๆ อยู่ข้างแปลงผักที่เพิ่งรดน้ำจนชุ่ม นางใช้มือนวดแขนขาที่ยังคงรู้สึกเมื่อยจากการขุดดินเมื่อวาน ตาก็มองต้นกล้าผักงามๆ อย่างภูมิใจ

“เหยาเอ๋อร์ มีคนมาหาเจ้าที่หน้าบ้าน”

“ใครมาหรือเจ้าคะท่านแม่”

“หว่านอิงพาบิดาชื่อหลี่เฉียงมาพบ เขาบอกว่าเด็กน้อยกลับไปเล่าเรื่องบ่อน้ำให้ฟัง เขาจึงอยากมาคุยกับเจ้าเรื่องนี้”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไปพบเขาเดี๋ยวนี้ ท่านแม่ช่วยเตรียมน้ำสะอาดใส่ชามไปต้อนรับแขกหน่อยนะเจ้าคะ”

เมื่อชิงเหยาเดินออกมาถึงหน้าบ้าน หลี่เฉียงที่ยืนรอก็หันมามองนางด้วยแววตาพินิจ

“แม่นางชิงเหยา ข้าหลี่เฉียง ขออภัยที่มารบกวน”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

นางผายมือไปที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน นายหญิงเยี่ยเดินตามออกมาพร้อมกับยื่นชามน้ำใสสะอาดส่งให้หลี่เฉียงและหว่านอิง เมื่อชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับชามดินเผาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นฉ่ำของน้ำ เหมือนกับที่หว่านอิงบอกไว้ไม่มีผิด น้ำในชามดินทั้งใสสะอาดและดูบริสุทธิ์

“น้ำในบ่อของพี่ชิงเหยาเย็นมากนะเจ้าคะ ท่านพ่อลองดื่มดูสิ”

หว่านอิงเอ่ยขึ้น หลี่เฉียงยกชามน้ำดื่มเข้าไปอึกใหญ่ แววตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ รสชาติของน้ำนี้ช่างต่างจากน้ำขุ่นมัวที่เขาต้องเสียเงินซื้อจากบ่อของเฉินกุ้ยอย่างสิ้นเชิง มันให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับน้ำค้างจากยอดเขาในยามเช้า

เมื่อดื่มน้ำเสร็จ หลี่เฉียงก็วางชามลงแล้วมองหน้าชิงเหยาด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นกว่าเดิม

“แม่นางชิงเหยา ข้าได้ยินเรื่องที่หว่านอิงเล่ามาทั้งหมด และเมื่อได้เห็นน้ำในบ่อกับตาตัวเอง ข้าจึงมีเรื่องอยากจะขอปรึกษา”

“มีเรื่องอะไรอยากปรึกษาข้างั้นหรือเจ้าคะ”

เขาประสานมือคารวะมู่ชิงเหยาด้วยกิริยาที่ดูจริงจังกว่าเดิม

"ไม่ต้องคารวะข้าเจ้าค่ะ! อย่าทำแบบนี้เลย"

“แม่นางชิงเหยา ที่ข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องอยากขอความเมตตา ข้าอยากรบกวนให้เจ้าช่วยไปดูที่ดินของข้าสักครั้งเพื่อช่วยหาตาน้ำให้ที”

เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาว “เจ้าก็เห็นว่าหุบเขาหินแห่งนี้แห้งแล้งเพียงใด ตาน้ำที่ขุดเจอได้เองนั้นมีน้อยยิ่งกว่าทองคำ ชาวบ้านต่างต้องทนถูกผู้นำหมู่บ้านขูดรีดเก็บส่วยน้ำแล้วมอบน้ำขุ่นๆ มาให้พวกเราประทังชีวิต ข้าไม่อยากให้ครอบครัวต้องลำบากเช่นนี้ไปตลอด หากเจ้ายอมช่วยเหลือ ข้ายินดีจะมอบค่าจ้างเป็นการตอบแทนตามสมควร”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel