บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เหมือนฝัน

ตอนที่ 2 เหมือนฝัน

สนามหญ้าหลังคฤหาสน์ยังชุ่มด้วยกลิ่นฝนแรก เสียงนกร้องประสานกับเสียงหัวเราะใสของเด็กสาวในชุดเดรสเรียบหรูนั่งเคียงข้างชายหนุ่มตรงโต๊ะที่ถูกจัดไว้

ใบหน้าของอคิรายังคงสดใสไร้เดียงสา ทว่าประกายในดวงตากลับเปลี่ยนไปจากวันแรกที่ได้พบกัน

ตลอดเวลาที่ได้รู้จักพนากร อคิรารู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ตั้งแต่ที่พบกันวันแรกจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ทุกช่วงชีวิตของเธอไม่ว่าสุขหรือทุกข์ก็มีเขาเสมอ

“พี่เพลิง ทำไมไม่ยิ้มเลยคะ” เสียงใสเอ่ยถามพลางเอียงคอมองเขาอย่างคาดคั้น

“พี่ยิ้มแล้วไง” พนากรละสายตาจากเอกสารในมือ และไปจดจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อหลบเลี่ยงดวงตาจับผิด

“โกหก...ถ้ายิ้มจริง พี่เพลิงต้องมีรอยตรงนี้สิ” เธอชี้ไปที่มุมปากของเขา ก่อนหัวเราะเบา ๆ

พนากรส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่ก็อดยิ้มตามเธอไม่ได้จริง ๆ

อคิรามีบางอย่างที่เขาไม่เคยควบคุมได้ ความสดใสที่ไม่ต้องเสแสร้ง ความจริงใจที่ไม่ได้แลกมาด้วยผลประโยชน์ และความไร้เดียงสาที่ทำให้เขาลืมโลกโหดร้ายภายนอกได้ทุกครั้งที่มองเธอ

“พี่เพลิงรู้ไหม ด้าชอบเวลาพี่มองด้าแบบนี้ที่สุดเลย”

“แบบไหน”

“แบบที่เหมือนพี่ไม่ใช่พี่เพลิงของทุกคน แต่เป็นพี่เพลิงของด้าคนเดียวไง”

พนากรนิ่งไปชั่วครู่ คำพูดนั้นทำให้บางอย่างในอกแผ่วลง เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ

“เงียบใส่อีกแล้ว...แต่ด้ารู้นะว่าในนี้ของพี่ก็มีแค่ด้าแหละ” ปลายนิ้วเล็กแตะลงบนอกข้างซ้ายของเขา

พนากรยิ้มบาง ก่อนก้มหน้ากลับไปสนใจเอกสารในมือต่อ อคิราย่นจมูกเล็กน้อย แล้วลอบมองเสี้ยวหน้าของเขา

“อ๋อ...มีพี่ณิชชากับไพลินอีกสองคนใช่ไหมคะ” เธอพูดยิ้ม ๆ นึกถึงพี่สาวและน้องสาวของเขา

คำพูดนั้นทำให้พนากรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แม้เขาจะไม่ได้ยิ้ม แต่แววตาคู่นั้นอคิรารู้ดีว่ามันสื่ออะไร

“ถ้าพี่เพลิงไม่อยากให้ด้าไป ด้าก็จะไม่ไปนะคะ ที่จริงด้าเรียนที่ไทยก็ได้”

“ไปเถอะ แค่ไม่กี่ปีเอง”

พนากรไม่ต้องคิดก็ตอบอคิราได้ทันที ส่วนเด็กสาวก็ยิ้มกว้างออกมา เธอกอดลำแขนเขาไว้แน่น

“ตอนกลับมาด้าก็โตพอดี และพอด้าโตแล้วคุณพ่อก็จะมายุ่งอะไรไม่ได้” เธอยิ้มให้เขา

รอยยิ้มที่ไร้การป้องกันใด ๆ แต่สำหรับพนากรมันคือรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจหนักอึ้งที่สุด

ความสัมพันธ์ระหว่างอคิราและพนากรเติบโตขึ้นอย่างเงียบ ๆ ทว่างดงามท่ามกลางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายที่รับรู้ ชายหนุ่มสุขุมนุ่มลึกกับหญิงสาวจอมซนแสนสดใส

พนากรรักษาระยะห่างของผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงคนหนึ่งได้เป็นอย่างดี เขาให้เกียรติเธอและไม่เคยพาอคิราไปนอกลู่นอกทางที่ไหน

ส่วนอคิราแม้จะแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับพนากร แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่ให้เกียรติตัวเอง แม้ความรักภายในใจจะเอ่อล้นมากแค่ไหน แต่อคิราก็ยังคงเป็นตัวเอง

หญิงสาวที่หลงใหลในแฟชั่น ชื่นชมความงามของชีวิต และรักตัวเองไม่แพ้ใคร

เธอเชื่อว่าความรักไม่ควรต้องแลกกับการละทิ้งตัวตน ถ้าการอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งหมายถึงการต้องหยุดชีวิตตัวเองไว้ตรงนั้นเธอก็เลือกจะไม่ทำ

บิดาไม่เคยห้ามสิ่งใดในชีวิตของเธอ ในฐานะทายาทตระกูลลูเบริด อคิรามีสิทธิ์จะเลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง

อยากเรียนอะไรก็ได้เรียน อยากเป็นอะไรก็ได้เป็น และในตอนนี้...เธอเลือกจะไม่อยู่ประเทศไทย

ไม่ใช่เพราะเกลียดใคร มีบางคนคิดแบบนั้นเธอรู้ แต่เพราะเธอไม่เคยรู้สึกผูกพันกับภรรยาใหม่ของบิดา รสิกา มาธาวี ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิตเราสองคนพ่อลูกตั้งแต่อคิราจำความได้

แต่ระหว่างเธอและแม่เลี้ยงมีระยะห่างที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มีวันต่อกับอคิราติด ฝ่ายนั้นมีลูกสาวติดมาด้วยหนึ่งคน ปรียาดา มาธาวี อายุแก่กว่าอคิราเพียงปีเดียว

ความห่างเหินระหว่างพี่น้องคู่นี้มากเกินกว่าที่ใครจะถมเต็มได้ อคริาจึงเลือกที่จะอยู่ในที่ที่สบายใจและไม่ต้องทำให้คนที่รักอย่างบิดาต้องลำบากใจ

ที่สำคัญที่ที่เธออยากไปนั่น เพราะมันคือที่ซึ่งอยู่ใกล้กับอีกคนที่เธอรักเช่นกัน

การมี Lubrid Group หนุนหลัง ทำให้ KidDee-Soft เติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน แต่เหตุผลที่แท้จริงไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของกลุ่มทุน หรือเพราะอัลเดนผู้บริหารใหญ่

หากเป็นเพราะสองพี่น้องผู้เป็นกำลังหลักของบริษัท นั่นคือพนากรและเนตรณิชชา

เนตรณิชชาเป็นหญิงสาวสุขุมรอบคอบในทุกการตัดสินใจ ส่วนพนากรนั้นเก่งรอบด้านจนแทบหาคนเทียบได้ยาก

ไม่ว่าพวกเขาจะรับผิดชอบโพรเจกต์ใด ผลลัพธ์ก็มักเกินความคาดหมายเสมอ

ภายในเวลาไม่กี่ปี KidDee-Soft กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงในวงการไอที และก้าวขึ้นแซงหน้าบริษัทใหญ่ที่ยืนหยัดอยู่ในตลาดมานานหลายปี

มันเป็นสิ่งที่พนากรภูมิใจและเขาก็จะไม่มีวันหยุดมัน เขาจะทำให้ KidDee-Soft เติบโตแบบที่ใครก็ตามไม่ทัน

แม้เวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงวันของวันใหม่ ห้องทำงานของพนากรยังคงสว่างด้วยแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตัวอักษรสีขาวบนพื้นดำรันผ่านไปอย่างต่อเนื่องคล้ายไม่มีวันสิ้นสุด

ดวงตาคมเพ่งมองบรรทัดของโค้ดที่นิ่งสนิท ก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นจรดริมฝีปาก ความอุ่นจากน้ำสีอำพันไหลผ่านลงลำคอทิ้งรสเผาไว้ปลายลิ้น เขาผ่อนลมหายใจยาวคล้ายปลดบางสิ่งที่ถ่วงอยู่ในอกให้เบาบางลง

ในความเงียบของชั้นบนสุดของอาคาร KidDee-Soft มีเพียงเสียงลมหายใจของเขากับเสียงนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจใคร

หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะสั่นเบา ๆ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ปลายนิ้วของเขาหยุดชะงัก

พนากรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย เสียงของเธอดังขึ้นจากอีกฟากโลก มันสดใสและคุ้นเคยเหมือนสายลมเย็นในฤดูร้อน

“พี่เพลิง…อย่าบอกนะว่ายังไม่ได้นอน” เสียงนั้นทำให้เขาหลับตาลงก่อนตอบเบา ๆ ออกไป

“ยังมีงาน ทำไมตื่นเช้า”

“เดี๋ยวด้าค่อยตอบ แต่พี่เพลิงตอบด้ามาก่อนว่ายังอยู่ดีไหมคะ ร่างพังไปหรือยัง” เสียงหัวเราะดังมาตามสาย เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่เงียบใส่

“อยู่ดีสินะ ไม่งั้นคงรับสายด้าไม่ได้ นี่พี่เพลิงแอบยิ้มอยู่หรือเปล่าคะ…” และเขาก็หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

“วันนี้มีเรียนเช้าเหรอ”

“ใช่ค่ะ วันนี้น่าจะเลิกค่ำด้วย ไม่รู้จะมีเวลาโทร. หาพี่เพลิงไหมนะ” เธอพูดแผ่วเบา ก่อนจะนิ่งไปพักหนึ่งเมื่อนึกถึงว่าตัวเองจะไม่มีเวลาถึงขนาดจะโทร. หาเขา

“...แค่ส่งข้อความมาก็พอ” เสียงอืออาดังขึ้น ก่อนพนากรจะได้ยินเสียงของเนื้อผ้า อคิราคงกำลังลุกจากที่นอน

“คิดถึงจังเมื่อไหร่จะสิ้นปี” พนากรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น

“ตั้งใจเรียน พี่รอจะใส่ชุดที่ด้าตัดให้อยู่”

“แน่นอนค่ะ กลับไปแล้วด้าจะไปตัดชุดแต่งงานที่เจ้าบ่าวหล่อที่สุด” อคิราพูดติดตลก แต่พนากรกลับขำไม่ออก

“และพี่เพลิงก็เลิกมองด้าเป็นเด็กได้แล้วนะคะ ด้ายี่สิบแล้วโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไป สายตาเหม่อมองออกนอกหน้าต่าง แสงไฟของกรุงเทพฯ เบื้องล่างพร่าเลือนเหมือนละอองฝน

หลังจากวางสายพนากรยังถือโทรศัพท์ไว้ในมือ เสียงอคิรายังคงก้องอยู่ในใจ ถึงจะดังไม่มากแต่ก็ชัดพอจะกลบความว่างเปล่าที่รายล้อมอยู่ภายในใจเขา

พนากรมองไปที่เอกสารตรงหน้าอีกครั้ง คืนนี้เขาอาจยังไม่ได้นอน เพราะงานเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เขากลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ปีที่สามจากวันที่อคิราเดินทางไปเรียนต่อ ชีวิตใหม่ในต่างประเทศทำให้เธอเติบโตขึ้นอย่างน่าทึ่ง

โลกของแฟชั่นที่เธอหลงใหลได้เปิดประตูต้อนรับอย่างอบอุ่น เธอเริ่มเข้าใจวัฒนธรรมของเมืองใหญ่ เรียนรู้ศิลปะของการแต่งกายและความงามในแบบที่เป็นตัวเอง

อคิรากลายเป็นหญิงสาวที่มั่นใจ สดใส สง่างาม และในทุกความสำเร็จเธอยังคงเก็บมุมหนึ่งไว้ให้พนากรเสมอ มุมเล็ก ๆ ที่ใครที่รู้จักเธอต่างก็รู้

หญิงสาวยังคงติดต่อกับพนากรเหมือนเดิม หรือทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็จะเป็นเพียงข้อความสั้น ๆ ว่า

[พี่เพลิง ทานข้าวหรือยังคะ]

[ทำงานเหนื่อยไหม]

หรือหากวันไหนที่เราสองคนว่างตรงกันจริง ๆ ก็จะโทร. หากันผ่านวิดีโอคอล ซึ่งมันน้อยครั้งมากเพราะเราว่างไม่ตรงกัน แต่สำหรับอคิราเธอเข้าใจความสัมพันธ์ระยะไกลได้เป็นอย่างดี

อย่างที่บอกว่าอคิราไม่ใช่เด็กแล้ว ถึงจะเอาแต่ใจแต่ก็มีเหตุผล เพราะเธอรู้ดีว่าพนากรยุ่งเพียงใดในฐานะอีกหนึ่งหัวใจของ KidDee-Soft

หากความรักของเธอเติบโตรวดเร็วและมั่นคงเพียงใด KidDee-Soft ก็เป็นเช่นนั้น

บิดาเธอบอกว่าบริษัทของเขานำหน้าก้าวกระโดดทิ้งคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ท่านภูมิใจในตัวเขามาก ทุกครั้งที่พูดคุยกันก็จะชื่นชมเขาให้เธอได้ยินทุกครั้ง

พนากรเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มากด้วยความสามารถ แต่ไม่ว่าโลกของใครจะหมุนเร็วเพียงไหน อคิราเชื่ออย่างหมดหัวใจว่าพนากรก็จะหยุดเวลาไว้ที่เธอเสมอ

อคิราไม่เคยเฝ้ารอวันไหนนอกจากวันสิ้นปี เพราะนั่นไม่ใช่เพียงวันเกิดของเธอ แต่เป็นวันที่เขาจะปรากฏตัว พนากรจะมาหาเธอไม่เคยขาดไปสักปีและวันนี้...ก็เช่นกัน

ลมหนาวปลายปีพัดเอื่อยไปตามถนนสายเล็กในปารีส เสียงระฆังจากโบสถ์เก่าแว่วแผ่วปนกับกลิ่นหอมอ่อนของกุหลาบขาวจากร้านดอกไม้ตรงมุมถนน

ท่ามกลางเมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลก หญิงสาวยืนอยู่ตรงนั้นในชุดแฟชั่นเรียบหรู เสื้อโคตผ้าวูลสีครีมเข้ากับอากาศหนาว ด้านในเดรสตัวในสีตัดกันแนบสัดส่วนเผยรสนิยมที่น่ามอง

ร่างบางระหงยืนบนรองเท้าบูตส้นสูงสีดำ ทุกก้าวของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์อันนุ่มนวล ผมยาวสลวยสีทองบรอนซ์พลิ้วตามแรงลมเย็น

สายตาของอคิราหยุดนิ่งอยู่ที่ใครคนหนึ่งตรงหน้า ดวงตายามมองไปทางนั้นเปล่งประกายสดใส แต่มันก็ไม่เท่ารอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งออกมาจากหัวใจ

พนากรยืนอยู่ตรงนั้นภายใต้เสื้อโคตสีเข้ม เขาสวมเชิ้ตสีดำสนิท ดูเรียบหรูแต่ยังคงความเท่ในแบบผู้ชายที่มีรสนิยม

เขาสูง หล่อและไร้ที่ติ ถึงแม้แววตาที่มองกลับมาเย็นชา แต่ในความเย็นชานั้นอคิราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคย

“สุขสันต์วันเกิด” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นของขวัญกล่องเล็กส่งมาให้

“...ของขวัญปีนี้ แปลกกว่าทุกปีนะคะ” เธอรับมันไว้และกล่าวเสียงเบา

“ปีนี้...พี่อยากให้อะไรที่อยู่กับด้าได้นาน ๆ” พนากรบอกความตั้งใจของเขา

ความรู้สึกอุ่นซ่านไปทั่วอกจนขอบตาอคิราเริ่มร้อนผ่าว ครั้งยังเด็กเขาเคยมอบตุ๊กตาให้ พอโตขึ้นก็เป็นหนังสือ ต่อมาก็เป็นดอกไม้ หรือของสวยงามที่เธอชอบ แต่ปีนี้...ต่างออกไป

เมื่ออคิราเปิดกล่องของขวัญออก ข้างในคือจี้เงินรูปดวงดาวเล็ก ๆ ที่เปล่งประกายเงางาม เธอมองมันนิ่งงัน ไม่เอ่ยคำใด

‘ด้าคือดาวที่ส่องสว่างในชีวิตพี่...’ เสียงของเขายังคงดังก้องอยู่ในใจเธอ

“ชอบไหม...” เขาถามเบา ๆ

อคิราเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคลอหน่วยก่อนพยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มผสมน้ำตาแต้มอยู่บนใบหน้าที่สวยที่สุดในค่ำคืนนั้น

“ชอบก็ดีแล้ว” พนากรพูดเสียงต่ำ สายตาคมทอดมองใบหน้ากลมเกลี้ยงที่แต่งแต้มอย่างสวยจัด และยิ่งใกล้เข้ามาทุกทีพร้อมอ้อมแขนเล็ก ๆ ที่โอบรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น

“ด้ารักพี่เพลิง… ขอบคุณนะคะ วันเกิดปีที่ยี่สิบของด้ามีค่ามากจริง ๆ”

“พี่อยากให้ด้ารักตัวเองให้มาก ๆ”

ปลายคางเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่แค่ระดับท้องของเขา ตอนนี้กลับแนบอยู่เหนือกลางอกขึ้นมาอีก เมื่ออคิราโอบกอดเขาไว้แน่น ร่างบางระหงบนรองเท้าบูตส้นสูงทำให้เธอดูเติบโตขึ้นในสายตาเขาอย่างชัดเจน

“ด้ารักตัวเองอยู่แล้ว…แต่ก็รักพี่เพลิงด้วย”

ลมหายใจอุ่น ๆ ของเธอแผ่วกระทบซอกคอ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของอคิรายังเหมือนเดิมและมันหอมจนหัวใจเขาสั่นไหว

มือหนาเลื่อนไปโอบรัดเอวบางภายใต้เสื้อโคตตัวใหญ่ ความอุ่นที่ส่งผ่านระหว่างกันนั้นชัดเจนเกินห้ามใจ

หญิงสาวในอ้อมแขน…ใช่ ต้องเรียกว่าหญิงสาวแล้วจริง ๆ เพราะอคิราในตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กน้อยที่เคยวิ่งตามเขาอีกต่อไป

“พี่เพลิง…กอดด้าแรง ๆ หน่อยได้ไหมคะ” พนากรก้มลงตามเสียงหวานนั้น

ดวงตาที่มองกลับมาฉายแววอ้อนวอน ปลายจมูกแดงน้อย ๆ ทำให้หัวใจที่พยายามแข็งดั่งหินผาเริ่มอ่อนยวบ

เขายกแขนขึ้นกอดเธอแน่นกว่าเดิม เสียงลมหายใจของอคิรารวมถึงจังหวะหัวใจที่สั่นอยู่ในอก เขารับรู้ได้ทุกสิ่ง

พวกเขาเดินเคียงกันไปตามริมแม่น้ำแซน แสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำอย่างอ่อนโยน บทสนทนายังคงไหลลื่นเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ทว่ามีบางอย่างแตกต่างออกไป

อคิรารู้สึกได้ว่าพนากรไม่ค่อยสบตาเธอนานเหมือนก่อน บางครั้งสายตาเขาก็เหม่อลอยไปที่อื่น และทุกครั้งเธอก็จะดึงเขากลับมา

“ด้ารักพี่นะ ด้าจะทำให้พี่มีความสุข”

ไม่ว่าอะไรจะดึงความสนใจของเขาไป อคิราก็ทำในสิ่งที่หัวใจสั่ง

เธอยืดตัวเข้าไปใกล้ร่างหนาแล้วใช้เรียวปากอิ่มแตะจูบลงบนริมฝีปากของเขา ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงความอุ่นวาบระหว่างเราทั้งสองไว้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel