บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 พี่ชายที่แสนดี

ตอนที่ 1 พี่ชายที่แสนดี

บ่ายวันหนึ่งของต้นฤดูฝน ขณะที่สายฝนโปรยหนักลงมาไม่หยุด รถยนต์ SUV สีดำ คันกลางเก่ากลางใหม่เคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กขนาดใหญ่ของคฤหาสน์ลูเบริด

แม้พายุจะโหมกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นทาง แต่คนที่เป็นฝ่ายขอนัดก็ยังฝ่าสายฝนมาตามนัดหมาย ทั้งที่ใครต่างคิดว่าการนัดวันนี้ควรถูกเลื่อนออกไปแล้ว

คฤหาสน์ทรงยุโรปคลาสสิกตั้งตระหง่านกลางสนามหญ้าเขียวชอุ่ม ความกว้างใหญ่ของพื้นที่กินสายตาจนสุดปลายรั้ว

ทุกอย่างรอบตัวดูเงียบสงบ แต่มันเต็มไปด้วยรสนิยมหรูหราของเจ้าของที่นี่

พนากรชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปี นักศึกษาปีสี่สาขาไอทีและซอฟต์แวร์ก้าวลงจากรถยนต์คันนั้นด้วยสีหน้าเรียบขรึม

เขาไม่ใช่คนพูดมาก แต่แววตานิ่งลึกและความมุ่งมั่นในดวงตาคู่นั้นคือสิ่งที่ทำให้ผู้คนจดจำเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น

โดยเฉพาะเด็กสาววัยสิบหกปีในชุดเดรสสีชมพูอ่อนลายดอกไม้ที่นั่งรออยู่ตรงบันไดหินอ่อนของโถงหน้าบ้าน

เธอเฝ้ารอรถคันนี้มาพักใหญ่ และทันทีที่เสียงเครื่องยนต์ดับลง ร่างเล็กก็เด้งตัวขึ้นยิ้มกว้างก้าวเท้าไปหาเขาด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ

“พี่เพลิงเปียกฝนไหมคะ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มจริงใจ แววตาห่วงหาอย่างไม่ปิดบัง

“เหนื่อยแย่เลยนะคะ ขอผ้าหน่อย!” เธอหันไปสั่งแม่บ้าน น้ำเสียงมั่นใจและเด็ดขาดและมันต่างกับตอนพูดกับเขาเป็นคนละคน

“ไม่เปียกครับ” เขาตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังจับอยู่ที่ผ้าขนหนูสีชมพูอ่อนในมือของอคิรา

ผ้าผืนนั้นถูกยื่นมาให้ แต่เมื่อเขาไม่รับสักที ผ้าผืนนั้นจึงถูกยกขึ้นซับไปตามลำแขนที่โดนละอองน้ำฝนตอนที่ลงจากรถยนต์

“ไม่เป็นไรแซนด้า พี่ทำเองได้”

“จะได้ยังไงกันคะ ด้าไม่อยากให้พี่เพลิงไม่สบาย”

เธอพูดพร้อมยิ้มขี้เล่น ดวงตาคู่นั้นส่องประกายวิบวับจนคนมองต้องเบนสายตาหลุบไปมองอย่างอื่น

“เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ เมื่อกี้ด้าเช็กแล้ว อีกสักชั่วโมงคุณพ่อน่าจะถึงบ้าน”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่รอข้างนอกก็ได้”

“ไม่ได้ค่ะ พี่เพลิงเป็นแขกคนสำคัญของด้านะจะมารอข้างนอกโดนละอองฝนได้ยังไงกัน”

ร่างสูงยืนนิ่งไม่ขยับตามแรงดึงของเด็กสาวที่กล้ากว่าที่คิด พนากรรู้สึกเกร็ง แต่สำหรับ อคิรา ลูเบริด ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลผู้นำแห่งวงการการเงินและไอที

ระยะห่าง สำหรับผู้ชายคนอื่นก็คงจะเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับพนากรดูจะเป็นคำที่เธอไม่ค่อยเข้าใจนัก

“เมื่อวานฝั่งนู้นก็มาหาคุณพ่อ คุยกันนานเลยค่ะ ...” เสียงหวานเจือแววเอาแต่ใจเอ่ยบอกพนากร

และเมื่อพนากรได้ยินประโยคนั้นที่ออกมาจากปากเธอเขาหันมามองใบหน้ากลมเกลี้ยงทันทีทันใด อคิราเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มคืนกลับให้เขาอย่างเปิดเผย

“ด้าแอบถามคุณพ่อไว้หมดแล้วนะคะ...ว่าท่านสนใจอะไรบ้าง” เธอกระซิบเบา ๆ แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้จนพนากรได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่หอมกรุ่นออกมาจากร่างกายเธอ

“ถ้าพี่เพลิงอยากรู้ เดี๋ยวเราไปทานข้าวกันก่อน และด้าจะเล่าให้ฟัง...พอคุณพ่อมาถึง พี่เพลิงก็ค่อยคุยกับท่านต่อแบบนั้นดีไหมคะ?” เธอยกแขนเรียวมากอดแขนเขาไว้แน่นโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นขนาดไหน

สายฝนด้านนอกยังคงโปรยลงมาไม่หยุด แต่สำหรับพนากรดูเหมือนพายุอีกลูกหนึ่งจะเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจเขาแทนเสียแล้ว

จนถึงตอนนี้สายฝนยังคงโหมกระหน่ำ มันแรงขนาดที่ว่ากระทบหน้าต่างคฤหาสน์เสียงดังแทบกลบเสียงทุกอย่างภายในบ้าน แต่ไม่สามารถกลบเสียงหัวใจของพนากรที่เต้นระรัวดังกลองเพลิงได้

ชายหนุ่มนั่งก้มหน้าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มองโค้ดซอฟต์แวร์ที่วิ่งระรัวบนหน้าจอ

เครื่องมือที่พนากรสร้างมันขึ้นมาเอง มันคือเทคโนโลยีที่น้อยคนจะสนใจนัก เพราะมันสามารถทำลายคู่แข่งให้พังลงเพียงแค่ปลายนิ้ว

พนากรรู้ดีว่าพลังของมันไม่ต่างจากไฟที่ลามเร็ว และผลจากการขว้างไฟย่อมย้อนคืนสู่ตนเองเสมอ และตอนนี้เขากำลังเป็นเช่นนั้น

“น่าสนใจ…แต่ฝั่งธาม สิ่งที่เขาเสนอมาก็น่าสนใจมากเหมือนกัน”

เสียงของ อัลเดน ลูเบริด ทำให้พนากรแทบซ่อนความกังวลในแววตาไม่มิด

ชายชราผู้ทรงอิทธิพลในวงการการเงินและไอที บิดาอคิราและผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งของพนากร และธาม รวิภัทร คือเด็กรุ่นเดียวกับพนากรที่อัลเดนอุปการะเช่นกัน

“ผมสร้างมันขึ้นมาก็อยากให้ไปอยู่กับคนที่พร้อมจะใช้มันให้เกิดประโยชน์จริง ๆ”

“งั้นเหรอ…” อัลเดนเอ่ยเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจ แววตาเย็นเฉียบเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักใจของชายหนุ่ม

“ผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์กับท่าน…” พนากรพูดจบก็กลืนน้ำลาย

“นายเป็นคนเก่งนะเพลิง แต่ใช้ความเก่งผิดที่ผิดทาง ถ้าฉันลงไปเล่นด้วย…” อัลเดนหัวเราะพลางไล่นิ้วผ่านหน้าจอไอแพด

คำพูดของเขาเหมือนประกาศกฎของโลก ความสามารถไม่ใช่คำตอบ หากไม่รู้จักเลี่ยงความเสี่ยงและสถานะของตัวเอง

“ผมพร้อมทำทุกอย่างเพื่อ Lubrid Group” พนากรตอบเสียงแน่วแน่

อัลเดนยิ้มและกดปิดจอไอแพดในมือ เขาทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่พร้อมกับมองพนากรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการพิจารณา

ชายชรารู้จักพนากรมาตั้งแต่เด็กนี่อายุเพียงสิบขวบผ่านเพื่อนสนิทที่อุปถัมภ์ชายหนุ่มและพี่สาว เขาเห็นศักยภาพของเด็กคนนี้จึงให้ทุนการศึกษาและสนับสนุนมาโดยตลอด

แน่นอนว่าการลงทุนที่สำคัญที่สุดอัลเดนยังคงเชื่อว่าควรลงทุนกับคน และแน่นอนว่าเขาคาดหวังว่าพนากรจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญที่จะมาช่วยเขาในอนาคตได้

“ถ้าท่านอยากเปิดตลาดซอฟต์แวร์ ความสามารถของผมไม่เป็นรองใคร สำหรับธามเก่งก็จริง แต่ยังไม่พร้อมจะเป็นมือเป็นเท้าใครอย่างผม” อัลเดนยิ้มกว้างขึ้นเมื่อได้ยินประโยคมั่นอกมั่นใจจากปากคนตรงหน้า

“ทุกอย่าง...มันมีราคาที่ต้องจ่ายนะเพลิง” คำพูดอัลเดนเต็มไปด้วยอำนาจและการแลกเปลี่ยน

อัลเดนช่วยพนากรได้ และทำลายอนาคตเขาได้เช่นกัน

“ขอแค่ท่านสนับสนุน KidDee-Soft ช่วยพวกเราสักครั้งนะครับ” พนากรก้มศีรษะแบบต่ำที่สุด

สายฝนยังคงโปรยลงมา เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาและหน้าต่างราวกับสะท้อนความลับที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจพนากร

จากความหลงใหลในโค้ดซอฟต์แวร์ เขาพาตัวเองเข้าไปสู่งานสีเทา และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เสี่ยงมันก็ทำให้พนากรแทบจะต้องสูญเสียทุกอย่าง

เขานั่งตัวตรงหายใจไม่ทั่วท้องและพยายามควบคุมอาการสั่นเล็กน้อย แม้ภายนอกจะแสดงออกอย่างเรียบเฉย แต่ข้างใน…เขากำลังต่อสู้กับความกลัวที่มันกำลังปะทุออกมา

งานสีเทานี้ถ้าแค่ทำลายอนาคตของเขา พนากรคงจะไม่อะไรมาก แต่มันไม่ใช่แค่นั้นมันถูกเหมารวมไปถึงพี่สาวของเขา ผู้ก่อตั้ง KidDee-Soft

ไม่ใช่ว่าอัลเดนไม่มีคนทำงานเก่ง ๆ หรือว่าพนากรเก่งกาจเกินกว่าที่ใครจะเทียบ แต่สิ่งที่อัลเดนชอบคือคนกล้าได้กล้าเสีย

คนที่แลกทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง และคนคนนั้นจะต้องเป็นคนรักครอบครัว

เพราะนั่นหมายถึงต่อให้เก่งแค่ไหน ทุกคนล้วนมีจุดอ่อน

อัลเดนชอบความรู้สึกตอนยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เขาชอบความรู้สึกถูกเทิดทูนและเป็นที่จดจำไม่ลืม

พนากรรู้ดีว่าตอนนี้ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ทุกท่าทีที่แสดงออกของเขาจะถูกชั่งน้ำหนักอย่างละเอียดโดยชายตรงหน้า

“ฉันรู้ว่าเพลิงเก่ง แต่ระหว่างคนที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยอย่างธาม…” คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่พุ่งเข้ากลางใจพนากร

“ถ้ามีคนสืบเจอเรื่องนี้ คงเป็นพี่สาวนายที่ต้อง…”

ทั้งที่อัลเดนยังพูดไม่ทันจบประโยคพนากรก็ลุกขึ้น

เขากลืนน้ำลายเหนียว ๆ ในคอและรู้สึกถึงแรงกดดันที่บีบคอเหมือนกำลังจะขาดหายใจ ก่อนจะทำในสิ่งที่ชายชราคาดไม่ถึง

“วันนี้ผมต้องพึ่งพา Lubrid Group แต่ในอนาคตและตลอดไป ผมรับปากด้วยชีวิตของผม ผมจะทำทุกอย่างเพื่อท่านอย่างแน่นอน”

คำพูดที่ดูเหมือนว่าจะเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ แต่ความจริงข้างใน…พนากรรู้สึกเหมือนกำลังเดินบนเชือกเส้นเล็กที่ตึงจนแทบขาด

“ขอแค่ท่านช่วยผมสักครั้งนะครับ…” อันเดนมองชายหนุ่มรุ่นลูกคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาแล้วยิ้มกว้าง

“กับคนที่พร้อมจะทิ้งทุกคนที่ไร้ประโยชน์กับตัวเองอย่างเพลิง…” อัลเดนยิ้มบาง ๆ มองชายหนุ่มรุ่นลูกด้วยดวงตาที่พนากรเองก็อ่านไม่ออก

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป

“ท่าน…ก็เป็นคนแบบเดียวกันกับผมไม่ใช่เหรอครับ”

เสียงหัวเราะของอัลเดนดังสะท้อนในคฤหาสน์ แรงกดดันรอบตัวพนากรเหมือนถูกขยายหลายเท่า

แต่นั่นคือคำตอบว่า Lubrid Group จะลงทุนกับผู้ชายที่ยังไม่มีอะไรเลยอย่างเขาหรือไม่

พนากรเหมือนก้อนกรวดที่ยังจะต้องได้รับการเจียระไน

“จำไว้อย่างหนึ่ง…คนอย่างฉันทำอะไรไม่เคยขาดทุน”

“…”

“เห็นแก่แซนด้า...ที่รักพี่ชายที่แสนดีอย่างเพลิงมาก”

มือหนาวางลงมาบนไหล่หนา พนากรรู้สึกถึงแรงกดดันที่อัดแน่นจนกลางอกเขาแทบจะระเบิด

“โอกาสของฉันถ้านายคู่ควรก็เอาไป แต่ถ้าไม่...ฉันก็พร้อมจะให้คนอื่น”

ทุกคำพูดของอัลเดนไม่ใช่บททดสอบ หากแต่เป็นโซ่ตรวนประทับตราชีวิตของพนากรตลอดไป

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel