บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 บุกรุกยามวิกาล

ตอนที่ 5

บุกรุกยามวิกาล

 

กลับมาถึงจวนได้ เมิ่งเจียหนิงก็รีบผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกให้ผู้ติดตามกลับไปพักผ่อนได้ ส่วนตัวนางหยิบหนังสือนิยายที่ทะลุมิติกลับมาเปิดอ่านอีกรอบ เนื้อหายังคงเดิมทุกอย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง

“หรือว่าเป็นเพราะจิตใจของนางร้ายเปลี่ยน เหตุการณ์ต่าง ๆ จึงเริ่มเปลี่ยนไปต่างจากเดิม ไม่เดินเรื่องตามเนื้อหาเดิม ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า ตอนจบข้าก็จะไม่ตาย ท่านพ่อของเมิ่งเจียหนิงก็จะไม่ตายด้วย ดีจริง”

หัวใจพองโตขึ้นเมื่อคิดว่าตนเองเปลี่ยนชะตาชีวิตของตัวเองได้จริง ๆ เมิ่งเจียหนิงปิดหนังสือสอดมันไว้ใต้หมอน จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอน หลับตาพริ้มด้วยใบหน้าที่อาบอิ่มไปด้วยความสุข

นางนอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่แบบนั้น จนกระทั่งรู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงดังกุกกักมาจากทางหน้าต่างที่เปิดเอาไว้รับลม ถึงได้ลืมตาขึ้นมาดู

“ท่าน” ภาพที่สายตามองเห็นเป็นภาพแรก ทำให้ลมหายใจของเมิ่งเจียหนิงสะดุด หลุดเรียกขานร่างกำยำที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างเตียงของนาง “เข้ามาในห้องข้าได้อย่างไร”

ร่างเพรียวระหงรีบหยัดกายลุกขึ้นมานั่ง ขยับถอยไปประชิดกับขอบเตียงอีกข้าง แววตาสั่นไหวแต่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ไม่แสดงออกมา การที่คนผู้นี้บุกเข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ จังหวะที่กำลังจะอ้าปากร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แสงสะท้อนจากคมดาบก็แวบผ่านนัยน์ตาพร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกจ่ออยู่บริเวณลำคอ

“หากส่งเสียงดัง คอของเจ้าคงได้หลุดออกจากบ่า” เสียงดุดันคำรามออกมา

“ต้องการอะไร ถึงกล้าบุกเรือนผู้อื่นเช่นนี้ แล้วยังเข้ามาในห้องของสตรีอีก” เมิ่งเจียหนิงพยายามจะไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมา แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากับสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่

“ข้าเคยเตือนเจ้าหลายครั้งแล้วใช่หรือไม่ ว่าอย่าได้รังแกอาเยี่ยน แต่เจ้าก็ยังคิดจะทำ” โจวเหวินห่าวก็ไม่ได้อยากเข้าห้องสตรีที่เขาไม่อยากยุ่งด้วยเท่าไรนัก หากอีกฝ่ายไม่มายุ่งกับนางในดวงใจของเขาก่อน

“ข้าไปทำอะไร พักหลังมานี้ข้าไม่เคยไปยุ่งกับคุณหนูไป๋เลย” เมิ่งเจียหนิงกระชับเสื้อให้เรียบร้อย รวบรวมความกล้าเถียงกลับไป

“แต่วันนี้เจ้าดึงอาเยี่ยนตกน้ำ เจ้าหวังจะให้นางจมน้ำตายใช่หรือไม่” เสียงดุดันไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนลงเลยแม้แต่น้อย

“ใครบอกเจ้ากัน นางเป็นฝ่ายคว้ามือข้าจนตกน้ำไปด้วยกันเองต่างหาก”

“โกหก” โจวเหวินห่าวขึ้นเสียงเพราะไม่เชื่อ ในเมื่อไป๋เยี่ยนหยูเป็นฝ่ายบอกเขาเอง ว่าถูกคุณหนูเมิ่งทำให้ตกลงไปในน้ำ

“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าโกหก ท่านอยู่ในเหตุการณ์หรือ...ก็ไม่...แล้วเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าข้าไม่ได้พูดความจริง” เมิ่งเจียหนิงเถียงคอเป็นเอ็น

“ก็สตรีเช่นเจ้าอย่างไรเล่า ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองผู้ชายที่เขาไม่มีใจให้”

ความกลัวในใจของเมิ่งเจียหนิงถูกแทนที่ด้วยความขุ่นเคืองใจ นางค่อย ๆ ขยับตัวไม่สนใจปลายดาบที่จ่อชิดกับลำคอของตนเอง จนกระทั่งลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับคนตัวสูงกว่าได้สำเร็จ

“โจวเหวินห่าว เอาสิ ถ้าท่านตัดสินว่าข้าเป็นคนผิด โดยไม่ไปซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์อยู่หลายคนก่อน ว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริง ก็กดคมดาบของท่านลงมาเลย ข้าเคยตายมาแล้วหนหนึ่ง คราวนี้ตายจริงจะเป็นอันใดไป แต่ท่านจงจำเอาไว้ว่า ความจริงมันก็คือความจริง ข้าไม่ได้เป็นคนผลักคุณหนูไป๋ของท่านตกน้ำ”

น้ำเสียงแน่วแน่แววตาเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว ที่ยื่นคอมารับความตายจากเขา ทำให้แววตาของโจวเหวินห่าวไหววูบ จากที่เคยคิดว่าสามารถลงมือทำร้ายสตรีร้ายกาจนางนี้ได้ ตอนนี้กลับเกิดลังเลใจเสียอย่างนั้น จนต้องรีบยกมือข้างที่ถือดาบลงมาวางข้างลำตัว

เมิ่งเจียหนิงเห็นอีกฝ่ายยอมวางดาบในมือลงแล้ว ภายในใจยามนี้ตีกันวุ่นไปหมด ทั้งโมโหที่ถูกยัดเยียดความผิดให้ ทั้งสงสารที่เขามีความรักมั่นให้กับนางเอกที่ไม่มีทางสมหวัง เลยเผลอพูดบางสิ่งออกมา

“ท่านคงรักคุณหนูไป๋มากกระมัง ถึงขนาดฟังความข้างเดียวก็ถือดาบบุกเข้ามาหาข้า ข้าเลยอยากจะเตือนท่านเสียหน่อยว่า อย่ายึดติดกับความรักข้างเดียวนักเลย ท่านไม่มีหวังสมหวังได้ครองคู่กับสตรีที่ไม่เคยมองท่านเป็นอย่างอื่นนอกจากสหาย เพราะท้ายที่สุดแล้วความรักจะทำให้ท่านยอมทำเรื่องเลวร้าย เพราะรักจะทำให้ท่านต้องจบชีวิตลงในที่สุด แล้วพระเอกกับนางเอกเขาก็ได้ครองรักกันอย่างมีความสุข โดยที่นางไม่มีวันคิดถึงท่านเลย”

“พูดเพ้อเจ้ออันใดของเจ้า” โจวเหวินห่าวมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาสมเพช คิดว่านางคงสติฟั่นเฟือนเพราะความรักที่ไม่สมหวังไปแล้ว ถึงได้พูดจาไม่รู้เรื่องเช่นนี้

“ไม่เชื่อใช่หรือไม่” ไม่รู้ว่าตอนนั้นเมิ่งเจียหนิงคิดอันใดอยู่ นางก็ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน นางเดินไปหยิบเอาหนังสือใต้หมอนมา แล้วยื่นส่งไปให้คนตรงหน้า ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ ว่าเขาคงอ่านตัวอักษรภาษาไทยไม่ออกหรอก

“เผื่อจะทำให้หูตาของท่านสว่างขึ้น หากยังไม่เชื่อจะฆ่าข้าตอนนี้หรือกลับมาฆ่าตอนไหนก็ได้ ตามใจท่านเลย”

โจวเหวินห่าวหลุบสายตาลงมองหนังสือหน้าตาประหลาด แม้ไม่ไว้ใจก็ยังยื่นมือออกไปรับมาเปิดพลิกหน้ากระดาษออกอ่านสิ่งที่อยู่ด้านใน

ยิ่งกวาดสายตาไล่มองเท่าไร ปลายคิ้วยิ่งขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นปมอยู่แล้ว

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”

เมิ่งเจียหนิงก็คิ้วขมวดเข้าหากันไม่ต่างจากคนตรงหน้า จ้องมองเขาตาแทบจะไม่กะพริบ ด้วยไม่คิดว่าเขาจะเข้าใจเนื้อหาในนิยายได้ กระทั่งอยู่ ๆ เห็นร่างกำยำเดินถือหนังสือของนางไปทางหน้าต่างเอาดื้อ ๆ ถึงได้รีบตามไป

“เดี๋ยวสิ หนังสือนิยายของข้า”

แต่ไม่ทันเสียแล้ว ร่างกำยำปีนข้ามหน้าต่างเร้นกายหายเข้าไปในความมืดมิด

“อะไรของเขา หรือว่าจะอ่านภาษาไทยออก”

คุณหนูตระกูลเมิ่งเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงด้วยความงุนงง อาการง่วงเหงาหาวนอนหายเป็นปลิดทิ้ง คิดถึงเรื่องของชายหนุ่มที่บุกรุกเข้ามาไม่หยุด

“แล้วทำไมต้องพูดความจริงให้เขารู้ด้วย ใครหน้าไหนจะไปเชื่อเรื่องพวกนี้ แล้วไหนจะหนังสือนั้นอีก เอาไปให้เขาทำไม”

เมิ่งเจียหนิงยกมือขึ้นเกาศีรษะตัวเองเสียงดังแกรก ๆ สับสนกับความคิดของตนเองเป็นอย่างมาก

“หรือว่าข้าจะไม่อยากเห็นเขาเดินตามรอยเดิม ต้องมาตายตอนจบเพื่อปกป้องคนที่ไม่ได้รักเขา”

จิตใจของนางว้าวุ่นคิดวนเวียนกลับไปกลับมาอยู่แบบนั้น แต่หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ท้ายที่สุดถึงได้

“ไม่คิดแล้ว คิดไปก็ปวดหัว นอนดีกว่า” นางทิ้งตัวกลับลงไปนอน แล้วพยายามข่มตาให้หลับ...

 

ทางฝั่งโจวเหวินห่าวหลังจากกลับมาถึงห้องนอนของตนเองแล้ว เปลี่ยนชุดดำออกมาสวมชุดนอนสีขาว ก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะหนังสือ เปิดหนังสือที่นำติดตัวมา ไล่อ่านตั้งแต่หน้าแรก อ่านทุกบรรทัดแบบไม่มีตกหล่น

ยิ่งอ่านใบหน้ายิ่งเปลี่ยนสี ความรู้สึกหลายอย่างตีกันวุ่นไปหมด ต่อให้ไม่อยากจะเชื่อ แต่ข้อมูลหลายอย่างในหนังสือเล่มนี้กลับตรงกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตระหว่างเขากับอาเยี่ยน โดยที่คนนอกไม่น่าจะทราบข้อมูลพวกนี้ได้

“ไอ้หนังสือบ้านี่มันคืออะไร คือคำทำนายอนาคตของข้า อาเยี่ยนกับคุณชายหลิวอย่างนั้นหรือ”

ไม่ว่าจะขบคิดนานแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามที่เกิดขึ้นได้ นอกเสียจากว่าจะไปค้นหาคำตอบจากสตรีเจ้าของหนังสือ และพิสูจน์ให้แน่ชัด ว่าสิ่งที่หนังสือนี้เขียนเอาไว้มันเกิดขึ้นจริง

ซึ่งเขาก็หวังว่ามันจะไม่เป็นความจริง เพราะทุกวันนี้เขากับไป๋เยี่ยนหยูรักและเข้าใจกันดี ไม่มีท่าทีว่าสตรีที่เขารักจะปันหัวใจไปให้ชายอื่นแต่อย่างใด...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel