บทที่ 7 ขอฝากชีวิตไว้ในมือท่าน
เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดหมดจดทุกสัดส่วนแล้ว
หมิงหมิงถูกองครักษ์หนุ่มอุ้มกลับมายังห้องหอ ที่แต่เดิมต้องเป็นห้องหอของนางและหยางอ๋อง แต่ตอนนี้เจ้าบ่าวยังสลบไสลไม่ได้สติอยู่ห้องข้าง ๆ
หยางเจี้ยนค่อย ๆ วางนางลงบนเตียงมงคลอย่างเบามือ หลังจากที่วางนางลงเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยืดตัวเต็มที่มองหน้าของหญิงงามที่ตอนนี้กำลังจะหลับไหล
ดวงตาของนางปิดสนิท ปากเผยอออกมาเล็กน้อย รวมกับที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากร่องรอยรักที่เขาเพิ่งกระทำกับนางไปเมื่อครู่ ยิ่งทำให้นางดู
น่าเอ็นดูและดูน่าทะนุถนอม แต่จิตใจเบื้องลึกของเขากับรู้สึกว่าเขาเองยังรักนางไม่พอ
เขาเสียดายยิ่งนักหากคืนนี้เป็นคืนเข้าหอของเขาเองจะยอดเยี่ยมสักเพียงไหน
“อื้อออ...”
หมิงหมิงที่เผลอตัวส่งเสียงครวญออกมาแผ่วเบาจากปาก เพราะรสรักเมื่อครู่มันยังฝังลึกอยู่ในร่องกุหลาบของนาง ความร้อนความเสียวซ่านมันก็ยังคงอยู่ หลังจากที่พลิกตัวทำให้ความรู้สึกแสบตรงกลางกายพุ่งขึ้นมา
คิ้วของนางจึงขมวดเล็กน้อย
“พระชายาท่านเจ็บหรือพ่ะย่ะค่ะ”
หยางเจี้ยนกำลังจะหันหลังออกไปได้ยินเสียงของนางแผ่วเบาเขาจึงหันกลับมาและโน้มตัวลงถามนาง
“อื้อ ข้าเจ็บ”
หมิงหมิงตอบโดยไม่ลืมตาขึ้นมอง จากนั้นนางก็ทำปากขมุบขมิบและหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
หยางเจี้ยนเห็นว่านางหลับไปแล้วเขาก็ดึงผ้าขึ้นห่มให้นางอย่างแผ่วเบาอีกครั้งจากนั้นจึงหันหลังออกจากห้องไป เพื่อตรวจสอบว่าค่ำคืนนี้ด้านนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ส่วนเถาเอ๋อร์สาวใช้ผู้น่าส่งสาร นางถูกใช้ให้เฝ้าอ๋องชราเอาไว้เพื่อไม่ให้คนรับใช้คนอื่นรู้ว่าพระชายาไม่ได้อยู่กับเขา ตอนที่หมิงหมิงกลับมานอนในห้องหอนั้น เถาเอ๋อร์กำลังอยู่ในห้องกับอ๋องชราที่แม้หลับไหลแต่ยังมีเรี่ยวแรงจับลูบคลำเถาเอ๋อร์ จนตอนนี้นางฉ่ำแฉะไปหมด แต่นางก็ไม่กล้าออกไปหาใครเพราะนางเพิ่งจะมาถึงที่นี่วันแรก
วันรุ่งขึ้นหมิงหมิงตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย เมื่อลืมตาตื่นนางก็พลันนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างนางกับองครักษ์คนนั้น นางยกมือมาตบ ๆ ลงบนแก้มตนเองเบา ๆ
‘ฮื้อ…แล้วข้าจะแก้ตัวกับอ๋องเฒ่านั้นอย่างไรละทีนี้’
ระหว่างที่ตัวนางกำลังนอนดิ้นไปมาอยู่นี้ นางก็สัมผัสไปโดนร่างกายคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ กัน เป็นอ๋องชรานั่นเอง หมิงหมิงได้เห็นเขาก็ตกใจสะดุ้งและผุดลุกขึ้นนั่งทันที
“ซี๊ดดดด…อ๊าเจ็บ”
เพราะนางขยับเร็วมากเกินไป ร่างกายที่บอบช้ำจากกิจกรรมเมื่อคืนก็เจ็บแปลบขึ้นมา
โชคยังดีที่ท่านอ๋องเริ่มอายุมากแล้ว ผู้ใหญ่ในตระกูลจึงไม่มีใครให้หมิงหมิงต้องตื่นแต่เช้ามายกน้ำชา จึงไม่มีผู้ใดรบกวนการนอนของพวกนาง
เมื่อเห็นว่าอ๋องชรานอนอยู่ข้าง ๆ หมิงหมิงก็คิดเอาเองว่าคงเป็นองครักษ์หยางเจี้ยนคนนั้นเป็นผู้นำเขาเข้ามานอนในห้องหอ
“เถาเอ๋อร์ ๆ”
เถาเอ๋อร์ได้ยินเสียงเรียกจากเจ้านายนางก็รีบเปิดประตูเข้ามาจากด้านนอก หมิงหมิงมองนางแวบแรกก็รู้สึกว่าเช้านี้เถาเอ๋อร์ดูแปลกอยู่บ้าง แต่หมิงหมิงมิได้คิดอันใดคงแปลกที่แปลกทางกระมัง
“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะหลับสบายดีหรือไม่”
“ดีมากเลย ว่าแต่เมื่อคืนท่านอ๋องเข้ามายามไหนหรือ”
“เมื่อคืนมีองครักษ์มาช่วยกันแบกท่านอ๋องกลับมาในห้องหอตอนปลายยามห้าย (21.00 - 22.59 น) เจ้าค่ะ เห็นว่าท่านเป็นผู้สั่ง”
“อืมใช่แล้วล่ะ”
หมิงหมิงเออออตามไป
ตอนที่เถาเอ๋อร์เข้ามาช่วยพยุงหมิงหมิงขึ้นแต่งกายหลังฉากกั้น ท่านอ๋องก็ยังไม่รู้สึกตัวใด ๆ แม้ว่าหมิงหมิงจะแปลกใจบ้าง เพราะหากเป็นยาของนางเขาน่าจะได้สติแล้ว
นางยังไม่มีเวลาทบทวนสาวใช้ที่อยู่ด้านนอกก็เข้ามารายงานว่า
พระชายารองและเหล่าอนุมาเพื่อขอคารวะน้ำชานางที่เป็นพระชายาคนใหม่
หลังจากแต่งตัวให้สมกับตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว หมิงหมิงก็ออกมาพบกับเหล่าพระชายารองและอนุทั้งหลายเสียก่อน
นางออกมาจากด้านหลังและนั่งลงตรงตำแหน่งประธานเพราะในที่นี้ นางเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดรองจากอ๋องชราเพียงคนเดียว
หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากหมิงหมิงแล้ว กลุ่มสตรีเดินเข้ามาพร้อมกลิ่นฉุนของแป้งโชยเข้ามาก่อนที่ตัวของพวกนางจะมาถึงเสียอีก
ผู้ที่เดินนำมาด้านหน้าสุดนางรู้แล้วว่าเป็นใคร นั่นก็คือพระชายารองนามว่า ลั่วซื่อจิง ด้านหลังก็ติดตามมาด้วยอนุของหยางอ๋องอีกนับสิบคน ล้วนแต่งตัวมาเต็มที่เพราะวันนี้พวกนางนอกจากมาดูหน้านายหญิงคนใหม่แล้ว ยังพร้อมจะยั่วยวนท่านอ๋องให้ไปหาพวกนางบ้าง
หมิงหมิงมองทุกคนครบแล้ว
‘จุ๊ ๆ ๆ แต่ละนางหากไม่หน้าตางดงาม ก็ต้องมีรูปร่างอวบอิ่ม
อ๋องเฒ่านี่มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้น’
หมิงหมิงถึงแม้ว่านางจะอายุน้อยกว่าทุกคนที่อยู่ในห้องนี้แต่นางก็มีตำแหน่งสูงที่สุดดังนั้นคนอื่นจึงต้องยกน้ำชาเพื่อเป็นการแสดงความเคารพนางตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอ
นางนั่งตัวตรงรับน้ำชาจากพระชายารอง ยกขึ้นจิบเล็กน้อยจากนั้นก็ส่งให้กับสาวใช้ข้าง ๆ ตัว พิธีการนี้ผ่านไปด้วยดี เมื่อรับน้ำชาก็ต้องมีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการตอบแทนกลับไป เรื่องนี้นางเองก็ได้ศึกษาเอาไว้แล้วเช่นกันจึงได้เตรียมของรางวัลให้กับพวกนาง ซึ่งก็หนีไม่พ้นประเภทของกำไลและปิ่นปักผมซึ่งนางนำออกมาจากกล่องสมบัติของ
องค์ชายสามนั่นเอง
พิธีการยกน้ำชาก็ผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรผิดพลาด แต่เมื่อมีผู้หญิงรวมตัวกันเรื่องกัดจิกคงหนีไม่พ้น
พระชายารองลั่วเป็นผู้เริ่มกล่าว
“พระชายางดงามยิ่งนักเพคะ ท่านอ๋องคงถูกอกถูกใจท่านน่าดู
ดูสิป่านนี้ท่านยังมิตื่นจากบรรทมเลย ฮิฮิ”
นางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาป้องปากหัวเราะเบา ๆ
เหล่าหญิงสาวที่นั่งอยู่เบื้องล่างก็หัวเราะคิกคักตามไปด้วย
หมิงหมิงเองก็ไม่ได้หงุดหงิดนางเพียงยกยิ้มเล็กน้อยและกล่าว
“ขอบคุณพระชายารองที่เป็นห่วงท่านอ๋อง ตอนนี้ท่านยังมิตื่นจริง ๆ คืนเข้าหอท่านคงตื่นเต้นมากเกินไป ทำเอาข้าปวดเนื้อปวดตัวไปหมด เสร็จจากตรงนี้แล้วคงต้องให้สาวใช้นวดตัวสักหน่อย”
“นั่นสิเพคะเพราะพระชายาทั้งสาวและทั้งสวยไม่แปลกใจเลยที่ท่านอ๋องจะหลงใหลท่านถึงเพียงนี้”
ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของนางจะยังคงดูเป็นมิตรเหมือนเดิม แต่สายตาของพระชายารองลั่วไม่ได้เป็นมิตรอย่างที่แสดงออกเลย
หมิงหมิงรู้สึกว่าวันนี้นางเหนื่อยจริง ๆ ไว้ค่อยสู้รบตบมือกับสาว ๆ พวกนี้วันหลังก็แล้วกัน
“วันนี้ข้าจะพักผ่อนแล้วพวกเจ้าแยกย้ายกันไปเถิด”
หมิงหมิงโบกมือไล่ทุกคนออกไป
หลังจากทุกคนออกไปแล้ว นางไม่ได้เดินกลับไปที่ห้องหอแต่นางไปยังปีกข้าง ๆ เรือน เพื่อไปยังห้องหนังสือแทน
และได้สั่งให้เถาเอ๋อร์ตามหยางเจี้ยนมาพบนาง
รอไม่นานเขาก็มาขอพบนางที่หน้าห้องหนังสือหลังจากได้รับการอนุญาตแล้วเขาก็เข้ามายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะที่นางนั่งอยู่
“พระชายามีอันใดให้รับใช้พ่ะย่ะค่ะ”
หมิงหมิงได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นไปมองเขา แต่เมื่อเห็นหน้าเขา ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ผุดขึ้นมา นางจึงรีบหลบเลี่ยงสายตาอย่างไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง
“ที่ตำหนักนี้มีหมอประจำหรือไม่ ท่านอ๋องยังไม่ตื่นขึ้นมาเลย ข้าคิดว่านี่มันไม่ปกตินัก”
เมื่อได้ฟังคำถามของนางหยางเจี้ยนก็เดินเข้ามาใกล้นางพร้อมกับโน้มตัวลงมาที่หน้าโต๊ะใช้แขนทั้งสองดันโต๊ะไว้
“ก็ไม่ใช่เพราะยาของพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะที่ทำให้ท่านอ๋องหลับใหลไปตั้งแต่เมื่อคืน”
หมิงหมิงได้ฟังคำพูดของเขานางก็ตกใจดวงตาเบิกโพลงเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที แต่แล้วนางก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
‘ก็เขาเป็นองครักษ์ประจำตัวเลยนี่นา เขาจะมีความรู้บ้างก็ไม่แปลก’
นางขยับตัวนั่งหลังพิงเก้าอี้และปล่อยตัวตามสบาย แบมือออกสองข้างและยักไหล่อย่างไม่ได้ใส่ใจ
“ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้วก็คงรู้ว่ายาที่ข้าให้ท่านอ๋องไปนั้น เป็นเพียงยานอนหลับธรรมดาเท่านั้น”
เขาไม่ได้ตอบคำถามนางโดยทันที แต่ยืดตัวขึ้นและเดินอ้อมโต๊ะมายืนอยู่ด้านหลังของหมิงหมิง จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่ของนางไว้ เขาโน้มตัวลงมาให้คางวางอยู่บนลาดไหลของนาง
“พระชายาท่านบอกกระหม่อมได้หรือไม่ ว่าเหตุใดท่านจึงไม่ยินยอมเข้าหอกับท่านอ๋อง ถึงขั้นวางยาเพื่อให้เขาหลับไป แต่สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจคือท่านจงใจยั่วยวนข้าจนพวกเรา…หึหึ”
เขาพูดอยู่ข้าง ๆ แก้มนาง ประโยคสุดท้ายเขาเอียงหน้า เพื่อให้ปากของเขานั้นสัมผัสกับแก้มนางโดยตั้งใจ
ตอนนี้หมิงหมิงนางตัวแข็งทื่อไปแล้ว นางค่อย ๆ เอียงตัวไปอีกด้านหนึ่งเพื่อหลบเลี่ยงใบหน้าของเขา จากนั้นก็หันหน้ามองกลับมาที่เขา
“ท่านไม่รู้จริงหรือว่าตัวข้านั้นถูกวางยาปลุกกำหนัด หลังจากที่ท่านอ๋องสลบไสลไปเรียบร้อย ข้าถึงรู้ตัวว่าตนเองถูกเล่นงานเสียแล้ว”
หยางเจี้ยนได้ยินดังนั้นเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที มิน่าเล่าเมื่อคืนพระชายาที่ดูร้อนแรงเช่นนั้น แท้จริงแล้วตัวนางจะเป็นหญิงบริสุทธิ์คนหนึ่ง
เขาจึงเลิกกลั่นแกล้งนางปล่อยมือจากการเกาะกุมหัวไหล่นางแล้วนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงข้าง ๆ เก้าอี้ของนาง
“พระชายากระหม่อมไม่ทราบจริง ๆ ว่าท่านถูกวางยาปลุกกําหนัด แต่ในเมื่อกระหม่อมเป็นผู้ทำให้ท่านต้องแปดเปื้อน กระหม่อมพร้อมจะรับผิดชอบและดูแลพระองค์ตลอดไป ถึงแม้ว่ากระหม่อมจะเป็นเพียงองครักษ์ต่ำต้อยก็ตาม”
เมื่อเขาพูดจบเขาก็ก้มหน้าลงไปเพื่อแสดงความจริงใจของเขา
หมิงหมิงได้ยินคำพูดนั้นจากเขาตอนแรกนางก็ตกใจอยู่บ้าง ตามจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นเพราะนางเป็นผู้เริ่มต้น และตัวนางเองก็เข้าใจสัญชาตญาณของผู้ชายเป็นอย่างดี เมื่อมีหญิงงามเชื้อเชิญเช่นนี้ น้อยคนนักที่จะทนไหว
“เรื่องนี้คนผิดหาใช่เจ้าไม่ เป็นข้าเองต่างหากเล่า ถ้าเช่นนั้นท่านก็ช่วยให้ข้าอยู่ที่จวนแห่งนี้ให้รอดปลอดภัยเถิด เพราะตัวข้าเองก็มิได้มีญาติพี่น้องที่ไหน ถึงแม้ว่าบ้านเดิมของข้าจะเป็นถึงเจ้ากรมโยธา แต่ที่นั่นไม่ได้มีใครนับว่าข้านั้นเป็นบุตรสาวเลยสักคน ที่ต้องแต่งในครั้งนี้ล้วนเป็นเพราะคำสั่งบิดาทั้งนั้น”
“พระชายาท่านคิดผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะคนที่ผิดคือผู้ที่วางยาท่านต่างหาก”
เขาเงยหน้ากลับมามองนางด้วยสายตาแข็งกร้าวอีกครั้ง
จริงสินางลืมคิดเรื่องนี้ไปได้อย่างไรแต่ใครกันที่ต้องการวางยานาง
“โอ้...ข้าลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยท่านว่าเป็นใครกัน”
“เรื่องนี้ปล่อยให้กระหม่อมจัดการเองพ่ะย่ะค่ะ”
“องครักษ์หยาง ท่านมีคนที่ไว้ใจได้หรือไม่ ข้าต้องการคุมอำนาจจวนอ๋องแห่งนี้ ข้าจะไม่ยอมให้บิดาข้าได้ใช้ประโยชน์จากการขายข้าออกมาเช่นนี้เด็ดขาด”
“ถ้าเช่นนั้นพระชายาต้องควบคุมท่านอ๋องก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านมิเป็นห่วงท่านอ๋องหรือ”
“กระหม่อมห่วงท่านมากกว่า…หึหึ”
“คิก คิก ข้าขอฝากชีวิตไว้ในมือท่านแล้ว”
ความรู้สึกของนางช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก เพียงชายที่นางไม่เคยรู้จักและเพิ่งจะทำเรื่องอย่างว่ากันไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา แถมเขาเองก็ยังเป็นองครักษ์ของอ๋องชรา แต่แล้วเหตุใดนางจึงเชื่อใจเขากันนะ