พระชายามหาเสน่ห์

61.0K · จบแล้ว
จิ๋วโหย่ว
20
บท
915
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

คำเตือนเนื้อหา เหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป มีเนื้อหาทางเพศ การบังคับแต่งงาน ความรุนแรง การใช้อำนาจ การวางยา และสถานการณ์ที่อาจกระทบใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

นิยายรักโรแมนติกท่านอ๋องจีนโบราณโรแมนติกพระชายา

บทที่ 1 วันวิวาห์

“คุณหนู ๆ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ ช่างแต่งหน้ามาพร้อมกันแล้ว วันนี้

วันสำคัญของท่านนะเจ้าคะ”

เถาเอ๋อร์สาวใช้ประจำตัวคุณหนูเล็กตระกูลหมิงที่เป็นตระกูลของเจ้ากรมโยธา ร้องเรียกและเริ่มเขย่าตัวคุณหนูของตนไปด้วย

“ไล่ออกคนอื่นไปให้หมด เหลือแค่บ่าวที่มาทำผมก็พอ ข้าจะแต่งหน้าเอง”

เสียงสวย ๆ แต่ฟังดูหงุดหงิดยิ่ง ของคุณหนูหมิงหมิงดังขึ้นขัดกับหน้าตาแสนหวานของนางอย่างสิ้นเชิง แต่นางก็ยังลุกขึ้นให้สาวใช้เข้ามาเปลี่ยนอาภรณ์สีแดงสดแต่โดยดี ระหว่างที่ปล่อยให้สาวใช้ทั้งหลาย

จับตัวหมุนไปมาและให้นั่งลงทำผมสำหรับงานแต่งงานของนางในวันนี้

งานแต่งวันนี้ไม่มีแม้ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงสักคนที่จะเข้ามาอวยพร หรือมอบของขวัญตามธรรมเนียม แต่กระนั้นนางก็ชินชาเสียแล้ว เพราะครอบครัวนี้ไม่เคยนับตัวของนางอยู่ในลำดับวงศ์ตระกูลอยู่แล้ว

และแล้วนางก็ถูกส่งตัวขึ้นเกี้ยวเดินทางไปยังจวนอ๋อง โดยที่ไม่มีใครมาส่งตัวหรือไม่มีแม้แต่แม่สื่อจะมาทำพิธีใด ๆ มีเพียงเกี้ยวเจ้าสาวสีแดง และบ่าวที่ทำหน้าที่ยกหีบสินเดิม ที่ส่วนใหญ่ใส่ไว้เพียงของไร้ประโยชขน์

ของคุณภาพต่ำที่สุดเพื่อให้เต็มหีบก็เท่านั้น ถึงอย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกสาวเจ้ากรมโยธา

ช่างแตกต่างจากจวนอ๋องยิ่งนัก ที่นี่ช่างครึกครื้นยิ่ง ผู้คนมากมายต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีแก่อ๋องเฒ่า และอีกหลาย ๆ คนก็มาเพื่อดูหน้าดูตาของหวางเฟยคนใหม่

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูคนเล็กของจวนเจ้ากรมโยธา ที่ทั้งเมืองหลวงไม่เคยมีใครได้เห็นใบหน้าของนาง หรือบางคนยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเขามีบุตรสาวคนนี้ด้วย

ด้วยเหตุนี้หลังกราบไหว้ฟ้าดินแล้ว หยางอ๋องจึงไม่รีรอที่จะอวดโฉมเมียเด็กคนงามให้ชายอื่นอิจฉาเล่น

นาทีที่ผ้าโปร่งของนางถูกเปิดออก เรียกเสียงสูดหายใจเฮือกจากคนรอบ ๆ ข้าง ให้รุมล้อมเข้ามาอยู่ในตอนนี้

หมิงหมิงตกใจเป็นอย่างมาก แม้ว่านางจะไม่เคยแต่งงานมาก่อนแต่ก็พอทราบอยู่ว่าผ้านี้จะต้องเปิดตอนพิธีเข้าหอ ในห้องหอ ไม่ได้เปิดต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ แต่สุดท้ายนางก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามที่จะก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยง

‘งาม...’

‘นี่นางไปอยู่ที่ไหนมาท่านเจ้ากรมโยธาช่างซ่อนนางได้มิดชิดนัก’

‘ยินดีกับท่านอ๋อง ได้ภรรยางดงามล่มเมือง’

‘...’

ท่ามกลางเสียงชื่นชมไม่ขาดสาย ยิ่งทำให้อ๋องเฒ่ารู้สึกยินดีจนหัวเราะเสียงดัง ทั้งยังยกจอกสุรามงคลจากคนที่มาคารวะไม่หยุด

ไม่กี่ลมหายใจต่อมาผ้าปิดหน้าสีแดงสดของนางก็ถูกปิดลง และส่งตัวเข้าหอนั่งรอผู้เป็นสามีมาเข้าหอกับนางต่อไป

ภายในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยของมงคลทั้งหลาย หมิงหมิงไล่ทุกคนออกไปทั้งหมด จากนั้นก็ถอดเครื่องหัวผ้าคลุมหน้าและชุดเจ้าสาวออกทั้งหมดด้วยตนเอง ในเมื่อผ้าปิดหน้าก็เปิดแล้วนางคงไม่ต้องสนใจพิธีรีตองพวกนั้นอีก

นางเปลี่ยนเป็นชุดเกาะอกสีแดงสด มีผ้าบาง ๆ คลุมไหล่ไว้ แล้วนั่งทานอาหารโดยไม่สนใจที่จะรอเจ้าบ่าวของนาง เพราะนางหิวเหลือเกิน

เถาเอ๋อร์ที่ชินกับนิสัยของคุณหนูตอนนี้แล้วจำต้องปล่อยเลยตามเลยไป

หลังจากที่นางเข้ามารออยู่นาน ท่านอ๋องชราที่มีนามว่าอ๋องหยางตง ก็เปิดประตูเข้ามาใบหน้าเขาแดงเล็กน้อยจากการดื่มสุรา เขาสั่งให้คนออกไปทั้งหมด เหลือเพียงองครักษ์ที่เฝ้าหน้าประตูเท่านั้น

หมิงหมิงที่เห็นว่าเจ้าบ่าวของนางเข้ามาแล้ว นางจึงลุกขึ้นไปตอนรับเขา พร้อมเอ่ยเสียงหวาน

“ท่านอ๋องคงไม่ว่าที่หม่อมฉันเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนใช่ไหมเจ้าคะ”

นางเอ่ยด้วยริมฝีปากสีแดงฉ่ำ เสื้อเกาะอกของนางที่เกาะได้แค่ครึ่งเต้า อีกครึ่งที่ล้นทะลักออกมาทำเอาอ๋องเฒ่าถึงกับต้องกลืนน้ำลาย อยากจะกลืนกินนางแทบขาดใจ จะว่ากล่าวนางได้อย่างไร

“หมิงเอ๋อร์ เจ้างามเช่นนี้ข้าจะว่ากล่าวเจ้าได้อย่างไร มาเถอะเมียรักมาให้ข้าชื่นชม”

เขาเดินเข้าไปช้อนตัวนางขึ้นมามองอกอิ่มของนาง อยากจะก้มไปโลมเลียยิ่งนัก ว่าแล้วเขาก็ก้มหน้าลงไปสูดดมกลิ่นเนื้อสาวเหนือเนินอกทันที หมิงหมิงแสร้งเป็นปัดป้องแลเขินอายพอเป็นพิธี

“ฮิ ฮิ มาเถิดเจ้าค่ะท่านอ๋อง ท่านต้องดื่มสุรามงคลนี้ก่อน”

หมิงหมิงหยิบแก้วสุราที่เตรียมไว้ก่อนแล้วจรดปากอ๋องเฒ่าที่อ้าปากรับแต่โดยดี ซึ่งหมิงหมิงเองก็ยกดื่มเช่นกันนางต้องดื่มทำใจสักหน่อย การมีสามีชรานั้นไม่ใช่แนวของนางเลยจริง ๆ

“เมียรักไม่ต้องดื่มแล้วให้ข้าได้เชยชมเจ้าเสีย”

“อร้าย...ท่านอ๋องเบาเจ้าค่ะ”

นางหวีดร้องออกมา เมื่ออ๋องเฒ่ากระชากเกาะอกของนางออก

เผยเต้าใหญ่โตดีดเด้งออกมาเผยให้เห็นปลายยอดสีชมพูดังอัญมณีเม็ดงาม

ชูชันเป็นการเชื้อเชิญให้มาเชยชม

“งาม...งามยิ่งนักเมียรัก...”

หยางอ๋องเขาใช้มือโอบเอวของนางเข้ามาประชิดตัว และก้มลงใช้ลิ้นร้อน ๆไล้ไปตามลำคอไล่ลงมาถึงปลายยอดภูเขา เนื้อนางหอมหวานยิ่งนัก

“อ่าส์เจ้าหวานนักเมียข้า”

เขาอารมณ์พลุ่งพล่านจนปวดหนึบที่กลางกายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลมหายใจเริ่มรุนแรงขึ้น เขาใช้มือสองข้างบีบเคล้นสองเต้าพร้อมกัน ขณะที่ปากร้อนสลับไปมาระหว่างน้องนางทั้งสองอย่างไม่ให้น้อยหน้ากัน

“อ่าส์...อื้มท่านอ๋องงงง อาส์”

หมิงหมิงเริ่มรุ่มร้อนเพราะถูกชายชราที่ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะยังแข็งแรง และมีฝีมือด้านนี้เป็นอย่างมาก จนนางต้องส่งเสียงครวญครางดังขึ้นอย่าง

มิอาจกลั้น

จนองครักษ์ที่เฝ้าหน้าห้องหอนั้นได้ยินเสียงอย่างชัดเจน หากสังเกตก็จะเป็นว่าตรงกลางกายพวกเขานั้นแข็งเกร็งปวดหนึบไปตาม ๆ กัน

‘เสียงพระชายาช่างปลุกเร้ายิ่งนัก หลังผลัดเวรพวกเขาต้องไปหาเหล่าสาวใช้เพื่อระบายความอัดอั้นออกไปเสียแล้ว’

“อ่าส์ อ่าส์ ท่านอ๋องตรงนั้นเสียวยิ่งเพคะ”

หลังจากอ๋องหยางบีบเค้นหน้าอกนางจนเป็นร่องรอยแดงเพราะแรงราคะ เขาก็เลื่อนมือหยาบลงมาที่กลางกายนาง ที่ตอนนี้กุหลาบงามยังไม่เคยต้องมือใครกลับฉ่ำแฉะและต้องการมากกว่าการสัมผัสภายนอกแล้ว

“เสียวสิดี อ้าขาออกให้ข้าได้ชื่นชมเจ้ามากขึ้น”

เขาแหวกขานางออกและจ้องมองกลางกายนางอย่างพออกพอใจ นิ้วหยาบเริ่มล่วงล้ำเขาไปในรูคับแคบจนแทบจะปิดสนิด และเขาทนไม่ไหวอีกต่อไป

จึงเริ่มปลดกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นแก่นกายที่เรียกได้ว่าใหญ่กว่าขนาดมาตรฐานเล็กน้อย แต่ปัญหาของมันคือไม่แข็งขันอย่างที่ควรจะเป็น อาจจะเป็นเพราะเขาอายุมาก หรือไม่ก็เป็นเพราะเขานั้นเมาสุรา

หมิงหมิงที่เห็นของอ๋องเฒ่าแล้วนางแทบอยากลุกขึ้นถีบเขาทิ้งไปเสียจริง เจ้านั่นของเขาไม่ทำงานแต่ก็ยังอยากจะเข้าหอกับนาง แต่นางก็ยังให้เขาได้เชยชมด้วยสายตามิได้ขัดขืน เพราะนางก็ยังกลัวอยู่บ้างหากเขาไม่พอใจแล้วทำร้ายนางขึ้นมา จะเป็นนางเองที่ลำบากกว่านี้

แต่ในขณะที่เขากำลังจะจับแก่นกายที่อ่อนตัว พยายามจะสอดใส่กลางกายหญิงสาวรุ่นลูก แต่มันเพียงเข้าไปด้านในไม่ถึงข้อนิ้ว ก็ตัวอ่อนยวบลงใบหน้านั้นซุกลงตรงอกขาวอวบตรงหน้า

“เฮ้อ...สลบได้เสียที”

ใช่แล้วหมิงหมิงแอบวางยาหยางอ๋องในเหล้าและส่วนปลายยอดอกของนาง ยานี้ไม่ทำให้ถึงตาย แต่ก็สลบไปเพราะยาสูตรพิเศษที่นางแอบไปหาซื้อมาเก็บไว้

“ใครจะอยากเสียสาวให้ตาแก่รุ่นปู่เล่า”

นางยกหยางอ๋องออกไปด้านข้าง จากนั้นก็เดินเข้าไปหลังฉากกั้น เพื่อล้างตัวจากน้ำลายหยางอ๋อง และยาพิษที่นางทาเอาไว้ออกไป เสร็จแล้วสวมผ้าคลุมบางเบาเดินออกมายังห้องหอ ซึ่งห้องนี้กว้างขวางยิ่ง สามารถจัดงานเลี้ยงในห้องนี้ได้เลย

สามเดือนก่อนแต่งงาน

ณ เรือนหลังเก่าทรุดโทรม ที่แยกตัวออกมาห่างไกลจากหมู่เรือนหลักของจวนแห่งนี้ แม้แต่เรือนของบ่าวรับใช้ ก็มิได้ห่างไกลถึงกำแพง

ท้ายจวนเช่นนี้

หญิงสาวนางหนึ่งที่รูปร่างผอมบางจนน่าสงสาร แก้มตอบ

เห็นกระดูกปูดโปนอย่างชัดเจน ผิวแห้งกร้าน เส้นผมไม่นุ่มสลวย แต่ดวงตาของนางกลับยังดำขลับดุจค่ำคืนมืดมิดที่มีดวงดาวพราวระยับ นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ยังงดงามอยู่

“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านให้พ่อบ้านใหญ่มาแจ้งแก่ท่านว่า...เอ่อ...”

เถาเอ๋อร์สาวรับใช้ที่เป็นเหมือนพี่น้องของนางที่เติบโตมาพร้อมกันกล่าวอย่างติด ๆ ขัด ๆ

“ว่ามาเถอะเถาเอ๋อร์ คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ”

คุณหนูที่ถูกเรียกขานก็คือหญิงสาวที่ผอมบางคนนั้นนั่นเอง

“คือท่านรู้จักหยางอ๋องใช่ไหมเจ้าคะ คนที่ข้าเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเขาเป็นนักรบที่เก่งกาจยิ่งนักแต่ตอนนี้เริ่มแก่ชราแล้ว คือ… เมื่อสองวันก่อนชายาเอกของหยางอ๋องสิ้นใจไป นายท่านจึงยกท่านให้แต่งเป็นชายาเอกแทนเจ้าค่ะ”

เถาเอ๋อร์กลั้นใจกล่าวออกมารวดเดียว

“โอ้ หยางอ๋อง ยะ หยาง ไม่นะ ... อ๊า”

หญิงร่างผอมบางละล่ำละลัก นางหายใจติดขัดแล้วสลบลงทันที

วันเดียวกันแต่เป็นในโลกที่ห่างไกลออกไปอีกหลายพันปีต่อมานักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อว่าหมิงหมิงเป็นหนึ่งในประชากรโลกที่เดินทางไปทำงานวิจัยที่ดาวแพนโดร่า โลกใบใหม่ที่มนุษย์โลกต้องการตั้งเป็นอาณานิคมใหม่

วันนี้เธอเดินทางไปยังโพรงถ้ำ ที่หน่วยปฏิบัติการคอมมานโดบุกทะลายรังของสัตว์พื้นถิ่นไปเรียบร้อยแล้ว เธอและทีมต้องเข้าไปเพื่อเก็บหลักฐานหรือทุกสิ่งที่สามารถนำกลับมายังฐานได้ เพื่อทำการวิจัยต่อไป

การวิจัยนี้เป็นการทำเพื่อให้มนุษย์สามารถดำรงชีพได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชุดอวการที่แสนเทอะทะ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่บนดาวโลกให้มากที่สุด

ระหว่างที่นางกำลังเดินลึกเข้าไปใกล้กับต้นไม้ ที่รูปร่างคล้ายดอกไม้ผุดออกมาจากพื้น กลีบใบหนามีแสงสะท้อนเรืองแสงออกมา และแล่นไปทั่วกลีบใบของพวกมัน เป็นภาพเหมือนดอกไม้นั้นกำลังเต้นระบำอยู่ เธอถูกมันดึงดูดเข้าไปทันที และเริ่มเดินห่างจากกลุ่มออกไปเรื่อย ๆ

เพราะสิ่งที่เป็นพิษบนดาวดวงนี้ถูกจัดการหมดแล้ว

เหลือเพียงออกซิเจนเท่านั้นที่ยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ พวกเธอจึงต้องแบกถังออกซิเจน พร้อมหน้ากากที่คลอบเฉพาะจมูกและปากเท่านั้น

นาทีนั้นเองที่เธอกำลังจะใช้มีดที่พกมาเพื่อจะตัดเอาตัวอย่างจากมันออกมา ตรงกลางดอกไม้ที่เป็นเกสรหุบอยู่ก็ระเบิดเอาผงสีดำออกมา ทำให้เธอถูกปกคลุมด้วยผงนั้นทันที เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองได้หมดลมหายใจไปตอนไหน ร่างของเธอถูกดอกไม้นั้นดึงเข้าไปเก็บไว้ยังส่วนที่เป็นรากใต้พื้นลึกลงไป เพื่อมันจะย่อยสลายต่อไป

คืนเดียวกันนั้นเองในเรือนเก่าท้ายจวนเจ้ากรมโยธา

“เฮือก...แค่ก ๆ ๆ”

หมิงหมิงที่รีบสูดอากาศหายใจเข้าร่างกาย ยิ่งรีบเธอยิ่งสำลักออกมาอย่างรุนแรง

“คุณหนู! เมื่อกี้คุณหนูหมดลมไปแล้ว”

เถาเอ๋อร์หน้าตาตกใจเหมือนเห็นผีดวงตาของนางเบิกโพลง

ถอยหลังออกไปจากร่างของคุณหนูอย่างรวดเร็ว

นางมั่นใจว่าเมื่อครู่นางได้ตรวจลมหายใจของคุณหนูแล้ว และนางก็ไม่มีลมหายใจราวกับนางตายไปแล้ว

หมิงหมิงที่กำลังเรียกสติตัวเองกลับมา เธอมองไปรอบ ๆ ตัว

เธอแน่ใจทันทีว่าตัวเองทะลุมิติมาเพราะในโลกของเธอวิวัฒนาการสามารถทำให้เดินทางได้ไกล และข้ามกาแล็กซีได้ มีคำเล่าลือว่าเดินทางข้ามเวลาได้แล้วด้วย แต่เป็นความลับสุดยอดซึ่งไม่แน่ชัดว่าจริงขนาดไหน

เมื่อมองไปที่ประตูก็เห็นเด็กสาวอีกคนที่แต่งตัวด้วยผ้าเก่า ๆ มีสีหน้าหวาดกลัวและตกใจอยู่

“ข้าไม่เป็นอะไร ออกไปเถอะข้าจะนอนก่อน”

หมิงหมิงที่เลียนแบบภาษาที่สาวใช้พูด แล้วบอกให้นางออกไป

เถาเอ๋อร์ที่ยังกลัวก็รีบออกไป ไม่พูดไม่จานางหันหลังไปอย่างรวดเร็วและปิดประตูให้ทันที

แต่สิ่งที่สาวใช้นางนี้ยังไม่รู้ก็คือ หมิงหมิงคนที่ตื่นขึ้นมานี้คือหมิงหมิงนักวิจัยบนดาวแพนโดร่า ส่วนหมิงหมิงเจ้าของร่างแต่เดิมตอนนี้นางได้หมดสิ้นเวรกรรมในชาตินี้แล้ว วิญญาณนางจึงจากไปอย่างสงบ ...