บทที่ 5 คืนก่อนวันวิวาห์
เพราะมีสิ่งที่อยากได้อยู่ตรงหน้า แต่ไม่สามารถคว้าเอามาเป็นของตนเองได้ นี่จึงเป็นสิ่งกระตุ้นให้องค์ชายสามรู้สึกว่าเขาจำต้องเอาตัวหมิงหมิงน้องภรรยาผู้นี้มาครอบครองให้ได้
ทุกครั้งที่พระชายาของเขากลับมาเยี่ยมบ้านหรือเยี่ยมมารดาเขาก็จะติดตามนางมาทุกครั้ง หากเป็นสายตาของคนภายนอก อาจจะรู้สึกว่า
องค์ชายผู้นี้ช่างรักและถนอมภรรยายิ่งนัก
แต่พระชายาผู้ที่เป็นบุตรสาวคนโตของเจ้ากรมโยธาหาได้เป็นคนโง่ไม่ นางรู้ดีว่าสามีของนางนั้นมีนิสัยเป็นอย่างไร เรื่องเจ้าชู้ประตูดินต้องยกให้กับเขา แม้กระทั่งตอนที่นางเพิ่งจะแต่งเข้าไป เขาก็เลี้ยงหญิงสาวไว้ท้ายจวนมากมายนับไม่ถ้วนแล้ว
และเหตุผลที่เขาติดตามนางมาเพื่อเยี่ยมบ้านเดิมทุกครั้งนั่นก็เป็นเพราะเขาคงถูกตาต้องใจน้องสาวคนที่สามของนาง ที่นับวันยิ่งงดงามขึ้นเรื่อย ๆ เป็นแน่แท้
และเรื่องนี้ก็ทำให้พี่สาวคนโตของหมิงหมิงบุกมาถึงเรือนนาง และยังลงมือตบนางอีกด้วย หมิงหมิงที่ไม่คิดว่าอยู่ดี ๆ จะถูกตบเช่นนี้นางก็ไม่ยอมเช่นกัน นางดิ้นหลุดจากมือสาวใช้ได้ก็พุ่งตัว เข้าไปตบพี่หญิงใหญ่ของนางทันที
“พี่หญิงใหญ่หากจะกล่าวหาว่าข้าล่อลวงองค์ชายสามไม่สู้บอกว่าองค์ชายต่างหากที่พยายามจะ ‘ล่อ’ ลวงข้ามากกว่า”
หมิงหมิงนางเป็นคนไม่ยอมถูกใครเอาเปรียบอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้หน้าของนางที่เฝ้าถนอมดูแลมา บวมฉุเพราะแรงมือสาวใช้ที่ตบนั้นไม่เบามือเลยแม้แต่น้อย
แต่อย่างน้อยนางก็ได้เอาคืนตัวการไปเช่นกัน
“เจ้า…เจ้ากล้าตบข้า…เด็ก ๆ ไปเอาตัวนางไปตีให้ตาย!!”
หมิงหยุ่นเคยแต่ออกคำสั่งสาวใช้ ไม่เคยลงมือตบตีใครด้วยตนเองเลยสักครั้ง ทำให้ไม่สามารถสู้แรงของหมิงหมิงได้ หลังจากที่ถูกนางตบลงบนใบหน้าก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนมากจนอยากจะฆ่าหมิงหมิงให้ตายเสีย
หลังสิ้นสุดเสียงคำสั่งของเจ้านาย เหล่าสาวใช้ก็กรูกันเข้ามาจับ
หมิงหมิงตรึงไว้ ไม่เพียงแค่นางเท่านั้นแต่เถาเอ๋อร์เองก็โดนตบตีจนใบหน้าบวมเป่งทั้งยังถูกจับไว้เช่นกัน
หมิงหมิงพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่ด้วยกำลังอันน้อยนิดของนางจะสู้สาวใช้ที่ใช้แรงงานอยู่เป็นประจำ หลายคนจับตัวของนางกดเอาไว้ได้อย่างไร
ตอนที่หมิงหมิงถูกจับกดตัวลงอยู่นั้น ไม้เล่มใหญ่ไม่รู้มาจากไหน
ฟาดลงหลังนางทันที และอีกทีก็ติดตามมาอย่างรวดเร็ว หมิงหมิงกำลังรู้สึกว่าหลังนางกำลังจะหัก
หลังโดนฟาดไปสี่ครั้ง ก็มีเสียงเอะอะเข้ามาจากหน้าเรือนของนาง
“หยุดให้หมด...เดี๋ยวนี้!!”
ฮูหยินใหญ่ที่เพิ่งมาถึงก็แผดเสียงตวาดออกไปทันที เมื่อเห็นว่า
สาวใช้หยุดมือแล้วนางก็หันไปหาลูกสาวคนโต
“พาคุณหนูใหญ่ออกไป”
“ท่านแม่ ท่านต้องตีมันให้ตาย นางกล้าตบหน้าข้า”
หมิงหยุ่นชิงยังคงไม่ยินยอม เพราะทุกครั้งมารดาจะต้องจัดการให้นาง
“เจ้าหุบปาก เจ้ากำลังจะทำให้งานของบิดาพัง...ไปเถอะ...ไปทายาเสียก่อนที่ใบหน้านี้จะรักษาไม่หาย”
ฮูหยินใหญ่จ้องหน้าของบุตรสาวที่แสนจะโง่เง่าของนางไม่วางตา เป็นหมิงหยุ่นที่ต้องหลบสายตามารดา และสะบัดหน้าออกไปจากเรือนด้วยความโมโห
ฮูหยินใหญ่เห็นบุตรสาวออกไปแล้วจึงหันมาออกสำสั่งคนสนิท
“หวังมามาท่านไปตามหมอหญิงมารักษาให้นาง ต้องหายก่อนวันวิวาห์...พวกเจ้าที่เหลือไปรับโทษจากพ่อบ้านซะ”
นางออกคำสั่งรวดเดียวจบและเดินออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะมองหมิงหมิงให้นานขึ้นอีกนิด
เพราะหมิงหมิงที่ยังคงเป็นหมากที่มีประโยชน์ จึงรอดตายมาได้อีกครั้ง
หมิงหมิงที่นอนหลับไปถึงสามวัน ระหว่างนี้หวังมามาได้รักษาแผลให้นางเป็นอย่างดีจริง ๆ ตามคำสั่งของเจ้านาย และนางเองก็รู้ว่าการแต่งงานระหว่างจวนนี้กับหยางอ๋องนั้นสำคัญมากขนาดไหน
แต่กระนั้นรอยช้ำเป็นสีม่วงบนหลังนางก็ยังคงเห็นชัดเจนอยู่
ทุกวันหมิงหมิงจึงต้องประคบร้อนประคบเย็น เพื่อให้รอยเหล่านั้นหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงคืนก่อนวันวิวาห์ร่องรอยก็หายไปแล้ว
ในที่สุดวันก่อนวิวาห์ก็มาถึง ตามธรรมเนียมแล้วสินสอดจะถูกส่งมาที่จวนของฝ่ายหญิงในวันนี้ และฝ่ายหญิงจะส่งสินเดิมไปเก็บไว้ที่บ้านฝ่ายชาย
แน่นอนสินสอดมิได้มาถึงมือหมิงหมิง ส่วนสินเดิมเจ้าสาวก็ถูกยกไปถึงแปดสิบหีบด้วยกัน เพื่อเป็นหน้าเป็นตาแก่จวนเจ้ากรมโยธา
และแน่นอนอีกเช่นกันว่าของด้านในเป็นของเหลือ ๆ และคุณภาพชั้นเลวที่ใส่มาให้เต็มจำนวนเท่านั้นเอง ตรงจุดนี้หมิงหมิงก็ไม่เคยคาดหวังเช่นกัน
คืนนี้เป็นอีกคืนที่หมิงหมิงหลับไม่ลง เพราะนางต้องทบทวนแผนของตัวเองในวันพรุ่งนี้ อีกอย่างองค์ชายสามยังแอบมาหานางกลางดึกอีกด้วย
“หมิงเอ๋อร์ พรุ่งนี้เจ้าต้องเข้าพิธีแล้ว อ๋องเฒ่านั่นต้องทรมานเจ้าแน่นอน คืนนี้หนีไปกับข้าเถอะข้ามีจวนนอกเมืองสามารถให้เจ้าอยู่ได้ตลอดชีวิต”
หมิงหมิงได้ฟังก็เกือบจะกลอกตาขึ้นฟ้าแล้ว
“องค์ชายทำแบบนั้นองค์ชายจะเดือดร้อนนะเพคะ อีกอย่างท่านพ่อก็ต้องเดือดร้อนเช่นกันตัดใจเถอะนะเพคะ”
หมิงหมิงยังคงอดทนแสดงละครโศกต่อไป
“หมิงเอ๋อร์ ข้าสัญญาว่าเจ้าจะติดอยู่ในนรกนั้นไม่นาน ข้าต้องหาทางพาเจ้าออกมาให้ได้”
“เพคะหมิงหมิงเชื่อพระองค์”
หมิงหมิงซบลงบนอกเขา
‘ไม่รู้ที่ไหนคือนรกกันแน่ แต่ที่แน่ ๆเจ้าเป็นนรกเห็น ๆ’
หมิงหมิงคิดในใจ
องค์ชายสามรวบนางมากอดทันที และกำลังจะผลักนางนอนลงนั้น
จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงองครักษ์ลับมาตามเขากลับเหมือนคราก่อนอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้อย่างไรองค์ชายสามจะต้องได้นางมาเชยชมเสียก่อน ที่นางจะถูกอ๋องเฒ่านั้นพรากพรหมจรรย์ไปก่อนเขา เขาจึงกลับเข้ามาในห้องเพื่อเข้าหาหมิงหมิงอีกครั้ง
แต่แล้วองครักษ์ลับคนนั้นกลับมิยินยอม เขาส่งเสียงเข้ามาเบา ๆ บอกว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่ตำหนักองค์ชายและที่นั่นอยู่ใกล้กับเรือนของพระชายาหากว่าองค์ชายยังไม่กลับไปตอนนี้ก็กลัวว่าจะมีปัญหาตามมาอีก
หมิงหมิงได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงรอให้เขาตัดสินใจเงียบ ๆ แม้ในใจจะภาวนาให้เขาไปได้เสียที แต่ใบหน้าของนางก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมา
จนในที่สุดองค์ชายสามที่ตัดสินใจได้ เขาก็ออกไปจากเรือนของนาง
“ฮู้วววว...ไปได้ซะที เกือบแล้วหมิงเอ๊ย”
นางถอนหายใจและตบอกตัวเองเบา ๆ
การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนาง ทำให้สายตามที่แอบมองนางอยู่ในความมืดที่มุมหนึ่งบนหลังคาตรงกับห้องนาง นั้นวาววับในความน่ารักของนาง
‘โชคดีที่เขาเตรียมการไว้เป็นอย่างดีไม่ให้องค์ชายสามลงมือกับว่าที่พระชายาก่อน’
ทางด้านเถาเอ๋อร์หลังจากส่งหมิงหมิงเข้าห้องนอนไปแล้ว นางถึงออกจากเรือนท้ายจวนเพื่อไปสั่งลากับลู่เทาชายขับรถม้าคู่ขานาง
‘ตับ ตับ ตับ’
“อ่ะ อ่ะ อ๊า พี่ลู่เร็วอีก”
ท่าทางของเถาเอ๋อร์ตอนนี้ นางกำลังคลานเข่าอยู่บนกองฟางด้านหลังคอกม้าที่ลู่เทาดูแลอยู่ เขาจับเอวนางแล้วกระแทกอย่างแรงอีกไม่กี่ทีก็ปลดปล่อยออกมา
เถาเอ๋อร์นางอวบอัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่องรูของนางก็แน่นขึ้น
ทำให้ลู่เทาต้องสั่งลานางไปหลายน้ำ
“พอก่อนพี่ลู่เทาหากท่านเอาข้าอีก ข้าจะไม่มีแรงแล้วเจ้าค่ะ”
เถาเอ๋อร์ร้องห้ามลู่เทาที่กำลังลูบไล้หน้าอกนางอีกครั้ง
“แต่ข้าคงคิดถึงเจ้า”
ลู่เทาที่ยังไม่อยากปล่อยนางไป เพราะเถาเอ๋อร์ช่างตอบสนองดียิ่งนัก มากกว่าสาวใช้คนอื่น ๆ เขาจึงชอบที่จะลากนางมาหลังคอกม้าบ่อย ๆ
“อื้อออ พอแล้วเจ้าค่ะ”
เถาเอ๋อร์ที่ถูกเขาถูไถร่องสวาทอีกครั้งเสียงของนางก็เริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ยังไม่ทันที่จะได้ไปถึงไหนถึงไหนต่อ ทันใดนั้นก็มีเสียงของบ่าวชายคนสนิทของพ่อบ้านใหญ่โผล่มาจากทางเข้า
“ข้าว่าแล้วพวกเจ้าคงมาเล่นบทสวาทสั่งลากันที่นี่ ...เถาเอ๋อร์พ่อบ้านใหญ่ให้ไปพบ เรื่องที่จะออกเรือนไปกับคุณหนูของเจ้า”
เขามองร่างเปลือยของเถาเอ๋อร์ไม่วางตา เขาอยากร่วมวงด้วยเหลือเกิน ติดที่ต้องทำงานตามสั่งเสียก่อน
เถาเอ๋อร์ได้ยินก็ผละตัวออกจากลู่เทา รีบวิ่งไปด้านหลังเพื่อชำระล้างตัว แล้วแต่งกายออกมาเดินไปพร้อมบ่าวชายคนนั้น ระหว่างทาง
บ่าวชายคนนั้นก็จับนั่นนี่ของนางไปด้วยตลอดทาง
เถาเอ๋อร์ก็ใจดีให้เขาได้จับบ้าง ทั้งยังจะหมายสายตาเป็นการเชิญชวนเขาอีกด้วย
นางรู้สึกชอบที่มีชายหลายคนมาสนใจและต้องการนาง เถาเอ๋อร์
ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ป่วยด้วยโรคฮีสทีเรีย หรือโรคขาดความรักไปเสียแล้ว
เมื่อมาถึงห้องทำงานพ่อบ้านใหญ่ เถาเอ๋อร์ถูกดันให้เข้าไปเพียงลำพัง ในห้องมีพ่อบ้านใหญ่นั่งรออยู่แล้ว
พ่อบ้านใหญ่จริง ๆ แล้วอายุเพียงสี่สิบปีเท่านั้น เป็นคนเก่าคนแก่ที่เป็นสินเดิมของฮูหยินใหญ่ตามมาตั้งแต่ออกเรือน
“พ่อบ้านใหญ่เรียกเถาเอ๋อร์มาด้วยเหตุใดเจ้าคะ”
เถาเอ๋อร์กลัวอยู่บ้าง เพราะตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนที่นางถูกพ่อบ้านล่อลวงเป็นคนแรกของนางแล้ว เขาก็ไม่เรียกหานางอีกเลย
“มานี่สิมาใกล้ ๆ ตรงนี้”
พ่อบ้านใหญ่เรียกให้นางเข้ามาข้างเก้าอี้ที่เขากำลังนั่งอยู่
เถาเอ๋อร์เดินมาอยู่ข้างเขาและใช้มือประสานกันด้านหน้า ก้มหน้าเล็กน้อย รอให้พ่อบ้านใหญ่ออกคำสั่ง หรือเริ่มพูดก่อน
แต่เขากลับใช้มือใหญ่ลูบเข้าไปใต้กระโปรงนาง มือนั้นไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงจุดสามเหลี่ยมของนาง เขายังให้นิ้วเขี่ยมันเบา ๆ
“อ่าห์ ท่านพ่อบ้าน...”
เถาเอ๋อร์ส่งเสียงครางออกมา
“เถาเอ๋อร์น้ำเชื้อของเจ้าคนดูแลม้านั้นยังเต็มร่องเจ้าอยู่เลยนะ...หึหึ”
“อ๊ะ!! พ่อบ้านใหญ่อย่าลงโทษเถาเอ๋อร์เลยนะเจ้าคะ”
เถาเอ๋อร์กลัวพ่อบ้านคนนี้มาก เพราะเขามักลงโทษบ่าวด้วยความรุนแรงแถมยังเรียกพวกนางไปดูอีกด้วย
“ข้ามีงานให้เจ้าทำ แล้วข้าจะละเว้นเจ้าไป”
เขาพูดไปแต่มือยังไม่ได้นำออกมาจากกระโปรงนาง ทั้งยังส่งนิ้วสองนิ้วเข้าไปให้ลึกขึ้น พร้อมกับขยับเข้าออก จนน้ำสีขาวขุ่นไหลลงมาตามง่ามนิ้วของเขา
“อ่าส์ ...ดะ…ได้เจ้าค่ะ ท่านพ่อบ้านสั่งมาได้เลย”
เถาเอ๋อร์ตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ขาของนางอ่อนระทวยจนแทบจะยืนไม่อยู่
“...”
หลังจากพ่อบ้านปล่อยตัวให้เถาเอ๋อร์กลับไป พร้อมขวดกระเบื้องเล็ก ๆ เถาเอ๋อร์ก็เดินอย่างเหม่อลอยเข้าไปนอนลงที่ห้องของนาง โดยไม่สนใจบ่าวชายที่มาเรียกนางจากคอกม้าคนนั้น จนเขาหัวเสียและกลับไปเอง
ค่ำคืนนี้มีแต่คนที่ต้องคิดวางแผนเพื่อความอยู่รอดของตัวเองหลายคนเลยทีเดียว
ทางด้านจวนอ๋องในคืนเดียวกัน ทุกพื้นที่ถูกประดับประดาไปด้วยสีแดง สร้างบรรยากาศเป็นมงคลอย่างยิ่ง
แต่ก็มีสถานที่ที่แตกต่างจากบรรยากาศภายนอกอยู่เหมือนกัน เป็นห้องใต้ดินตำหนักห่างไกลที่สุดของจวน ที่นั่นมีกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังนั่งรวมกันอยู่
“ด้านจวนองค์ชายสามมีใครเห็นพวกเจ้าหรือไม่”
“ไม่ขอรับไม่มีแน่นอน”
ชายอีกคนตอบ
“พรุ่งนี้เตรียมการรอบ ๆ เรือนหอ ตำหนักพระชายาคนใหม่ให้มากหน่อย ข้าคิดว่าคืนนั้นฝั่งรัชทายาทอาจจะลงมือ หรืออาจจะหลาย ๆ ฝ่ายข้ายังไม่อยากให้หยางอ๋องตายตอนนี้เขายังมีประโยชน์ต่อแผนของเราอยู่”
ชายผู้ที่คาดว่าเป็นหัวหน้าสั่งการ และทุกคนที่ล้อมโต๊ะอยู่พยักหน้ารับ
“ส่วนที่ดูแลหน้าห้องหอข้าจะเฝ้าเอง ส่งองครักษ์ปลายแถวมาอีกสองสามคนพอ ส่วนพวกเจ้าเฝ้าระวังรอบ ๆ”
“ขอรับ”
แล้วทุกคนก็แยกตัวไป เหลือเพียงชายผู้เป็นหัวหน้าที่เดินออกไปอีกทางเพียงลำพัง
หากหมิงหมิงรู้จักคนที่แอบมองนางคืนนี้ ต้องรู้แน่นอนว่าเป็นชายคนเดียวกัน
“หมิงหมิงงั้นหรือ”
เขารำพึงรำพันออกมาเบา ๆ ละยังยิ้มอีกด้วย