ตอนที่5 แว่นตาเจ้าปัญหา
เสียงฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้หน้าห้องเจ้าของบริษัทแห่งนี้ เคนยืนหันหลังมองออกไปทางนอกตึก
"เชิญเข้ามา..."
อ้อมได้ยินเสียงเชิญให้เข้ามาในห้อง เสียงนั้นทุ้มแต่หนักแน่นจนเธอหวั่นใจ ในเมื่อคุณศักดิ์ชัยไม่ใช่เจ้าของนั่นก็หมายความว่า เจ้าของคือคนที่อยู่ในห้อง ที่เธอกำลังจะก้าวไปเผชิญหน้าไม่กี่นาทีนี้
"สู้โว้ยนังอ้อม งานนี้ต้องสำเร็จพี่รัศมีและดวงดาวจะได้หัวเราะเยาะไม่ออก"
อ้อมพยายามปลอบใจตัวเอง เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมรู้สึกไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนในห้องนัก ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน
เธอค่อยๆเปิดประตูเข้าไป แต่รองเท้ากับกระโปรงที่ยาวคลุมข้อเท้ากับไม่เป็นใจนัก เมื่อเธอก้าวเดิน มันไปพันข้อเท้าตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
โครม!
เสียงหญิงสาวล้มลงระหว่างเปิดประตู มันทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเพลิดเพลินอยู่ในความคิดที่เตลิดไปไกลให้กลับมาทันทีทันควัน
อ้อมรู้สึกแย่มาก พยายามก้มลงเก็บเอกสารให้รวบรวมกลับมาดังเดิม
"เชิญคุณมานั่งที่เก้าอี้นี้ ซุ่มซ่าม!"
เขาผายมืออย่างเสียไม่ได้ เมื่อแขกที่มาเยือนกลับทำซุ่มซ่ามเมื่อแรกเจอกัน
"ไหนเอกสารที่จะให้เซ็นต์"
เมื่ออ้อมตั้งสติได้พร้อมรวบรวมเอกสารที่มีอยู่ส่งให้ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า แต่เนื่องจากแว่นตาที่เธอสวมใส่ตลอดเวลาได้ตกหล่นหายไปจากใบหน้า เธอยอมรับว่า ภาพตรงหน้าเบลอยิ่งนัก แต่พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
"นี่คะเอกสาร"
อ้อมสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงและมือที่สัมผัสกันโดยบังเอิญขณะยื่นเอกสาร มันทำให้เธอใจสั่นสะท้านอย่างเสียไม่ได้
เธอหลี่ตาลงพยายามมองคนข้างหน้า รู้แต่ว่าเขาหน้าตาหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว นี่หรือเจ้าของบริษัทที่ดวงดาวและรัศมีเข้าใจว่าเป็นศักดิ์ชัย แต่หารู้ไม่ว่าเขาดูดีเหลือเกิน
"ว่าไงเธอมีปัญหาสงสัยอะไรไหม ฉันพร้อมตอบคำถาม แต่แบบเธอนี่คงไม่มีอะไรจะถามฉันใช่ไหม ทำไมบริษัทถึงส่งคนซุ่มซ่ามมาได้นะ"
เคนหัวเราะเค้นในลำคอ ไม่เกรงใจคนที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งเธอยืนนิ่งเหมือนตกตะลึงอะไรซักอย่างที่ไม่เคยเห็น
"ดิฉันต้องขอโทษด้วยคะที่ซุ่มซ่ามทำให้คุณไม่ประทับใจ พอดีคนที่สวยกว่าดิฉันเขาไม่ยอมมาคะ เลยส่งดิฉันมาแทน"
"เอาละ เอาละ ฉันเซ็นต์เอกสารเรียบร้อยแล้ว เธอจะนั่งพักสักครู่หรือจะกลับเลยก็ได้ ฉันมีงานต้องทำอีกเยอะ"
ขณะที่พูดเคนก็ชายตาดูอ้อม ที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่แบบนั้น เขาสังเกตดูเห็นว่าหญิงสาว มีรูปร่างพอเหมาะกำลังดี แต่สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ค่อยเข้ากับตัวสักเท่าไร ซึ่งต่างกับแพมยิ่งนัก
มันเป็นความแตกต่างที่เขาเจอไม่บ่อยเท่าไร ส่วนใหญ่เขาจะเจอแบบแพมซะมากกว่า
ถึงแม้อ้อมจะมองเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไรเนื่องจากแว่นสายตาของเธอหล่นหายขณะล้มเมื่อครู่ แต่ก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังมองและวิจารณ์เธออยู่ลึกๆในใจ
"เสียมารยาท จ้องไรนักหนา ฉันแปลกขนาดนั้นเลยหรอ"
อ้อมคิดในใจ ถึงสายตาคู่นั้นที่แสดงออกมาอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน
"งั้นฉันลาแล้วคะ แล้วคุณก็หยุดวิจารณ์ฉันได้แล้ว"
พูดจบหญิงสาวก็หายออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เคนตั้งสติได้ก็รู้ตัวเองว่าตัวเองถูกต่อว่าเข้าอย่างจัง
"ได้ลายเซ็นต์แล้วสินะถึงกล้าว่าฉัน วันพระไม่ได้มีหนเดียวจำไว้"
"อ้าวคุณมยุราเสร็จงานแล้วนะครับ หายเข้าไปนานเชียวผมเป็นห่วงแทบแย่ครับ ฮ่า...ฮ่า"
คุณศักดิ์ชัยที่นั่งอยู่หน้าห้องเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกว่าเธอเข้าไปนานเหลือเกิน แล้วมยุราก็หน้าตาแดงยังไงชอบกล
"ค่ะ เสร็จงานแล้วอ้อมขอตัวนะคะ"
อ้อมรีบร่ำลาคุณศักดิ์ชัยกลับ จนลืมไปว่าเธอลืมแว่นตาที่ยังคงหล่นหายอยู่ใต้โต๊ะของเคนไปเลย
"ทำหน้าแดงๆสงสัยเห็นคุณเคนแล้วเขินในความหล่อแน่เลย"
ศักดิ์ชัยคิดในใจเมื่อเห็นอ้อมหน้าแดงๆ
บริษัทที่อ้อมทำงาน...
"อ้าว...กลับมาแล้วหรือยัยอ้อมเป็นไงเรียบร้อยดีไหม แล้วแว่นตาเธอหายไปไหน "
อ้อมเอามือลูบไปที่ใบหน้า เห็นว่ามันว่างเปล่าจริงๆ
"จริงด้วยคะพี่รัศมี อ้อมลืมไปเสียสนิทเลย มันคงหล่นหายตอนที่อ้อมล้มนะคะ"
รัศมีเบิกตากว่้้ง พร้อมเอามือปิดปากด้วยความตกใจ
"หา! เธอล้ม ฉันจะบ้าตาย. ไปทำขายหน้าอีก ฉันว่าแล้วเธอคงทำขายหน้าอีกตามเคยใช่ไหม"
ดวงดาวได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความลืมตัว คำถามของดวงดาวตอกย้ำทำให้อ้อมเจ็บใจมากขึ้น แต่มันก็เป็นความซุ่มซ่ามของเธอเองที่เหยียบชายกระโปรงล้ม จนทำให้มีแต่คนหัวเราะเธอแบบนี้
บริษัทของเคน...
ขณะที่อ้อมกลับออกไปแล้ว เขาก็กำลังจะเดินออกจากห้องเพื่อกลับเหมือนกัน พลันเท้าของเขาก็ไปเตะเข้ากับสิ่งหนึ่งเข้าอย่างไม่ตั้งใจ
"แว่นตาใครมาหล่นอยู่แถวนี้"
เขายืนคิดชั่วครู่ แล้วก็นึกขึ้นได้
"น่าจะของยัยซุ่มซ่ามคนนั้น เธอไม่มีแว่นตาแล้วจะใช้ชีวิตยังไงนะ"
เขาเก็บแว่นตาของหญิงสาวขึ้นมาและเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ ภายในหัวของเขากำลังคิดว่าจะเอาไปคืนให้ที่บริษัทดีไหมหรือจะให้ศักด์ชัยไปแทนดี แต่พอเดินออกมาดูเหมือนว่าศักดิ์ชัยก็จะไม่ว่างเหมือนกัน
"หรือเราจะไปเองดี เอาไปคืนดีไหมนะ ไม่งั้นเธอก็คงมองอะไรไม่เห็นแน่นอน ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่ด้วย"
ไม่วายที่เคนจะตอกย้ำเรื่องที่เธอล้ม เสียงฝีเท้าของเคนก้าวเดินออกจากห้องมา พร้อมกับบอกลูกน้องคนสนิท
"คุณศักดิ์ ผมจะออกไปแล้วนะครับ มีเอกสารอะไรให้ผมเซ็นต์อีกไหม"
"ไม่ละครับคุณเคน เรียบร้อยหมดแล้ว ที่เหลือพวกนี้ผมจัดการเองไม่ต้องถึงมือคุณหรอก"
เคนก้มหัวลงเล็กน้อยและเอ่ยลาคุณศักดิ์ชัยในทันที
"สวัสดีครับ"
บนท้องถนนที่ขวักไขว่ เคนได้สั่งให้คนขับรถขับไปตามทางที่เขาต้องการ
"นายแสง ขับไปทางบริษัทนี้นะ ฉันมีธุระจะเอาของไปคืนคนสักหน่อย"
นายแสงพยักหน้าพร้อมทำตามที่นายใหญ่สั่ง เขาเข้าใจว่าของต้องสำคัญแน่นอนนายถึงต้องไปเอง
"ครับนาย...ได้เลยครับ"
เพียงไม่ถึงชั่วโมง รถหรูก็มาจอดหน้าบริษัทแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วตามต้องการ
"นายแสงรอฉันอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวฉันมา"
เขาก้าวลงจากรถหรู เดินเข้าไปในบริษัทอย่างรวดเร็ว ดวงดาวซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้า สายตาของเธอก็หันมาเจอชายหนุ่มเข้า ประจบเหมาะกับที่เคนกำลังเดินเข้าไปพอดี
"สวัสดีคะ...มาพบใครคะ"
ดวงดาวเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะบ่ายนี้ก็ไม่ได้นัดใครไว้อีก เหตุไฉนชายหนุ่มรูปงามท่านนี้ถึงมาถึงบริษัทได้ ลักษณะก็ภูมิฐานเหลือเกินจนดวงดาวตื่นเต้นใจสั่นไม่เป็นท่า
เคนถือของสิ่งหนึ่งอยู่ในมือพร้อมเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหลือเกิน
"มาหาเจ้าของเจ้าสิ่งนี้ครับ"
ดวงดาวเพ่งพิศสิ่งของในมือ มันคือแว่นตาที่อ้อมทำหล่นหายไป
"มยุราหรือค่ะ ที่ไปให้เซ็นต็เอกสารเมื่อช่วงเช้า เธอซุ่มซ่ามทำหล่นไว้ให้คุณต้องเสียเวลามาคืนใช่ไหมคะ เอ่อ...ดิฉันดวงดาวนะคะ ยินดีจะไปตามเจ้าของแว่นนี้ให้คุณคะ"
สายตาของดวงดาวที่พยายามส่งทอดสะพานให้เคน จนเขารู้สึกได้ เขายิ้มออกมาน้อยๆ พร้อมรับรู้ชื่อของดวงดาวในที...
