ตอนที่ 7 ระวังภาพลักษณ์ด้วย
กู้เถียนเถียนเห็นซ่งอี้อันไม่ยอมโทรศัพท์และไม่ขยับเขยื้อน หลังจากเธอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เธอก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าต่อตาเขาเสียเลย
พริบตานั้นซ่งอี้อันก็ไม่รู้จะเอาสายตาไปวางไว้ตรงไหนดี
ก็เธอดันมายืนขวางประตูเปลี่ยนเสื้อผ้านี่นา!
ซ่งอี้อันทำได้เพียงเบือนหน้าหนีไปทางผ้าม่าน แสร้งทำเป็นยกมือจัดถ้วยน้ำชาบนโต๊ะเพื่อแก้เก้อ
หลังจากกู้เถียนเถียนเปลี่ยนชุดเสร็จ เธอก็มองดูซ่งอี้อันที่ยังคงหันหลังให้ ในมือเขากำลังจับถ้วยน้ำชาสองใบสลับตำแหน่งไปมาไม่หยุด
บนโต๊ะใบนั้นเดิมทีก็มีแค่ถ้วยชาสองใบแค่นั้นแหละ แต่เขากลับสลับที่พวกมันไปมาตั้งหลายรอบ
“ระวังมันจะตกแตกนะ”
เพล้ง! เสียงใสๆ ดังขึ้นภายในห้อง
ซ่งอี้อันชะงักค้างไปทันที!
กู้เถียนเถียนถอนหายใจอย่างอ่อนใจ “บอกแล้วไงว่าให้ระวัง เดี๋ยวก็แตกหรอก สุดท้ายก็ไม่วาย!”
ซ่งอี้อันรีบก้มหน้าลงหมายจะเก็บกวาด
กู้เถียนเถียนนึกถึงเรื่องเมื่อคืน เธอเลยรีบเตือนซ่งอี้อัน: “ระวังมือด้วยนะ...”
ซ่งอี้อัน: “ช่วยหยุดพูดจาเป็นลางซักทีได้ไหม!”
กู้เถียนเถียน: “ก็ได้! เก็บเสร็จแล้วก็ตามฉันออกมานะ!”
ซ่งอี้อันไม่พูดอะไร พอไม่มี ‘ใครบางคน’ มาคอยบ่นกรอกหู เขาก็จัดการเก็บกวาดได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด! ที่สำคัญคือขยับเขยื้อนว่องไวและไม่โดนบาดมือ!
หลังจากซ่งอี้อันจัดการเรียบร้อย เขาก็เดินออกมาด้วยท่าทางขึงขังวางอำนาจ: “มีอะไร?”
กู้เถียนเถียนหันกลับมา วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีชมพูที่มีชายพู่ประดับเป็นลูกกลมๆ เธอจงใจหมุนตัวต่อหน้าซ่งอี้อันหนึ่งรอบ จากนั้นก็ยกแขนคล้องคอเขาไว้พลางเงยหน้าสวยๆ ถามว่า: “สวยไหมคะ?”
ซ่งอี้อันแกะมือที่คล้องคอเขาออกอย่างไร้เยื่อใย ใบหน้าแดงก่ำเบือนไปมองทางอื่น
“สามีขา~ ฉันหิวแล้ว อยากกินซาลาเปาที่โรงอาหารของกองทัพคุณจังเลย พาฉันไปหน่อยนะ!”
กู้เถียนเถียนพูดพลางใช้แขนทั้งสองข้างกอดแขนเขาไว้แล้วเขย่าไปมาไม่หยุด สุดท้ายเธอก็เลื่อนมือลงไปกุมมือหนาของเขาเอาไว้
ทันทีที่มือน้อยๆ เย็นเฉียบของเธอสัมผัสกับมือใหญ่ที่อบอุ่น ปลายนิ้วของซ่งอี้อันก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมา
“สามีขา~ พาฉันไปกินซาลาเปานะ ฉันอยากกินซาลาเปา แล้วก็อยากดื่มนมด้วย!”
ซ่งอี้อันพยายามจะชักมือกลับ แต่ติดตรงที่กู้เถียนเถียนกอดแขนเขาไว้แน่นพลางเขย่าไปมา แถมยังบิดตัวไปมาอย่างออดอ้อน
อึก...
ซ่งอี้อันเผลอกลืนน้ำลาย เพราะเธอดันกอดแขนเขาแล้วส่ายไปมาอยู่แถวหน้าอก ความนุ่มนิ่มอบอุ่นที่ได้รับจาก 'ซาลาเปาคู่' นั้น เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ก็ได้ ผมจะพาไป คุณปล่อยมือก่อน ปล่อย!”
กู้เถียนเถียนเห็นเขาหันหลังให้ แถมปลายหูและลำคอยังแดงเถือก เธอจึงกระโดดโลดเต้นแล้ววิ่งมาดักข้างหน้าเขา: “สามีขา ฉันอยากใส่รองเท้าลายผีเสื้อสีขาวคู่นั้น!”
ซ่งอี้อันไม่พูดอะไร เขาเดินไปที่ตู้รองเท้า หยิบรองเท้าลายผีเสื้อสีขาวออกมาวางไว้แทบเท้าเธอ
พอเท้าจะสอดเข้าไป กู้เถียนเถียนก็นึกถึงถุงเท้าลูกไม้สีขาวขึ้นมาได้!
เธอวิ่งกลับเข้าห้องไป กระชากกระเป๋าเดินทางหนังสีแดงใบใหญ่สองใบออกมา กดรหัสผ่านอย่างรวดเร็วแล้วหอบเอาเสื้อผ้าข้างในออกมาจนหมด โยนมันจนเละเทะไปบนเตียง
ใบแรกหาไม่เจอ!
เธอเลยรื้อใบที่สองต่อ จนสุดท้ายก็เจอถุงเท้าลูกไม้สีขาวที่อยากใส่หลังจากสวมเสร็จ เธอก็ใส่รองเท้าลายผีเสื้อสีขาวคู่นั้น แล้วคว้ากระเป๋าถือประดับมุกเม็ดโตสุดสวยขึ้นมา
จากนั้นโดยไม่รอให้ซ่งอี้อันทันตั้งตัว เธอก็คล้องกระเป๋าใบนั้นลงบนหัวเขาหน้าตาเฉย: “ถือกระเป๋าไว้ เดี๋ยวเตรียมรอรับเงินได้เลย!”
ซ่งอี้อัน: “...” มีผู้ชายอกสามศอกที่ไหนเขาถือกระเป๋าผู้หญิงกัน? แถมยังประดับมุกเม็ดเบ้อเริ่มแบบนี้อีก?
ซ่งอี้อันรีบดึงมันออกด้วยมือข้างเดียว แต่กู้เถียนเถียนเดินนำออกไปแล้ว จู่ๆ เธอก็หันกลับมา
ซ่งอี้อันมองเธอ กู้เถียนเถียนจึงเอ่ยว่า: “ถือจานของบ้านจวงเหม่ยลี่ไปด้วย เราจะเอาไปคืนหล่อนกัน”
ในมือซ่งอี้อันถือกระเป๋ามุกใบโตของกู้เถียนเถียนอยู่ เขาไม่ได้พูดอะไรกู้เถียนเถียนหยิบจานบ้านจวงเหม่ยลี่มา แล้วยังถือถุงพุทราจีนมาอีกครึ่งถุง
“นี่ถือว่าเป็นการคืนน้ำใจให้บ้านหล่อนนะ แล้วจำไว้ด้วย ต่อไปห้ามคุณแอบไปเจอจวงเหม่ยลี่ลับหลังฉันเด็ดขาด”
มุมปากของซ่งอี้อันกระตุก ราวกับจะบอกว่า 'คุณคิดมากไปหรือเปล่า?!'
เมื่อเดินออกมาข้างนอก กู้เถียนเถียนเคาะประตูบ้านตระกูลจวง แม่ของจวงเหม่ยลี่เป็นคนมาเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นกู้เถียนเถียนก็ทำท่าจะปิดประตูใส่ทันที แต่ถูกกู้เถียนเถียนใช้เท้าดันไว้ก่อน: “ป้าจวงคะ เอาจานมาคืนค่ะ”
ป้าจวงได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน แต่พอเหลือบไปเห็นซ่งอี้อันที่ยืนอยู่ข้างหลังกู้เถียนเถียนเธอก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก: “สวัสดีค่ะผู้พันซ่ง”
กู้เถียนเถียนเลิกคิ้วสวย: “แล้วก็พุทราจีนพวกนี้ด้วย เอามาฝากป้าค่ะ”
ป้าจวง: “ขอบคุณผู้พันซ่งมากนะคะ”
กู้เถียนเถียน: “ฝากบอกลูกสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานของป้าด้วยนะคะ ว่าต่อไปให้ห่างจากสามีฉันหน่อย! อย่าทำท่าทางยั่วยวน วิ่งมาส่ายก้นเรียก 'พี่อี้อันขา~' แถวนี้บ่อยนัก แล้วก็... อื้อๆ ~”
กู้เถียนเถียนยังพูดไม่ทันจบ วินาทีต่อมาก็ถูกซ่งอี้อันใช้มือข้างเดียวปิดปากแล้วหามเธอลงบันไดไปทันทีตอนที่ถูกอุ้มลงมา เท้าของกู้เถียนเถียนลอยเหนือพื้นเลยทีเดียว
ซ่งอี้อันส่งยิ้มแห้งๆ ให้ป้าจวงอย่างเก้อเขินก่อนจะจากมา พอลงมาถึงหน้าตึก ซ่งอี้อันถึงได้ยอมวางเธอลง
กู้เถียนเถียนกระทืบเท้า: “คุณทำอะไรเนี่ย? ทำไมไม่ให้ฉันพูดให้จบ?”
ซ่งอี้อัน: “มีอะไรน่าพูดนักหนา เขาก็แค่เอาเกี๊ยวมาฝากจานเดียวเอง”
“คุณปกป้องจวงเหม่ยลี่ คุณชอบหล่อนใช่ไหมล่ะ?” ทันทีที่กู้เถียนเถียนหลุดคำถามนี้ออกมา ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพอดีเพราะอาศัยอยู่ตึกเดียวกัน จวงเหม่ยลี่เพิ่งกลับจากการซื้อผักมาพอดี และเธอก็ได้ยินประโยคนี้เข้าเต็มสองหู
พอเห็นกู้เถียนเถียนกับซ่งอี้อันทะเลาะกันเพราะเธอ ท่าทาง ‘ดอกไม้แสนสวย’ แห่งบ้านพักทหารก็สำแดงเดชทันที เธอรีบหยิบแตงกวาออกมาจากตะกร้าผักหนึ่งลูก: “พี่อี้อันขา~”
กู้เถียนเถียนเองก็หลุดปากออกมาด้วยประโยคเดียวกัน: “พี่อี้อันขา~”
คำสั้นๆ สามคำหลุดออกมาจากปากของคนสองคนพร้อมกัน จวงเหม่ยลี่ชูแตงกวาขึ้น ส่วนกู้เถียนเถียนที่อิงแอบซ่งอี้อันอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นแตงกวาที่ยื่นมาให้
เธอก็เลิกคิ้วสวย เงยหน้ามองซ่งอี้อัน: “พี่เหม่ยลี่ ให้แตงกวาคุณแน่ะ!”
ซ่งอี้อันยังไม่ทันเข้าใจความหมายของกู้เถียนเถียน เขาก็เห็นสายตาของเธอมองไล่จากหน้าเขาลงไปยัง ‘จุดนั้น’ ตรงช่วงล่างของเขา
สายตาที่จ้องมองมาอย่างเปิดเผยแบบนั้น ทำให้เขารู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ตรงช่วงล่างขึ้นมาทันที
กู้เถียนเถียนสะบัดหน้า: “ฉันไม่ขัดจังหวะพวกคุณ ‘ส่งแตงกวา’ ให้กันหรอกค่ะ” โดยเฉพาะคำว่า ‘แตงกวา’ เธอจงใจเน้นเสียงหนักเป็นพิเศษ
ซ่งอี้อันเห็นเธอเดินหนีไป เขาเลยรีบผลักจวงเหม่ยลี่ออก: “ขอบใจในน้ำใจนะ เอาไว้กินเองเถอะ!” จากนั้นเขาก็รีบวิ่งตามกู้เถียนเถียนไป พร้อมกับสะพายกระเป๋ามุกของเธอไว้ด้วย
จวงเหม่ยลี่มองตามแผ่นหลังสูงใหญ่ของซ่งอี้อันที่จากไป เธอทั้งร้อนรนและกระทืบเท้าตะโกนไล่หลัง: “พี่อี้อัน พี่อี้อันขา~”
ฮึ่ม! ทั้งหมดเป็นเพราะยัยกู้เถียนเถียนนั่นแหละ พูดจาเหน็บแนมอยู่ได้!
ซ่งอี้อันถึงได้ไม่ยอมคุยกับเธอเลย!
กู้เถียนเถียนเดินนำอยู่ข้างหน้า เธอใช้หางตาเหลือบมองเห็นซ่งอี้อันเดินตามมาติดๆในใจเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่เธอก็ยังนึกหมั่นไส้ที่เขาคุยกับจวงเหม่ยลี่อยู่ดี
“ทำไมถึงตัดใจจาก ‘ดอกไม้แสนงาม’ ประจำบ้านพักทหารของเราได้ล่ะคะ? วิ่งตามฉันมาทำไม? แม่นั่นเรียก ‘พี่อี้อันขา~’ หวานหยดย้อยขนาดนั้น”
ซ่งอี้อันปั้นหน้านิ่ง: “อย่าไร้สาระ!”
กู้เถียนเถียนขยับร่างเล็กๆ เข้าไปใกล้ ใช้ไหล่ชนแขนเขาเบาๆ : “แหม~ คนเขาเรียกซะสนิทสนมเชียว คุณตัดใจทิ้งหยาดน้ำผึ้งของหล่อนมาได้ยังไงกันนะ?”
ซ่งอี้อันยังคงรักษาใบหน้าเย็นชา สะพายกระเป๋ามุกของผู้หญิงเดินดุ่มๆ ไปข้างหน้า!
กู้เถียนเถียนขยับตามไปอีกครั้ง คราวนี้ใช้ก้นชนสะโพกเขาแรงๆ หนึ่งที: “พูดด้วยเนี่ย ได้ยินไหม?”
ซ่งอี้อัน: “คุณเดินดีๆ หน่อยได้ไหม?”
กู้เถียนเถียนเห็นเขาทำตัวน่าเบื่อ เลยวิ่งไปดักหน้าจ้องตาโตๆ ปริบๆ ใส่เขา: “ซ่งอี้อัน ถ้าฉันเป็นผู้ชายนะ ฉันคงตัดใจจากจวงเหม่ยลี่ไม่ลงหรอก ดูสิ... หล่อนเป็นถึงดอกไม้แสนงามที่ ‘สถาปนาตัวเอง’ ประจำบ้านพักทหารเชียวนะ?”
เธอจงใจเน้นเสียงหนักที่คำว่า ‘สถาปนาตัวเอง’ เป็นพิเศษ
ซ่งอี้อันยังคงเดินหน้าต่อไปโดยไม่ยอมต่อความยาวสาวความยืด
กู้เถียนเถียนเห็นเขาเงียบเลยเข้าไปดึงแขนเขาไว้: “นี่ ฉันจะบอกให้ถ้าฉันเป็นผู้ชายนะ ฉันจะเริ่มจากจับมือ แล้วค่อยขยับไปจับศอก จากนั้นก็ลูบไล้ขึ้นไปตามแขน... ฉัน... ฉัน...”
กู้เถียนเถียนถูกเขาฉุดตัวลงมา พร้อมกับกดแขนที่อยู่ไม่นิ่งของเธอไว้แน่น
เธอรีบตีเขาพัลวัน: “ทำอะไรน่ะ ทำอะไร!”
ซ่งอี้อันเอ่ยเสียงเรียบ: “ถึงหน้าค่ายแล้ว!”
กู้เถียนเถียนชะงักหันกลับไปมอง ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง: “สวัสดีครับผู้พัน!”
“อุ๊ย!” กู้เถียนเถียนตกใจเสียงอันทรงพลังนั่นจนกระโดดเกาะตัวซ่งอี้อันหมับ ขาสองข้างเกี่ยวเอวเขาไว้แน่น
ซ่งอี้อันได้แต่... กะพริบตาปริบๆ อย่างหมดปัญญา!
ไม่ไกลนัก ผู้กองจางเฉียนจิ้น (กองพัน 3) กับ ผู้กองหวังซื่อลี่ (กองพัน 2) เห็นภาพนี้เข้าถึงกับทำเอกสารในมือเกือบร่วง
จางเฉียนจิ้น: “เชี้ย... อะไรวะนั่น?”
หวังซื่อลี่: “กลางวันแสกๆ ดูไม่เหมือนคนจะหนีตามชู้เลยว่ะ”
“ไปๆๆ อย่ามอง เรื่องของท่านผู้พันเราเคยน้อยซะที่ไหน? ระวังโดนสั่งซ่อม!”
หวังซื่อลี่บีบเอกสารในมือ: “แต่ใบนี้ต้องให้ผู้พันเซ็นนะเว้ย”
จางเฉียนจิ้น: “เอ่อ... กองพัน 3 มีธุระด่วน ไปก่อนนะ!”
หวังซื่อลี่: “อ้าว เฮ้ย...” พอเห็นจางเฉียนจิ้นโกยแน่บเร็วยิ่งกว่ากระต่าย หวังซื่อลี่ก็ได้แต่เดาะลิ้น: “ไอ้หมอนี่ไม่รักดีจริงๆ เห็นผู้พันปุ๊บวิ่งปั๊บ!”
ซ่งอี้อันทำหน้าตายดึงกู้เถียนเถียนลงจากตัว: “ระวังภาพลักษณ์ด้วย!”
กู้เถียนเถียน: “แหะๆ ...” แม้จะตอบรับ แต่เธอก็ยังซอยเท้าถี่ๆ เดินตามซ่งอี้อันไป: “สามีขา ฉันเจ็บเท้าจังเลย”
ซ่งอี้อันหยุดกึก กู้เถียนเถียนยกเท้าขวาขึ้นมาให้ดู แม้จะสวมถุงเท้าลูกไม้สีขาวอยู่ แต่ก็เห็นรอยเลือดซึมออกมาอย่างชัดเจน
ซ่งอี้อันย่อตัวลงมองดูข้อเท้าของเธอพลางขมวดคิ้ว: “ถ้ารองเท้าไม่พอดี ก็อย่าใส่!”
“อื้อ!” กู้เถียนเถียนรับคำพลางยกเท้าสะบัด
ฟึ่บ ฟึ่บ! ซ่งอี้อันเห็นรองเท้าลายผีเสื้อสีขาวสองข้างบินหวือไปตกอยู่ในถังขยะเรียบร้อย
“อ้าว คุณ...”
กู้เถียนเถียนยืนเท้าเปล่าที่สวมแค่ถุงเท้าลูกไม้อยู่บนพื้น: “สามีขา เจ็บเท้าจังเลย~”
ซ่งอี้อันเริ่มจะอ่อนใจ: “คุณเตะรองเท้าทิ้งไปแล้วจะเดินยังไง?”
กู้เถียนเถียนกลอกตาไปมา ก่อนจะโถมตัวเข้าหาเขาอีกรอบ: “คุณก็อุ้มฉันสิ”
ซ่งอี้อันหน้าแดงวาบ ดึงเธอออกอีกครั้ง: “บอกว่าให้ระวังภาพลักษณ์ไง!”
“คุณเป็นสามีฉัน จะต้องระวังอะไรอีกล่ะ?”
“ที่นี่คือกองทัพ!”
“แต่... เค้าเจ็บเท้า เลือดไหลด้วยนะ คุณไม่เห็นเหรอคะ? หือ~ คุณไม่รักเค้าแล้วเหรอ~”
กู้เถียนเถียนจงใจใช้น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับกะพริบตาโตๆ ที่มีน้ำรื้นดูน่าสงสารจ้องมองเขา
ซ่งอี้อันขมวดคิ้วมองเธอ ในตอนนั้นเองหวังซื่อลี่ก็เดินเข้ามา: “รายงานครับผู้พัน ผู้พันลู่จากกองพัน H23 จะพามีเสนาธิการและที่ปรึกษาทหารมาเยี่ยมชมกรมเราครับ”
ซ่งอี้อันรับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียดก่อนจะเซ็นชื่อลงไป
หวังซื่อลี่รับเอกสารคืนมาแล้วยิ้มให้กู้เถียนเถียน: “สวัสดีครับพี่สะใภ้ พี่สะใภ้ครับ ผมขอตัวก่อนนะ”
ซ่งอี้อัน: “ไปที่ฝ่ายพลาธิการ หารองเท้าผ้าใบมาให้เธอสักคู่”
หวังซื่อลี่มองกู้เถียนเถียนที่ยืนเท้าเปล่าสวมแค่ถุงเท้าลูกไม้อยู่บนพื้น แล้วมองไปที่รองเท้าผีเสื้อสีขาวในถังขยะไม่ไกลนัก
ไม่ต้องถามก็รู้... ทะเลาะกับผู้พันซ่งอีกชัวร์!
แหม! คราวนี้ถึงขั้นสะบัดรองเท้าทิ้งเลยเว้ย
หวังซื่อลี่มโนเสร็จก็รีบตอบซ่งอี้อัน: “ครับผมผู้พัน! พี่สะใภ้ใส่ไซส์อะไรครับ?”
“ไซส์ 35!”
“หือ? ครับ!” หวังซื่อลี่ได้ยินไซส์แล้วก็อดไม่ได้ที่จะแอบมองเท้ากู้เถียนเถียนซ้ำอีกรอบ เท้าผู้หญิงนี่มันเล็กขนาดนี้เลยเหรอวะ?
ซ่งอี้อันเห็นลูกน้องจ้องเท้าภรรยาตัวเอง แม้เธอจะสวมถุงเท้าอยู่ แต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก
“ไปเดี๋ยวนี้!”
“ครับผม!” หวังซื่อลี่ได้ยินเสียงตวาดเข้มก็รีบใส่เกียร์หมาวิ่งออกไปทันที
ครู่ต่อมา หวังซื่อลี่ก็หิ้วรองเท้าผ้าใบสีเขียวไซส์ 35 คู่ใหม่เอี่ยมมาให้
ซ่งอี้อันรับมาแล้วเตรียมจะใส่ให้กู้เถียนเถียน
กู้เถียนเถียนนั่งลงบนขอบแปลงดอกไม้ พอซ่งอี้อันจับเท้าเธอเธอก็ร้องลั่น: “โอ๊ยๆๆ สามีขา ไม่เอา มันเจ็บ!”
ซ่งอี้อัน: “ไปห้องพยาบาล ให้เจ้าหน้าที่ทำแผลให้ก่อน”
“แต่ฉันอยากกินซาลาเปานี่นา!”
“ไว้ค่อยกิน!”
“ไว้ค่อยกินมันก็เย็นหมดสิคะ”
ซ่งอี้อันไม่ฟังคำประท้วง เขาจัดการแบกเธอขึ้นบ่าแล้วมุ่งหน้าไปห้องพยาบาลทันที
หวังซื่อลี่มองภาพท่านผู้พันซ่ง... ที่สะพายกระเป๋ามุกสีขาวไว้ข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งหิ้วรองเท้าผ้าใบ ส่วนอีกข้าง... แบกพี่สะใภ้ไว้บนบ่า?
แม่เจ้า! นี่มันภาพประวัติศาสตร์รอบร้อยปีของกองพัน H28 เลยนะเนี่ย ถ้ามีกล้องในมือนะ เขาจะกดถ่ายรัวๆ เลยคอยดู!
พอถึงห้องพยาบาล พยาบาลเสี่ยวจางเห็นรอยเลือดที่เท้า: “คุณผู้หญิงคะ รบกวนถอดถุงเท้าออกด้วยค่ะ”
กู้เถียนเถียนไม่อยากถอด เลยแสร้งทำเสียงฮึดฮัดใส่
พยาบาลเสี่ยวจางไม่กล้าขัดใจเธอ เลยหันไปขอความช่วยเหลือจากซ่งอี้อันที่ยืนอยู่ข้างๆ : “ผู้พันซ่งคะ ถ้าภรรยาคุณไม่ให้ความร่วมมือ ดิฉันคงต้องใช้กรรไกรตัดถุงเท้าเธอทิ้งนะคะ ไม่อย่างนั้นทำแผลไม่ได้ค่ะ!”
ซ่งอี้อันมองพยาบาลทีหนึ่งแล้วหันมาบอกกู้เถียนเถียน: “ถอด!” น้ำเสียงเด็ดขาดจนไม่มีช่องว่างให้ขัดขืน
กู้เถียนเถียนเบือนหน้าหนีไปมองหน้าต่าง
ซ่งอี้อัน: “ถอดเดี๋ยวนี้!!”
“ไม่!”
พยาบาลเสี่ยวจางเห็นซ่งอี้อันหน้าบึ้งก็กลัวจนตัวสั่น รีบถอยไปยืนห่างๆ ทันที
ทว่าวินาทีต่อมา... “กรี๊ดดด!” เสียงกรีดร้องแหลมดังสนั่นหวั่นไหว “ซ่งอี้อัน คุณมันไอ้คนสารเลว!”
พยาบาลเสี่ยวจางยังไม่ทันตั้งตัว ก็เห็นถุงเท้าสีขาวสองข้างลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศเสียแล้ว...
.
