ตอนที่ 15 สามีฉันเจ็ดครั้งต่อคืน
ฉินเสี่ยวอี้ควักเงินออกมา 12 หยวน 5 หมาว เธอโยนใส่กู้เถียนเถียนพลางเอ่ยว่า: “ฉันแถมให้เพิ่มอีกหนึ่งหมาวห้าเฟินแล้วกัน ถือว่าทำทานสงสารเพื่อนเก่าที่แต่งงานกับนายทหารกระจอกๆ แล้วชาตินี้ทั้งชาติไม่มีปัญญาหย่าอย่างเธอแล้วกันนะ~”
แววตาของฉินเสี่ยวอี้เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย น้ำเสียงแฝงการดูถูกอย่างปิดไม่มิด
“กู้เถียนเถียน ไม่นึกเลยนะว่าแต่งกับผู้ชายแบบนี้แล้วเธอยังกล้ามาใช้จ่ายในร้านอาหารของรัฐอีก หึๆ สินเดิมที่บ้านให้มาคงจะใช้ไปเกือบหมดแล้วล่ะสิ ระวังนะ... ถึงเวลาเงินหมดอย่ามาคลานเข่าร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าอย่างฉันล่ะ”
ฉินเสี่ยวอี้พูดพลางจงใจเลื่อนเงิน 12 หยวน 5 หมาวนั้นไปทางซ่งอี้อัน
“ฉันได้ยินมาว่าเบี้ยเลี้ยงทหารน่ะน้อยนิดจนน่าเวทนา! ดูท่าเธอแต่งกับผู้ชายจนๆ แบบนี้คงต้องลำบากไปทั้งชีวิตแล้วล่ะ ที่น่าขำที่สุดคือเธอหย่าไม่ได้ด้วย! ตายจริง... ฉันคิดแทนแล้วยังรู้สึกเสียดายแทนเธอเลย ถ้าเป็นฉันนะ...”
ปัง!กู้เถียนเถียนฟาดกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างแรง
“หุบปากเหม็นๆ ของเธอซะ ถ้าจะกินข้าวก็ไปนั่งกินเงียบๆ ตรงโน้น ถ้าไม่อยากกินก็ไสหัวไป อย่ามาทำตัวขวางหูขวางตาเวลาพวกฉันจะทานอาหาร!”
ฉินเสี่ยวอี้: “ตายจริง ถึงขั้น ‘ทานอาหาร’ เชียวเหรอ? นึกว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูใหญ่ในเมืองอยู่หรือไง? ตอนนี้เธอก็แค่เมียทหารในบ้านพักสวัสดิการนั่นแหละ!”
กู้เถียนเถียน: “...”
ฉินเสี่ยวอี้: “ได้ยินว่าเธอใช้ให้ผู้ชายคนนี้รีโนเวทห้องพักที่กองทัพแบ่งให้ใหม่หมดเลยเหรอ? มีประโยชน์อะไรล่ะ?”
พูดไปฉินเสี่ยวอี้ก็แบมือออกอย่างดูแคลน “ต่อให้ผู้ชายที่เธอเลือกจะแต่งบ้านให้สวยเหมือนดอกไม้แค่ไหน สุดท้ายมันก็ไม่ใช่บ้านสี่ประสานอยู่ดี! เธอทิ้งบ้านสี่ประสานของตระกูลตัวเองไม่ยอมอยู่ แต่กลับยอมลดตัวมาแต่งกับเขา... เอ้อ...” จู่ๆ ฉินเสี่ยวอี้ก็เอามืออุดปากตัวเอง
แววตาของหล่อนฉายแววหยามเหยียดพลางเอ่ยใส่กู้เถียนเถียน: “ฉันลืมไป ลืมไปเลยว่าบ้านสี่ประสานตระกูลกู้ของพวกเธอ คนที่ตัดสินใจไม่ใช่แม่เธอเสียหน่อย เพราะแม่เธอไม่มีปัญญาเกิดลูกชาย เธอก็เลยถูกเฉดหัวออกมาไงล่ะ”
กู้เถียนเถียนตบโต๊ะดัง ปัง!
ซ่งอี้อันเห็นแล้วยังรู้สึกเจ็บมือแทน เขาคว้าแขนกู้เถียนเถียนไว้พลางลุกขึ้นยืน: “คุณผู้หญิงครับ เรามาที่นี่เพื่อทานข้าว โปรดระวังคำพูดของคุณด้วย!”
ฉินเสี่ยวอี้มองซ่งอี้อันด้วยหางตาพลางทำหน้าไม่สบอารมณ์ “ผู้ชายอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉัน? เชฟตู้! เชฟตู้คะ!”
ฉินเสี่ยวอี้ตะโกนเรียกเข้าไปทางหลังครัว
“มาแล้วครับๆ คุณหนูฉิน อาหารของคุณใกล้เสร็จแล้วครับ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ!”
ฉินเสี่ยวอี้: “ไล่คนจนซกมกสองคนนี้ออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้!”
เชฟตู้หันมาส่งยิ้มแห้งๆ ให้กู้เถียนเถียนกับซ่งอี้อัน: “สองท่านครับ ต้องขอประทานโทษด้วย อาหารที่สั่งไว้ทางครัวยังไม่ได้เริ่มทำเลยครับ ถ้าพวกคุณรีบ แนะนำให้ไปลองร้านฝั่งตรงข้ามดูนะครับ!”
กู้เถียนเถียนโกรธจนพุงน้อยๆ พองลม เธอมองหน้าพ่อครัวตรงหน้า... นั่นสิ! ในยุคสมัยนี้ อาชีพพ่อครัว คนขับรถ และพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า คืออาชีพสุดฮอตที่มีอิทธิพลที่สุด! เพราะงั้นในร้านอาหาร พ่อครัวจึงเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด!
เธอมองหน้าเชฟตู้ที่ดูอวบอัดเต็มไปด้วยคราบน้ำมัน: “ถ้าฉันกับสามีไม่ไปล่ะ?”
เชฟตู้: “ทางเรายังไม่ได้เก็บเงินพวกคุณ อาหารก็ยังไม่ได้ทำ คุณหนูครับ สหายครับ จะมาดันทุรังอยู่ที่นี่ไปทำไมกัน?”
กู้เถียนเถียนทิ้งก้นนั่งลงบนเก้าอี้ทันที: “คนเราอยู่ได้เพราะศักดิ์ศรี! วันนี้ต่อให้ฉันจะไม่ได้กินข้าว ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” ว่าแล้วเธอก็ดึงแขนซ่งอี้อัน: “นั่งลงค่ะ!”
ฉินเสี่ยวอี้เบ้ปาก: “โถ กู้เถียนเถียน ไม่นึกเลยนะว่าเธอจะกลายเป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้! อยากให้ฉันเขียนใบปลิวประจานให้เพื่อนนักเรียนทุกคนรู้ไหมล่ะ ว่าเธอกับผัวมาขอกินข้าวร้านอาหารของรัฐแล้วเขาไม่ต้อนรับ จนต้องมานั่งหน้าหนาไม่ยอมลุกไปไหนแบบนี้?!”
ซ่งอี้อันเริ่มจะทนไม่ไหว เขารู้สึกอึดอัดจนนั่งไม่ติดที่ จึงพยายามอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึม: “พวกเราไม่ได้ไม่มีปัญญาจ่าย และไม่ใช่คนหน้าด้าน...”
กู้เถียนเถียน: “จะไปอธิบายกับยัยนี่ทำไมคะ! หมาประเภทนี้ไม่ควรค่าแก่การอธิบาย ถ้าฉันไม่ได้กิน ยัยนี่ก็อย่าหวังจะได้กิน!”
พูดจบกู้เถียนเถียนก็ล้วงเงินปึกใหญ่แบงก์สิบหยวนออกมาจากกระเป๋าแล้วฟาดลงบนโต๊ะดังโครม: “อาหารที่สั่งไป จะทำได้หรือยังคะ?”
เชฟตู้พอเห็นปึกเงินหนาขนาดนั้น น้ำลายแทบสอ เขาเปลี่ยนท่าทีแทบจะทันที: “ทำได้ครับๆ ทำได้เดี๋ยวนี้เลย! ครัวเรามีพ่อครัวตั้งสามคนครับ!”
ฉินเสี่ยวอี้พอเห็นกู้เถียนเถียนควักเงินออกมาเยอะขนาดนั้นก็ตาค้าง: “เธอ... เธอเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้?”
กู้เถียนเถียน: “เงินที่หามาได้อย่างสุจริต สามีฉันหามาให้เองแหละ!”
ซ่งอี้อัน: “...”
ยัยตัวแสบเอ๊ย... โกหกหน้าตาย จริงๆ!
ฉินเสี่ยวอี้ชำเลืองมองซ่งอี้อันอย่างไม่อยากจะเชื่อ: “เหอะ ตลกสิ้นดี สามีเธอไม่ใช่ท่านนายพล ไม่ใช่ผู้บัญชาการกองทัพซะหน่อย จะไปมีปัญญาหาเงินได้เยอะขนาดนี้เชียวเหรอ?”
กู้เถียนเถียนเหยียดยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นฉินเสี่ยวอี้เริ่มอิจฉาตาร้อนเธอก็รุกต่อทันที: “สามีบ้านฉันน่ะ ถึงจะไม่ได้มียศนายพลหรือผู้บัญชาการสูงสุด แต่บอกเลยว่า ‘ฐานะทางบ้าน’ เขามั่นคงมาก ไม่อย่างนั้นตอนฉันสั่งให้เขารีโนเวทบ้านตามใจชอบ เขาจะยอมตกลงง่ายๆ เหรอ?
เธอพูดถูกแล้วล่ะ ลำพังเบี้ยเลี้ยงทหารน้อยนิดนึงน่ะเลี้ยงฉันไม่ได้หรอก
แต่สามีฉันน่ะ ‘พื้นฐานครอบครัว’ ... แน่นปึ้ก... นอกจากจะเนรมิตทุกอย่างที่ฉันต้องการได้แล้ว เขายังพาฉันไปเที่ยวเล่นกินของอร่อยๆ ได้ทุกเมื่อ ชีวิตฉันน่ะมีความสุขจนคนแถวนี้เทียบไม่ติดเลยล่ะ!” กู้เถียนเถียนพูดจบก็จงใจพาดมือลงบนไหล่ของซ่งอี้อัน
“ใช่ไหมคะ... สามีขาาา!”
“แค่กๆ!” ซ่งอี้อันสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่จนเกือบพุ่ง
ฉินเสี่ยวอี้กลอกตาบนชุดใหญ่ก่อนจะสะบัดก้นกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
ซ่งอี้อันที่ตอนแรกแอบสงสารฉินเสี่ยวอี้ที่โดนกู้เถียนเถียนหลอกเงินไป 5 หยวน แต่ตอนนี้ดูท่าแล้วเพื่อนคนนี้ไม่ควรค่าแก่ความสงสารเลยสักนิดเดียว
ระหว่างทานข้าว กู้เถียนเถียนแกล้งส่งเสียงดังจงใจให้คนได้ยิน: “สามีขา ซดซุปสิคะ... อื้อออ เค้าอยากซดซุปอันนี้จังเลยค่ะ... ป้อนหน่อยสิคะสามีขาาา~”
น้ำเสียงออเซาะนั่นแหลมสูงจนแทบจะดังไปถึงบ้านเกิดเมืองนอนเลยทีเดียว
ซ่งอี้อันตักซุปให้เธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์ แต่เขาแอบโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเธอเบาๆ : “คุณช่วยพูดจาให้มันปกติหน่อยเถอะ!”
กู้เถียนเถียนยกมือขึ้นทุบอกเขาเบาๆ : “อื้อออ คุณนี่ล่ะก็ นิสัยไม่ดีเลย เค้าอยากให้ป้อนนี่นาาา~~”
หนังตาของซ่งอี้อันกระตุกยิบๆ
กู้เถียนเถียนอ้าปาก: “อ้ามมม~”
ซ่งอี้อันทำหน้าดุ: “ป้อนอะไรกัน คุณอายุสามขวบหรือไง?”
กู้เถียนเถียนกระซิบตอบเสียงเบา: “ฉันสามขวบ ส่วนคุณก็หกขวบไงคะ ก็คุณแก่กว่าฉันสามปีนี่นา รีบป้อนเร็วเข้า!”
ซ่งอี้อัน: “...”
กู้เถียนเถียนกระซิบต่อ: “คุณไม่อยากเห็นยัยนั่นกระอักเลือดตายเพราะอิจฉาเหรอคะ?”
ซ่งอี้อันซดซุปเข้าไปอึกหนึ่ง ก่อนจะยอมตักซุปขึ้นมาป้อนเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง: “งั้นก็ซดเข้าไปเยอะๆ เลยนะ”
กู้เถียนเถียน: “แน่นอนค่ะ เอาให้หล่อนอกแตกตายไปเลย”
“อื้ม... ป้อนช้าๆ หน่อยสิคะ”
“อื้อ... อย่าป้อนแต่ซุปอย่างเดียวสิ”
“อื้อ... พอแล้วค่ะ ซดเยอะเดี๋ยวปวดฉี่ ข้างนอกหาห้องน้ำยากจะตาย”
ซ่งอี้อัน: “!!!”
ฉินเสี่ยวอี้มองดูทั้งคู่ที่นั่งทานอาหารกันอย่างหวานชื่นปานจะกลืนกินจนตาเขียวปั้ด เธอโกรธจนหนังตากระตุกยิบๆ
พอกู้เถียนเถียนอิ่มแล้ว เธอก็ลุกขึ้นยืนพลางตะโกนเสียงดัง: “พนักงานคะ เช็กบิลด้วยค่ะ! อ้อ... โต๊ะนั้นเพื่อนเก่าฉันเอง มื้อนี้ฉันจ่ายให้หล่อนด้วยแล้วกันค่ะ!”
ฉินเสี่ยวอี้เชิดหน้าอย่างถือดี ไม่ยอมรับน้ำใจจากกู้เถียนเถียนเด็ดขาด: “ฉันมีปัญญาจ่ายเอง ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดีจอมปลอม !”
กู้เถียนเถียนนึกขึ้นได้ว่าเธอก็เพิ่งขูดรีดเอาเงินจากฉินเสี่ยวอี้มาได้ตั้งเยอะ เลยยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ: “ตามใจเธอเถอะนะ แต่อยากบอกไว้อย่าง... ผู้ชายอย่างเจ้าฉี่เหิงน่ะ ฉันไม่แย่งกับเธอหรอก”
“เธอชอบนักก็เอาไปสิยะ!”
เคร้ง! ฉินเสี่ยวอี้วางตะเกียบกระแทกชามดังลั่น
“เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไง!”
กู้เถียนเถียนตอบหน้าตาย: “ก็ตามตัวอักษรนั่นแหละ! ฉันรักซ่งอี้อัน ผู้ชายของฉันคนเดียว!”
ซ่งอี้อันได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ
กู้เถียนเถียนประกาศเสียงดังกร้าว: “ชาตินี้ทั้งชาติ ฉันรักเขาแค่คนเดียว!”
คราวนี้หน้าซ่งอี้อันแดงลามไปถึงลำคอ มือหนาที่ถือกระเป๋ามุกใบเล็กของกู้เถียนเถียนอยู่เริ่มขยับไปมาอย่างทำตัวไม่ถูก
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าร้านอาหารแห่งนี้มันร้อนขึ้นมาเสียดื้อๆ ร้อนจนเหงื่อซึม
แถมออกซิเจนก็ดูเหมือนจะเบาบางลงจนเขาเริ่มหายใจติดขัด
“ฉันจะบอกให้นะ สามีฉันน่ะเก่งสุดๆ เป็นพ่อหนุ่มเจ็ดครั้งต่อคืนแถมเขายัง... อุ๊บ! อื้ออออ!”
ซ่งอี้อันพุ่งเข้าไปปิดปากเธอแล้วลากทั้งคนทั้งกระเป๋าออกไปจากร้านทันที
ภายในร้านอาหารเงียบกริบลงชั่วขณะ
“...”
.
