6
“ท่านพ่อ ตบข้าทำไม” หลี่เหวินจงดึงลูกชายไปอีกด้าน
“เป็นเพราะเจ้าก่อเรื่อง ถ้าเจ้าไม่เอาหลินหว่านเยียนเข้ามา จะมีปัญหาเช่นนี้หรือ สินสอดมากมายมหาศาลจะโดนบริจาคไปเหรอ ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นของเรา” หลี่เหวินจงกระซิบเสียงเข้มที่ใบหูของลูกชาย พอให้ได้ยินกันสองคน
“ไม่ใช่ความผิดของข้า นางเป็นแค่ลูกพ่อค้าต่ำต้อย จะคู่ควรกับข้าได้อย่างไรกัน”
“เจ้าจะกินลมหรือไง ถ้าเจ้าไม่แต่งงานกับนางจะเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย ให้นางแต่งเป็นภรรยาของเจ้าก่อน เจ้าจะทำเช่นไรกับนางก็ได้ เจ้าจะรับภรรยาหรืออนุอีกสักกี่คนก็ย่อมได้ หลังจากได้ทรัพย์สมบัติของนางแล้ว เจ้าจะเหยียบย่ำนางยังไงก็ได้ แต่เจ้าดันเอาหลินหว่านเยียนมาหยามนางในวันนี้ วันที่เจ้าต้องแต่งงานกับนาง เจ้าจะทำให้จวนของเราลำบากไปมากกว่านี้หรือยังไงกัน ไอ้ลูกโง่”
“ท่านพ่อ” หลี่จิ่งเหวินเสียงอ่อย
“ควบคุมนางได้เมื่อไหร่ เจ้าจะเอาหลินหว่านเยียนเข้ามาในจวน นางก็ไม่กล้า เจ้ากำลังจะทำให้ทุกอย่างเสียเรื่อง ไปเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินกับนางเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นตำแหน่งทายาทเจ้าก็ไม่ต้องเป็นแล้ว”
“ข้าทำแล้วท่านพ่อ ข้าทำแล้ว” หลี่จิ่งเหวินเดินมาเพื่อจะเข้าพิธีไหว้ฟ้าดิน
“โอ๊ย! ข้าปวดหัวจัง ไม่ค่อยสบายเลย” ซุเยว่ซินทำท่าเป็นปวดหัว เรียกให้สาวใช้เข้ามาประคอง สาวใช้ก็รับมุขรีบเข้าไปประคองเจ้านายสาวในทันที
“นี่เจ้าจะเล่นอะไรอีก” หลี่จิ่งเหวินพูดด้วยความโมโห เพราะรู้ว่านางแกล้ง
“ท่านยังป่วยได้เลย ข้าจะป่วยบ้างไม่ได้เหรอ” ประโยคของนางคือการเอาคืนอย่างเจ็บแสบ แขกในงานต่างพากันซุบซิบและหัวเราะชอบใจในความเฉลียวฉลาดของซูเหว่ซิน
“ข้าคงเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินกับท่านไม่ได้แล้วล่ะ”
“นี่เจ้าอย่ามาได้คืบจะเอาศอกนะ เยว่ซินข้าให้หน้าเจ้ามากแล้วนะ”
“ถ้าท่านไม่อยากไหว้ฟ้าดินก็ยกเลิกงานแต่งไปเสียเถิด”
“ไม่ได้” สองสามีภรรยาพูดจาประสานเสียงกันดังลั่นจวน จนทุกคนหันไปมอง ทำเอาทั้งสองต้องรีบกระแอมเบา ๆ
“ยังไงเจ้าก็ก้าวเข้าจวนมาแล้ว ยังไงก็ต้องไหว้ฟ้าดิน”
“ก็ได้ ไหวก็ไหว้” นางหันไปพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิท ก่อนที่อีกฝ่ายจะนำลูกหมูตัวเมียออกมา เสียงร้องของมันทำให้หลายคนหันไปมองอย่างตกใจ
“ก่อนหน้านี้สามีไม่สบายก็อยากให้ข้าไหว้ฟ้าดินกับหมูตัวผู้ แสดงว่าหมูสามารถไหว้ฟ้าดินแทนเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ ตอนนี้ข้าไม่สบาย ท่านพี่ก็ไหว้ฟ้าดินกับหมูไปก่อนก็แล้วกัน โอ๊ย! ข้าเวียนหัวนัก” ซูเยว่ซินทำท่าจะล้ม จนองครักษ์เงาต้องรีบเข้ามาประคองเอาไว้ หลี่จิ่งเหวินตรงเข้าไปจะทำร้ายนาง แต่เมื่อองครักษ์เงาชักดาบออกมา เขาก็ถอยหนีเกือบฉี่ราด
“ไม่อยากแต่งกับข้าเหรอ ถ้าไม่อยากแต่งงั้นข้ากลับ พิธีแต่งงานเป็นอันยกเลิก” นางเอ่ยถาม แกล้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ วันนี้จะแต่งหรือไม่แต่งนางต้องชนะ
แต่งก็อาย เรื่องการไหว้ฟ้าดินกับลูกหมูตัวเมียจะต้องเป็นที่กล่าวขานกันไปทั้งเมืองอีกนาน หน้าของเจ้าจะเอาไปไว้ตรงไหนนะ
แต่ถ้าไม่ไหว้ฟ้าดิน งานแต่งก็ยกเลิก นางก็แค่กลับไปเป็นลูกสาวสุดที่รักของจวนซูต่อไป แต่ด้วยเงินทองมากมายที่ยังเหลืออยู่ อันเป็นสินสอดของนาง พวกตระกูลขุนนางชั่วพวกนี้ที่โลภในทรัพย์สินของนาง ถึงขนาดหลอกแต่งงานจะต้องไม่ยินยอมแน่ ๆ
แต่พวกเขาพลาดไปอย่างนึง คือพวกเขาคิดว่าจะข่มนางได้ ความจริงก็ดีเหมือนกัน หางพวกเขาโผล่ในตอนนี้ นางจะได้เตรียมรับมือ ไม่ใช่แต่งไปแล้ว โดนหลอกจนหมดตัว แล้วหญิงที่รักของสามีดันโผล่มา แบบนั้นนางก็เสียเปรียบน่ะสิ
แต่คนแบบนี้ไม่เคยยอมเสียเปรียบใครเด็ดขาด ในเมื่อนางไม่มีความสุขก็อย่าหวังว่าใครจะมี
ความสุข คนที่คิดร้ายกับนางหมดลมหายใจไปหมดแล้วบนโลกใบนี้
“เจ้าลูกทรพี เป็นเพราะเจ้า เข้าพิธีไหว้ฟ้าดินเดี๋ยวนี้” ถึงต้องอัปยศก็ต้องยอม หลี่เหวินจงตบหน้าลูกชายอีกครั้ง ก่อนจะบังคับให้เขาไหว้ฟ้าดินกับลูกหมูตัวเมีย นั่นทำให้แขกในงานต่างหัวเราะขบขัน
“เยว่ซิน ความอัปยศที่เจ้ามอบให้ข้าในวันนี้ ข้าจะต้องเอาคืนเจ้าอย่างสาสมแน่นอน” หลี่จิ่งเหวินคิดในใจด้วยความคับแค้น
“นี่คือป้ายละเว้นโทษของนาง เนื่องจากเยว่ซินมีคุณูปการต่อราชสำนัก บริจาคเงินเพื่อเติมท้องพระคลังที่ว่างเปล่าเป็นจำนวนมาก หากเจ้ามีเรื่องอะไรในอนาคตให้มาหาข้า จะไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้าได้ ส่วนเรื่องป้ายละเว้นโทษนี้ ข้าจะแจ้งฮ่องเต้ให้ทราบในภายหลัง”
ทุกคนถึงกับตกตะลึง คิดว่าคุณหนูซูช่างฉลาดนัก รู้จักเกาะผู้มีอำนาจ ผู้สำเร็จราชการเป็นเสด็จอาแท้ ๆ ขององค์ฮ่องเต้น้อย เขาเลี้ยงดูพระองค์มาแต่เล็ก และสนับสนุนให้ขึ้นครองราชย์ ดังนั้นสามารถตัดสินใจได้ก่อน กราบทูลทีหลัง ดังนั้นคนที่หนุนหลังเยว่ซินในครั้งนี้เป็นเขา ก็ไม่มีใครกล้าหือกับนางอีก
“ขอบพระทัยผู้สำเร็จราชการ” นางคุกเข่าลงเพื่อรับป้ายละเว้นโทษ
