ตอนที่ 6 อาหารที่บ้านมื้อแรก
ตอนที่ 6 อาหารที่บ้านมื้อแรก
“หอมจังเลย มีอะไรกินบ้างครับเนี่ย” แค่เดินลงมาข้างล่าง กลิ่นอาหารหอมๆก็ลอยเข้ามาถึงจมูกเขาแล้ว เขาได้กินอาหารจริงๆครั้งสุดเมื่อไหร่กันนะ น่าจะตั้งแต่กลับบ้านครั้งก่อน อยู่ที่หอพักก็ต้องพึ่งแค่อาหารสังเคราะห์ตามกำลังทรัพย์ที่มีเท่านั้น และไม่ใช่สังเคราะห์ทำเองด้วยนะเป็นสังเคราะห์สำเร็จรูปอีกด้วย แต่ก็ใช่ล่ะเขาจะมีเงินไปเข้าร้านอาหารแพงๆได้อย่างไรกัน ส่วนที่โรงเรียนก็ไม่ต่างกันอาหารกลางวันหลักๆก็จะมีอาหารสังเคราะห์แห้งยี่ห้อเดิมๆแต่ปรับเปลี่ยนรสชาติบ้างตามที่ประมูลกับทางโรงเรียนได้ กับนมหนึ่งกล่องแล้วก็ผลไม้บ้าง
“นั่งเลยลูกจะเสร็จแล้ว” เพเรน่าร้องบอกมาจากในครัว จากจุดที่มีกลิ่นหอมมากที่สุด
“ครับแม่” แล้วเขาก็ไม่ขัดคำสั่งรีบไปนั่งเก้าอี้ประจำที่ทันที
“ไงเรา ยินดีด้วยนะ เรียนจบแล้ว” พ่อว่าขึ้น เพราะตั้งแต่เจอกับตอนเขากลับมาก็ยังไม่ได้คุยอะไรเลย มุ่งตรงถึงเตียงอย่างเดียว
“ครับพ่อ” เขาก็ยิ้มตอบกลับไปทันที เขาก็ดีใจเหมือนกันที่ได้ออกมาจากที่นั่นได้เสียที
“ว่าแต่ เลือกได้หรือยังว่าจะเรียนต่ออะไร” ผู้เป็นพี่ชายถามขึ้นทันที ที่เขาเรียนจบมันแค่ภาคบังคับทั่วไป แต่ยังมีการเรียนระดับสูงขึ้นอีก อย่างพี่เพวิสพี่ชายเขาก็เลือกเรียนต่อบริหารธุรกิจแต่เป็นภาคพิเศษที่เรียนผ่านโฮโลแกรมแทน เพราะพี่เขาอยากอยู่ช่วยงานที่บ้าน ส่วนเวลาจะสอบก็ค่อยเดินทางไปยังที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่เรียนสังกัดที่ดาวเจนนู และตอนนี้เขาก็อยู่ปีสี่แล้ว ปีหน้าก็ขึ้นปีห้าซึ่งเป็นปีสุดท้ายแล้วด้วย
“เรื่องนั้นยังไม่คิดเลยครับ” เขาส่ายหน้าตอบ เขารู้ว่าตอนนี้เขาต้องกลับบ้านเท่านั้น เขาไม่มีความฝันที่อยากเป็น ไม่มีสิ่งที่อยากทำเป็นพิเศษ ไม่มีความกระตือรือร้นใดๆทั้งสิ้น นอกจากเรื่องที่ต้องกลับบ้านมาอยู่กับครอบครัวให้ได้ มาทำไร่ทำสวนช่วยที่บ้านก็ไม่เลวนะ
“ถ้าเรื่องเงิน ลูกไม่ต้องกังวลนะ” สิวัชรีบเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะเขาคิดว่าลูกจะกังวลเรื่องนี้
“ไม่ใช่แบบนั้นเลยครับพ่อ ผมยังไม่รู้จริงๆว่าอยากทำอะไร รู้แต่ว่าอยากอยู่บ้านก่อน” เขารีบตอบอธิบายออกไปให้ชัดเจนทันที เพราะกลัวว่าทุกคนจะคิดมาก
“ก็ดีแล้วนี่นาพ่อ ได้แรงงานเพิ่มอีกคน” เพวิสเห็นด้วยและตบไหล่น้องไปสองทีอย่างพอใจ ถึงแม้จริงๆในใจก็เป็นห่วงน้องชายมากเช่นกัน ตัวเขาเองก็เลือกเรียนบริหารธุรกิจเพื่อจะมาช่วยงานที่บ้านไม่ได้อยากเรียนอะไรที่ตามความฝันเหมือนคนอื่นเลย เลยไม่รู้ว่าตัวน้องชายนั้นเหมือนกันกับเขาหรือมีความฝันที่อยากจะเป็นหรือไม่ก็ตามความนิยมของดาวระดับบีต่างจากเขาที่จบม.ปลายจากดาวระดับซี เพราะทุกคนคิดแค่ว่าอยากให้เพเนียสได้เรียนที่ดีๆ ได้เรียนที่ดาวระดับสูงๆ เลยลืมคิดอีกแง่มุมว่าลูกหรือน้องของพวกเขาจะโดนรังแกเอาได้
“ได้เลยพี่ ผมพร้อมช่วยเต็มที่” เขาไม่ค้านอยู่แล้ว พร้อมเป็นลูกมือและแรงงานที่บ้านเต็มที่ ถึงแม้ส่วนใหญ่ก็เริ่มนำเครื่องมือหุ่นยนต์เข้ามาช่วยงานอีกแรงแล้วก็เถอะ
“ก่อนจะไปทำงาน กินข้าวก่อนเถอะหนุ่มๆ” หลังจากที่บนโต๊ะอาหารกำลังมีเสียงพูดคุยกันอยู่ก็ถูกแทนที่ด้วยผู้เป็นแม่ที่เดินถืออาหารเข้ามา ถึงจะบอกว่าอาหารจานเด็ดฝีมือเพเรน่า แต่อาหารจริงๆ ที่เธอทำเป็นก็มีไม่กี่อย่าง บนโต๊ะก็มีปลาทับทิมทอดประดับด้วยเลม่อนฝานบางๆ เพิ่มรสเปรี้ยววางอยู่ขอบจาน ที่เธอแสนภูมิใจ เพราะทำบ่อยที่สุด(กว่าจะทอดกินได้หมดปลาในบ่อที่บ้านไปหลายรุ่น) ข้าวสวยร้อนที่หุงเองกับมือ(มีหม้อหุงข้าว) ถ้วยเล็กๆ ที่ใส่ซอสถั่วเหลืองหมักเพิ่มรสชาติอยู่เช่นเดียวกับอีกถ้วยที่เป็นน้ำพริก แล้วก็น้ำข้าวโพดหอมๆ อีกคนละแก้ว อ้อ ยังมีอาหารสังเคราะห์โฮมเมดอีกคนละแก้วเพื่อให้สารอาหารครบถ้วน พร้อมอาหารสังเคราะห์โฮมเมดแบบแผ่นกรอบในจานด้วย
ใช่ที่บอกว่าเธอภูมิในเสนออาหารปรุงประกอบที่ทำเองก็ปลาทอดและข้าวสวยที่หุงเอง ก็สมัยนี้คนทำอาหารปรุงประกอบเองไม่ค่อยเป็นแล้ว และปลาทอดเนี่ยแหละที่เธอแสนภูมิใจที่สุด สุกพอดี เหลืองสวย กรอบบ้างไม่กรอบบ้างแล้วแต่ดวง
“หื้มมม หอมมากเลยครับ คิดถึงปลาทอดฝีมือแม่มากๆ” เมื่ออาหารมาพร้อม เพเนียสก็รีบสูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอดให้หายคิดถึงทันที กลิ่นอาหารฝีมือแม่นี่มันสุดยอดจริงๆ ไหนจะกลิ่นน้ำข้าวโพดคั้นอีก หอม หอมไปหมด
“ฮ่าๆๆ งั้นก็กินเยอะๆนะลูก แล้วก็น้ำข้าวโพดนี่ด้วย ทีเด็ดเลยล่ะ แม่ทำเสร็จใหม่ๆ เลยนะ” เพเรน่าบอกลูกชายอย่างแสนภูมิใจ ถึงน้ำข้าวโพดที่ว่าจะคิดค้นได้ไม่นาน แม้จะเป็นแค่แกะเม็ดข้าวโพดแล้วเอาใส่เครื่องทำอาหารเหลวแบบใช้ความร้อนก็เถอะ แต่พอออกมามันก็หอมอร่อยจริงๆนะ แล้วเรื่องแค่นี้ทำไมแต่ก่อนไม่ทำนะหรือ ก็แต่ก่อนเธอทำเพียงใส่เนื้อสัตว์ พืชผักผลไม้หลายๆชนิดลงไปเพื่อให้สารอาหารครบนี่นาเลยไม่ได้ลองทำแบบเดี่ยวๆ แบบนี้ พอทำแล้วไม่คิดว่าจะหอม อร่อย น่ากินกว่าขนาดนี้
“ครับ หอมมากๆ เลย หวานอร่อยด้วย” เพเนียสยกแก้วน้ำข้าวโพดขึ้นดมก่อนจะยกขึ้นดื่มไปอึกหนึ่ง มันอร่อยจริงๆ และเขาไม่ได้ชมไปส่งๆด้วย
“ดีๆ กินข้าวเถอะ” ผู้เป็นพ่อว่าขึ้นก่อนจะเริ่มลงมือกินข้าวอย่างจริงจัง โดยเพเนียสมีผู้เป็นแม่บริการอยู่อย่างเต็มที่ด้วยการแกะเนื้อปลาให้เรื่อยๆ เขาก็ไม่อยากขัดอะไรปล่อยให้แม่ทำตามความต้องการไป ส่วนเขาก็กินเนื้อปลากับข้าวสวยร้อนๆ ไป บางคำก็มีจิ้มซอสถั่วเหลืองบ้างเพื่อเพิ่มความเค็มเล็กน้อยก่อนนำเข้าปาก และบางคำก็จิ้มน้ำพริกนิดหน่อยเพิ่มความเผ็ดด้วยเช่นกัน เขาเป็นคนไม่กินเผ็ดมาก แต่ก็พอกินได้
ส่วนน้ำพริกที่ว่าก็คือพริกสดๆ นำไปเข้าเครื่องปั่นผสมกับน้ำเล็กน้อยจนละเอียดและก็ได้น้ำพริกออกมานั่นเอง มันเป็นการทำอาหารง่ายๆ แต่ทำแล้วมันอร่อยมากโดยเฉพาะแม่เป็นคนทำเขารู้สึกว่าสุดยอดความอร่อยเลย
แต่ความอร่อยก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อถึงคราวของอาหารแก้วสุดท้ายอย่างอาหารเหลวสีเขียวแปลกๆ นั่น เพราะอาหารปรุงประกอบที่ทำไม่อาจให้สารอาหารได้ครบถ้วน พวกเขาจะต้องกินอาหารสังเคราะห์ที่รวบรวมคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างอัดแน่นด้วย อาหารสังเคราะห์ก็มีทั้งทำเองแบบนี้ หรือที่ขายก็มีเยอะแยะ โดยอาหารสังเคราะห์หรืออาหารสังเคราะห์สำเร็จรูปจะแยกเป็นสิบระดับตามความหนืด ระดับ 1 เหลวเป็นน้ำถึงระดับ 10 ก็เป็นแบบแข็งกรอบ แต่สำหรับในครัวเรือนที่ทำกินเองที่ทำแบบเป็นของเหลวและแข็งกรอบ ไม่ได้มีแยกย่อยว่าหนืดมากน้อยเหมือนกับที่เขาทำขายเสียเท่าอย่างไร
“ยื้ยย วันนี้ทำไมเปรี้ยวจังอ่ะแม่” อาหารสังเคราะห์เหลวที่ยังเหลือกากอยู่ถูกเพวิสกินหมดไปเป็นคนแรก และเขาก็วิจารณ์ออกมาคนแรกเช่นกัน
“ก็มะนาวสุกเยอะแล้วน่ะสิ แม่เลยใส่เยอะไปหน่อย ปล่อยไว้อีกสองวันมันคงเน่า” เพเรน่าตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ถึงจะรสชาติไม่ได้เรื่องไปหน่อย แต่เธอมั่นใจว่าคำนวณสัดส่วนของสารอาหารครบถ้วนดี จริงๆตู้เย็นก็มีและยังประสิทธิภาพดีมากๆด้วย เรื่องกลัวมันเน่านั้นคงไม่ใช่อย่างแน่นอน
“แต่แม่ก็ไม่ควรจะเสียดาย และใส่เยอะนะ เพราะมันเปรี้ยวนำเลยอะ” เพวิสยังคงบ่นอุบออกมาไม่หยุด ต่างจากผู้เป็นพ่อที่ไม่กล้าว่าอะไรมาก เช่นเดียวกับเพเนียสที่รีบกินให้หมดแล้วดื่มน้ำข้าวโพดหวานหอมตามอีกรอบเพื่อหล่อเลี้ยงลิ้นให้คงมีแต่รสชาติอร่อยๆไว้
“ไม่ชอบพรุ่งนี้ก็มาทำกินเองเลยก็แล้วกัน” ผู้เป็นแม่เริ่มงอนเข้าให้แล้วที่ถูกลูกชายว่าเรื่องอาหารไม่หยุด วันนี้เธอแค่ตั้งใจทอดปลาเถอะเลยไม่ได้ห่วงเรื่องอาหารเหลวเท่าไหร่ ปลาทอดอร่อยก็ควรจะพอแล้วไหม
“เอาล่ะครับ พี่ครับ แม่ครับ ผมพึ่งกลับมาอย่าทะเลาะกันเลย” เพเนียสรีบเอ่ยห้ามออกมา ก่อนที่ทั้งสองจะงอนกันใหญ่โต
“นั่นสินะ มาพูดเรื่องลูกดีกว่า ใบจบลูกอยู่ไหนหรือ แม่ยังไม่เห็นเลย จะได้เอามาถ่ายรูปอวดสักหน่อย แล้วก็เอาเก็บไว้ในตู้โชว์ชั้นล่างนี้ด้วย” เธอถามออกมาอย่างกระตือรือร้น ลูกชายเรียนจบภาคบังคับจากดาวระดับบีเชียวนะ เธอก็อยากอวดเสียหน่อย
“เอ่อ คือ คือว่า ผมทำหายน่ะครับ” เขาตอบไปอย่างยากลำบาก เขาไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ไหน เพราะจากที่ถูกคนพวกนั้นรุมเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรแล้ว
“ฮะ หาย ของสำคัญแบบนั้น ถ้าลูกจะเรียนต่อล่ะจะทำยังไง” เพเรน่าเริ่มพะวงไปหมดเมื่อได้ยินลูกชายคนเล็กว่าเช่นนั้น ของสำคัญแบบนี้ทำหายได้ยังไง พึ่งจะได้มาสองสามวันเองนะ
“แม่ครับ จริงๆ เอกสารพวกนี้ทางโรงเรียนส่งให้เราในเมลด้วยครับ” เพวิชรีบว่าออกมาก่อนที่ผู้เป็นแม่จะคิดมากไปกันใหญ่ ถึงจะไม่ได้สวยงามมีปกหุ้มเหมือนที่ทางโรงเรียนมอบให้ก็เถอะ แต่ก็ใช้ได้เหมือนกัน และสมัยนี้ใครเขาใช้ตัวจริงที่จับต้องได้กัน
“ใช่ครับๆ ไว้เดี๋ยวผมจะส่งต่อให้แม่อีกทีนะ” เพเนียสก็รีบว่าออกมาให้แม่สบายใจขึ้นทันที เฮ้อ เรื่องนี้เขาก็ลืมไปเช่นกัน แต่ก็ขอบคุณที่พี่ชายเตือนก่อนนะ ไม่เช่นนั้นคืนนี้ถูกซักยาวแน่
