บทที่ 8 แลกคูปอง (2)
เวลาเกือบห้าโมงเย็นสามพ่อลูกกลับมาถึงบ้าน เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบโคลนหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตบางส่วนก่อนเดือนหน้า
“พวกเธอไปเอากระดาษมาจากไหน” อุปกรณ์ถูกนำไปเก็บ ซุนม่านถิงรีบเดินมาดูน้องสาว น้องชาย กำลังใช้ปากกาเขียนบางอย่าง
ซุนจื่อหร่วนหันมายิ้มให้พี่สาว “คุณแม่บอกว่าจะส่งฉันกับน้องชายเรียนหนังสือค่ะ ถึงต้องเริ่มเรียนหนังสือแล้ว”
“คุณแม่เหรอ?” ซุนเย่ถานตาโต รีบมองไปรอบบริเวณพร้อมบอกน้องสาว “คุณอาไม่อนุญาตให้พวกเราเรียกแม่”
“ตอนกลางวันคุณแม่อนุญาตค่ะ!”
“พ่อคะ” ซุนม่านถิงหันไปหาพ่อของหล่อน “คุณอาไม่สบายหรือเปล่า”
แม้เป็นซุนเจิ้งเองยังสงสัยไปด้วย “ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ หล่อนเป็นอะไรขึ้นมา แต่ก่อนไม่เห็นอยากส่งพวกลูกเรียน แม้ซุนเล่อจะบ่นอยากให้เขาได้เรียนก็ไม่ขยับตัว”
ภรรยาเด็กในสายตาซุนเจิ้งคือผู้หญิงขี้เกียจคนหนึ่ง หลังภรรยาคนแรกของเขาเสียชีวิตซุนเจิ้งไม่คิดแต่งงานใหม่ แต่สุดท้ายแม่ของเขายังแต่งหล่อนเข้ามา ในคืนแต่งงานทั้งคู่มีความสัมพันธ์ถึงมีเจ้าสี่ออกมา หลังจากนั้นทั้งคู่นอนหันหลังชนกันทุกคืน
“ผมไม่อยากเรียนหนังสือเลยครับ แต่แม่ไม่ยอม บอกว่าถ้าไม่เรียนหนังสือจะไม่ให้กินข้าว และต้องไปช่วยพี่สาวทำงานด้วย” ซุนเล่นบ่น
ซุนเย่ถานพี่สาวคนโตของบ้านมองท่าท่างของน้องชายที่อ่อนลงด้วยแววตาประหลาดใจ “แม้แต่น้องชายยังถูกคุณอาตำหนิ เมื่อวานเขาโดนตีไม่กล้าผิดใจแม่ของตัวเอง”
“คุณอาเปลี่ยนไปจริง ๆ พ่อคะ น้องสามจะได้เรียนหนังสือจริงหรือเปล่า บ้านใหญ่ บ้านรอง ต่างมีคนเรียนหนังสือ ต่อให้เป็นน้องสี่ได้เรียนมันก็ดีกับพวกเรา”
ซุนม่านถิงอยากเรียนหนังสือเหมือนกัน หลายปีก่อนหล่อนเคยขอคุณย่าเรียนหนังสือ ปรากฏว่านอกจากถูกตีแล้วยังถูกหัวเราะเยาะ บอกว่าซุนม่านถิงหัวสูง ทั้ง ๆ ที่อีกสองบ้านต่างได้เรียนหนังสือ
“พ่อไม่รู้”
วันนี้พ่อของเขาพูดกรอกหูทั้งวันว่าให้ห้ามภรรยา บ้านตระกูลซุนไม่มีเงินเพียงพอให้ส่งเด็กเรียนหลายคน แม้แต่เขาเองยังเสนอให้ซุนเล่อได้เรียนแทนซุนอัน พ่อของเขาบอกว่าเอาไว้ปีหน้า
“เฮ้อ ไม่รู้วันไหนคุณอาจะหาเรื่องพวกเราอีก”
ซุนจื่อหร่วนรีบตอบ “จริงด้วย วันนี้แม่พาฉันกับน้องชายไปอำเภอ ซื้อขนมมาฝากพวกพี่ด้วย”
พูดจบหล่อนรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนหยิบขนมออกมาหลายห่อ ยัดใส่มือพี่สาวสองคนและยังไม่ลืมให้พ่ออีกด้วย
“อ้าว สามพ่อลูกกลับบ้านแล้วเหรอ”
จ้าวอี้เฟยยกหม้อเล็กมาจากทางในครัว หม้อยังร้อนเพราะเพิ่งวางลงจากเตา เธอวางมันบนโต๊ะก่อนเปิดออก กลิ่นน้ำตาลทรายแดงหอมฟุ้งไปถั่วบริเวณ ไหนจะมีถั่วเขียวในถ้วยอีก
“คุณอาต้มถั่วเขียวเหรอ? ใส่น้ำตาลทรายแดงด้วย”
“อืม”
ปกติแล้วคนในหมู่บ้านจะต้มถั่วเขียวดื่มดับกระหาย แต่ว่าไม่ได้ต้มทุกวัน ช่วงเก็บเกี่ยวจะต้มสัปดาห์ละหม้อ และไม่มีน้ำตาลทรายแดงผสมด้วย มันราคาแพงใครจะยอม
ซุนม่านถิงตะลึง “คุณย่าไม่ตำหนิเหรอคะ ถั่วเขียวในบ้านพวกเราตกลงว่าจะต้มพรุ่งนี้ อีกอย่างน้ำตาลทรายแดงในบ้านก็ยังไม่ได้ไปซื้อ”
“จื่อหร่วน ไปเอาถ้วยมา” จ้าวอี้เฟยสั่งลูกสาวก่อนที่หล่อนจะวิ่งไปเอา “ฉันพาน้องสาว น้องชายของพวกเธอไปซื้ออุปกรณ์การเรียน เลยได้แวะซื้อถั่วเขียวกับน้ำตาลทรายแดงมาด้วย”
“สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว”
จ้าวอี้เฟยมองหน้าสามีนิ่ง ๆ “คุณไม่ต้องกิน ดูสภาพลูกสาวของคุณแต่ละคนสิ ผอม ไม่มีเรี่ยวแรง จะอยู่รอดถึงเก็บเกี่ยวไหม”
สองพี่น้องมองสภาพตัวเองก่อนยิ้มแห้ง เป็นไปตามแม่เลี้ยงของพวกหล่อนพูดจริง ๆ ซุนเย่ถานเอ่ยถาม “คุณอาไม่จำเป็นต้องไปต้มเองเลยค่ะ ให้น้องสาวไปต้มก็ได้แล้ว”
“ฉันจะให้น้องสาวของเธอเรียนหนังสือ” จ้าวอี้เฟยเอ่ยเน้นคำ “ต่อจากนี้นอกจากหนังสือแล้ว ฉันไม่อนุญาตให้หล่อนทำอะไรทั้งนั้น”
“เธอพูดจริงเหรอ” ซุนเจิ้งถาม “พ่อบอกว่าปีหน้าพวกเราค่อยส่งซุนเล่อเรียน ปีนี้ให้ซุนอันเรียนไปก่อน”
“คิดจะต่อรองอย่างนั้นเหรอ พอเวลาผ่านไปทำเป็นลืมและไม่ส่งพวกเขาเรียนอยู่ดี คุณเป็นพ่อของเด็ก ๆ คิดจะให้พวกเขาเอาเปรียบไปถึงเมื่อไร”
คำพูดของจ้าวอี้เฟยทำให้ซุนเจิ้งอึ้ง เขารู้ว่าพ่อแม่เห็นบ้านใหญ่ บ้านรองดีกว่าบ้านสาม แต่เขาเป็นลูกชายจะพูดอะไรได้
“ผมแค่คิดว่าในเมื่อพ่อพูดแบบนั้น ปีหน้าต้องส่งเจ้าสี่เรียนแน่”
“แต่ฉันจะส่งเรียนปีนี้ และต้องได้เรียนด้วย!”
ท่าทางและใบหน้าเรียบนิ่งของจ้าวอี้เฟย ทำให้พ่อลูกบ้านสามซุนสัมผัสได้ว่าเธอเอาจริง
