บทที่ 1 ร่างใหม่
เซี่ยนหยูรู้สึกตัวอีกครั้ง ทั้งที่ยังหลับตา ไม่มีน้ำล้อมตัวเขาแล้ว แต่รู้สึกว่ายังมีของเหลวค้างอยู่ในร่างกาย ทำให้มีอาการแน่นท้อง เลยขึ้นมาถึงหน้าอก จมูกและลำคอ ทำให้รู้สึกผะอืดผะอมคลื่นไส้กระอักกระอ่วนอยู่ในท้องไส้ มันทรมานสุดจะทนเหลือเกิน
“โอ๊ก อ๊วก...” ตอนนี้ของเหลวตีขึ้นมาที่ลำคอ ต้องโก่งคอสำลักเป็นการใหญ่ ได้เอาของเหลวออกมาได้บ้าง ทำให้รู้สึกดีขึ้น ไม่แน่นอึกอัดเมื่อรู้สึกตัวแรกๆ เขาพยายามสูดลมหายใจเอาอากาศเข้าไปในปอดให้ลึกที่สุดหลายครั้ง
“อาหยูเป็นยังไงบ้าง?” เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวดังอยู่ข้างกาย นางลูบหลังให้เขา
ทุกอย่างหยุดชะงัก เซี่ยนหยูลืมตามองภาพตรงหน้า ท้องฟ้าสว่างเจิดจ้า ‘สว่าง’ ตอนที่เขากระโดดสะพานเพื่อฆ่าตัวตายเป็นเวลาตอนกลางคืนท้องฟ้ามืดครึ้ม
เก็บความสงสัยไว้ในใจ ก้มมองมือเรียวงามขาวละออที่กำลังจับแขนของเขา
‘ใคร’ หันหน้าไปมองเจ้าของมือเรียว ใบหน้าของหญิงสาวอยู่ห่างแค่คืบ ผู้หญิงคนนี้มีผิวขาวละเอียด ผมดำยาวสลวยถึงเอว ดวงตางดงามขนตายาว จมูกเล็กโด่งรับกับริมฝีปากเล็กบางอมชมพู อายุน่าจะไม่เกิน 25 ปี แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีชมพูอ่อนมีลวดลายดอกไม้ปักประดับเล็กน้อย
เซี่ยนหยูบอกกับตัวเองทันทีว่าไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน ‘สวย น่ารัก’ ผู้หญิงรูปลักษณ์แบบนี้ถ้าได้พบได้เจอเพียงครั้งเดียว ยังไงก็จำได้ไม่ลืม
เขาหันไปมองชายฉกรรจ์สี่คนรูปร่างสูงใหญ่ยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ไม่ไกลกำลังมองเขาเขม็ง พวกเขาทั้งสี่คนแต่งกายรัดกุมคล้ายชุดทหารโบราณสีเทา
‘น่ากลัวชะมัด’ เซี่ยนหยูมองหน้าแต่ละคนผ่านๆ อย่างรวดเร็ว บอกกับตัวเองว่าไม่เคยพบพวกเขามาก่อนแน่นอน
“อาหยู” เสียงอ่อนหวานห่วยใยดังขึ้นอีกครั้ง นางเห็นชายหนุ่มไม่ได้ขานรับ มัวแต่สนใจมองโน่นมองนี่ด้วยท่าทางแปลกๆ
“เป็นยังไงบ้าง” นางเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มไม่ยอมพูดจา พร้อมกับกุมมือของเด็กหนุ่มอย่างคุ้นเคย
เซี่ยนหยูสำลักน้ำจนแสบคอ ตาแดง จมูกแดง ทั้งหน้าทั้งคอแดงไปหมด เซี่ยนหยูมองมือขาวเนียนของหญิงสาวที่กุมมือของเขาไว้
เขาไม่พูดอะไรยังคงมองไปรอบๆ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกแปลกใหม่ ไม่เคยเห็นมาก่อน ท้องฟ้าสว่าง บริเวณกว้างสุดลูกตา มีแม่น้ำหรือทะเลสาบอยู่ไม่ไกลมองยังไงก็ไม่ใช่แม่น้ำที่เขากระโดดลงมาแน่นอน
‘ที่นี่ที่ไหน’ ไม่รู้จัก ไม่ใช่สะพานปูน ถ้าร่างของเขาจะลอยมาติดฝั่งตรงไหนสักแห่ง แต่มองยังไงก็ไม่ใช่บริเวณใกล้เคียงกับที่เขากระโดด มองโดยรอบเห็นเป็นเมืองที่มีบ้านทรงโบราณปลูกเรียงรายเป็นระเบียบอยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา มีปราสาทสีทองขนาดใหญ่กินบริเวณกว้างและสูงตระหง่านโดดเด่นอยู่ตรงกลาง สองข้างมีปราสาทสีเงินขนาดเล็กกว่าขนาบข้าง ถึงจะเล็กกว่าแต่มองแล้วก็ยังใหญ่โต มีป่าเขาเขียวขจีเป็นภูเขาสูงห่างออกไปริบๆ มองแล้วเป็นบ้านเมืองที่อุดมสมบูรณ์มาก
เซี่ยนหยูนั่งอยู่ริมแม่น้ำขนาดใหญ่มีสายน้ำเชี่ยวไหลผ่านยาวไปไกลสุดลูกตา เขาก้มมองดูตัวเองก็ต้องตะลึงงง เสื้อผ้าแปลกตา ไม่ใช่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงขาสั้นตัวเดิม แต่เป็นเสื้อคลุมตัวยาวสีขาว มีเสื้อสีขาวเนื้อบางแขนยาวตัวในอีกชั้นทั้งหมดเปียกน้ำชุ่ม
ผมสีดำยาวเปียกน้ำห้อยยาวปกมาด้านหน้า เซี่ยนหยูจับผมด้วยความรู้สึกแปลกและงง ‘ผมใครหว่า’
เตียนชิงเอ๋อมองชายหนุ่มที่นางรักและห่วงใยดั่งน้องแท้ๆ ริมฝีปากของเขาที่เคยอมชมพูตอนนี้ซีดขาว ผิวขาวผุดผ่องตอนนี้ซีดราวกับกระดาษมิปาน
นางเห็นท่าทางมึนงงเหมือนคนยังได้สติกลับมาไม่ครบ ทำให้รู้สึกเป็นห่วงมากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
“อาหยู” น้ำเสียงอ่อนหวานอบอุ่นด้วยความเป็นห่วงเป็นใยพร้อมกับจับมือของเขา มือของชายหนุ่มตอนนี้เย็นเฉียบ เตียนชิงเอ๋อกุมมือเขาแล้วถูไปมาพร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่นๆ ใส่มือ
เซี่ยนหยูตะลึง หญิงสาวที่ไม่เคยรู้จักมากก่อน กำลังกุมมือของเขาถูไปมาและเป่าลมหายใจอุ่นๆ ใส่มือ คนที่ทำแบบนี้กับเขามีเพียงคนเดียวเท่านั้น มันเป็นวิธีที่แสดงความรักความห่วงใยที่เซี่ยนหยูชอบมาก
เซี่ยนหยูยังรู้สึกมึนหัวและผะอืดผะอมกระอักกระอ่วนในท้องอยู่บ้าง และคิดว่าเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงความฝัน
เซี่ยนหยูใช้มือจับปอยผมยาวที่ห้อยปกมาตรงหน้าแล้วออกแรงดึง “ซี้ด” รู้สึกเจ็บหนังศีรษะจนต้องร้องออกมา
เตียนชิงเอ๋อตกใจ เมื่อเห็นเด็กหนุ่มดึงผมตัวเองจนร้องซี้ดออกมา “เจ้าทำอะไร” นางรีบคว้ามือชายหนุ่มออก ให้พ้นปอยผมกำนั้น “อาหยูอย่า!” นางร้องห้ามขณะจับมือเขามากุมไว้ทั้งสองข้าง
นางไม่รู้ว่าทำไมอาหยูต้องทำร้ายตัวเองยิ่งทำให้นางเป็นห่วงเป็นกังวลมากขึ้น นางจะไม่ยอมให้อาหยูอยู่ห่างสายตาอีกแล้ว
เซี่ยนหยูรู้แล้วว่าไม่ใช่ความฝัน มองเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ตอนนี้ ยังเปียกชื้นมีน้ำหยดเป็นระยะ เขามองแขนเรียวยาวที่มีหยดน้ำเกาะพราว บนผิวขาว
ละเอียด นิ้วมือเรียวยาว ถึงตอนนี้จะดูซีดอยู่บ้าง แต่มองโดยรวมแล้วเป็นผิวพรรณที่ขาวใสละเอียดดูดีกว่าผิวเดิมของเขา ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ
เซี่ยนหยูรู้ดีว่าร่างกายของเขาเป็นยังไง ตอนที่เขาตัดสินใจกระโดดน้ำที่สะพานเพื่อจบชีวิตอันแสนโดดเดี่ยว ร่างกายของเขาผ่ายผอมเกือบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ไม่ปาน แต่ตอนนี้ร่างกายนี้ถึงจะผอมบางแต่ก็ไม่ผ่ายผอมเท่าตอนนั้นและยังมีผิวพรรณที่ดูดีเปล่งปลั่ง
เซี่ยนหยูเบิกตากว้าง นึกอะไรขึ้นมาได้ โดยไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง เขารีบจับคอเสื้อตัวเองแหวกออก ทำให้มองเห็นลำคอเรียวยาว ไหปลาร้าโค้งลึกเรียว
เขาใช้มือล้วงเข้าไปสัมผัสแผ่นอก ที่ตอนนี้ผิวเนียนขาวละเอียด มองและค้นหาอะไรบางอย่าง ทำให้คนรอบข้างทุกคนมองเห็นผิวขาวเนียนละเอียดของเขา ให้ชายฉกรรจ์สามคนตะลึงมองตาค้าง
“มองอะไร?” ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ท่าทางเป็นหัวหน้าดุเสียงเข้ม ทำให้ชายฉกรรจ์ทั้งสามรีบหันไปมองทางอื่น สีแดงระเรื่อปรากฎบนใบหน้าและใบหูของทุกคนอย่างเขินอาย
“เจ้าทำอะไร?” เตียนชิงเอ๋อทำเสียงดุ รีบดึงมือและจับคอเสื้อให้ปิดกระชับเหมือนเดิม
“อาเฉิน” เซี่ยนหยูมองไม่เห็นรอยสัก เขาหันไปมองหน้าเตียนชิงเอ๋อและหลุดปากออกมาด้วยอาการเหมือนหาของรักไม่เจอ กระวนกระวาย ดวงตาเริ่มแดงมีน้ำใสเอ่อคลอ
“ตึก” เสียงเข่ากระแทกพื้น ดังเกือบพร้อมกันของชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ไม่ไกล พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างรีบร้อนบางคนรีบจนเข่ากระแทกกับพื้นหัวเข่าแทบแตก น้อมกายก้มหน้า หัวแทบติดพื้น
เตียนชิงเอ๋อปล่อยคอเสื้อของเด็กหนุ่ม แล้วหันหน้าตรงน้อมกายก้มหน้าแทบติดพื้นเช่นกัน
เซี่ยนหยูมองทุกคนก้มหน้าอย่างนอบน้อม จึงเงยหน้า หันไปมองทิศทางที่ทุกคนก้มหน้าคาราวะให้
เขามองเห็นบุรุษร่างสูงใหญ่สมส่วนสวมอาภรณ์สีขาวขลิบทองกำลังเดินตรงมาที่พวกตนอย่างรีบเร่ง เขาเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนมองเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้นชัดเจน
