ตอนที่ 5
ท่ามกลางความโกลาหลในห้องผ่าตัดขนาดเล็ก อีริคกลับนั่งสูบบุหรี่มองผืนฟ้าที่มีดมิดอยู่ตรงระเบียง มีไอ้บลูโน่ที่พึ่งฟื้นจากการถูกช๊อตนั่งสะลืมสะลืออยู่ตรงพื้นข้างๆเก้าอี้
"นายมึงจะรอดไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับดวงก็แล้วกัน ถ้าไม่รอดมึงก็อยู่กับกูที่นี่แหละถือว่าชดใช้ความผิดก็แล้วกัน ว่าแต่มึงได้นิสัยดื้อๆมาจากนายมึงบ้างหรือเปล่า ถ้าซ่ามากก็ยิงทิ้งอย่างเดียว เลี้ยงไว้เสียข้าวสุก"
"งื๊ดๆ"
"เออเว้ยฉลาดซะด้วย หลังจากที่นายมึงฟื้นแล้วก็สั่งสอนนายมึงซะบ้าง ดื้อชิบหาย"เขาส่ายหัวไปมาด้วยความอ่อนใจ
"นายครับ"
"อือว่าไง"
"เจโลรอดแล้วครับ"
"อืม ไปพักเถอะทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ไอ้เด็กนั่นคงไม่มีฤิทธิ์ลุกขึ้นมาอาละวาดหรอก"เขาเคาะเศษขี้เถ้าของบุหรี่ลงกับที่เขี่ย
"ครับนาย ว่าแต่ นายยังจะเอาเขาไว้ใช้งานจริงๆหรือครับ"
"อืมฉันเห็นแววในเด็กคนนี้เอาเถอะน่ะ เดี๋ยวจัดการเอง นายไปพักเถอะ"
"ให้ตามคนมาช่วยผ่อนคลายซักคนดีมั๊ยครับ"เขาโบกมือห้าม ทอมก้มหัวลงแล้วออกจากห้องพักไป เขากลับเข้าห้องก็เห็นทอมจัดการเตรียมชุดนอนให้เขาแล้วเรียบร้อย
"หึ อันที่จริงแล้วหน้าที่แบบนี้ใช้เจโลน้อยน่าจะดีกว่า"เขายกยิ้มมุมปากเมื่อคิดเรื่องดีๆในหัวขึ้นมาได้ เขาเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวออกมาเสียงไอ้บลูโน่ที่หอนอยู่ตรงระเบียงทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังมีตัวภาระอีกตัวหนึ่งอยู่ด้วย
"ไอ้โน่มึงจะไปเยี่ยมนายมึงมั๊ย ไปก็เลิกหอนมาได้แล้ว"เขาตะโกนบอกหมาและเห็นมันเดินเตาะแตะเข้ามานั่งแหมะอยู่ตรงปลายเท้า
"เออฟังภาษารู้เรื่องนี่หว่า ฉลาดกว่านายมึงที่นอนแซ่วอยู่บนเตียงอีก ไปดูกันมั๊ย"
"โอ่ง"
"เอองั้นตามมา"เขาเดินออกไปยังห้องพักฟื้นที่จัดเอาไว้ชั้นล่าง เป็นห้องเก็บของที่ถูกจัดเสียใหม่ให้เป็นห้องพักของมันโดยเฉพาะ โดยไม่เปลี่ยนเสื้อคลุมสีดพเป็นมันที่สวมอยู่ออก
"ไงหมอ อาการล่ะ"เขาเดินเข้าไปหยุดข้างเตียงมองใบหน้าซีดขาวที่นอนอยู่ และไล่สายตาตามแขนไปยังขวดน้ำเกลือที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ
"อาการทรงตัวแล้วครับ กินยาตามที่ให้และบำรุงเสียหน่อยก็ฟื้นตัวแล้ว"
"มียาแก้ดื้อหรือยาแก้หัวรั้นมั่งมั๊ยหมอ"
"ฮ่าๆๆๆ ถ้ามีก็ดีสิครับจะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้"หมอเกรย์ทำหน้าที่นี้ยาวนานมาพอๆกับอายุของอีริค หรืหอจะให้พูดก็พูดได้ว่าหมอเกรย์เป็นผู้ทำคลอดอีริคออกมาและเป็นหมอประจำของเมแกนมาทั้งชีวิต
"เบาๆบ้างเถอะครับ สงสารเขาคนที่เป็นตำรวจแถมอายุยังน้อยแบบนี้ พึ่งจบใหม่ๆไฟแรงทุกคน"
"ก็ถ้าไม่ปรามเสียแต่ตอนนี้ผมจะใช้งานเขาได้หรือครับ"อีริคเดินมานั่งเก้าอี้แทนที่หมอ ส่วนหมอเดินไปดูการหยดของสายน้ำเกลือแทน
"ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ใจร้ายกับใครๆแต่เพราะความจำเป็น นี่แหน่ะริคกี้ผมจะเตือนคุณไว่ก่อน เด็กคนนี้เป็นเด็กดี ถ้าคุณอยากให้เขาอยู่กับคุณและเชื่อฟังคุณน่าจะใช้ไม้นวมมากกว่าไม้แข็ง ยิ่งคุณแข็งเท่าไหร่เขาก็สะท้อนกลับมาแรงเท่านั้น"เกรย์ถอนหายใจ
"ดูอย่างตอนนี้สิ เขาเลือกที่จะตายดีกว่าอยู่ใต้อาณัติของคุณเสียอีก และที่สำคัญที่สุด คุณมีค่าน้อยกว่าหมาบลูโน่"หมอเกรย์หัวเราะน้อยๆอยู่ในลำคอ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีริคมีนิสัยยังไงก้ในเมื่อเขาเป็นคนเลี้ยงดูมา อาชีพและต้นตระกูลของเมแกนถูกหล่อหลอมมาจากความโหดร้าย ดังนั้นไม่ผิดที่อีริคจะมีนิสัยหยาบกระด้างไปบ้าง (หรือเปล่า)
"เหอะๆไอ้เด็กเปรตนี่ จริองๆแล้วผมอยกได้ตัวเขามาทำงานให้ผม แต่ท ั้งไม้แข็งไม้อ่อนผมยังเอาชนะไม่ได้ แต่ผมมีวิธีของผม เกรย์คุณช่วยเตรียมของพวกนี้ให้ผมหน่อย"อีริคบอกสิ่งที่ต้องการ เกรย์ได้ยินถึงกับอึ้ง
"คิดอะไรอยู่"
"ผมว่าเกรย์รู้ดีแก่ใจ สิ่งที่ผมสั่งมันเอาไว้ใช้ทำอะไร"
"ผมว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี"
"เอาน่า เรื่องนี้ผมจัดการเอง เกรย์เถอะเตรียมฉุกเฉินไว้ด้วยไม่รู้ว่าเด็กบ้านี่้จะตอบโต้กลับยังไง"
"ถ้าคุณแน่ใจผมก็ขัดไม่ได้จริงมั๊ยล่ะ เอาล่ะไปนอนพักเถอะพรุ่งนี้เจโลฟื้นมาคุณต้องเจอเรื่องปวดหัวอีกแน่ๆ"
"ฝันดีเกรย์
"ฝันดีริคกี้"มีคนเดียวที่มีสิทธิ์เรียกชื่อเขาเช่นนี้ เขาคาบบุหรี่เอาไว้ในปากโดยไม่จัดและปล่อยบลูโน่ทิ้งไว้ให้เฝ้านายมันอยู่แบบนั้น อาการยามเช้ามันสดชื่นเกินกว่าที่จะเอาเรื่องรกสมองเข้ามาใส่ไว้ในหัว แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เขากำลังนั่งจิบกาแฟและกินอาหารเช้าอยู่ตรงระเบียงพร้อมกับหนังสือพิมพิ์ที่เกี่ยวกับตลาดหุ้นโดยเฉพาะ
"นายครับ นาย"
"เอะอะอะไรแต่เช้า"
"โธ่นายครับ คุณสั่งห้ามไม่ให้พะวกผมทำร้ายเจโล ตอนนี้คนที่เฝ้างอมไปตามๆกันแล้วนะครับ อีกนิดเดียวเกรงว่าเขาจะออกไปนอกบ้านทั้งที่เป็นแบบนั้น"ทอมมีสีหน้าเดือดร้อนมารายงาน เขาได้ยินก็พับหนังสือพิมพิ์ลงวางบนโต๊ะช้าๆ
"คนในบ้านเรามีทั้งหมดเท่าไหร่"
"ในบ้านมีประมาณห้าสิบคนครับ"
"เจ็บไปกี่คน"
"ประมาณยี่สิบ"
"อืม คนป่วยขนาดนั้นมันจะทนไปได้ซักกี่น้ำ ถ้าเจ็บมากๆก็ซัดซักป๊าบให้หายดื้อ แต่อย่าทำร้ายจนเกินไปหล่ะ ให้คนของเราลงไปทั้งหมดนั่นแหละ คงต้องฝึกกันใหม่หมดถ้าคนห้าสิบคนสู้คนป่วยคนเดียวไม่ได้ เดี๋ยวฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะลงไป อ้อทอม! จำไว้อย่าให้เจ็บเยอะล่ะ"เขาลุกเข้าไปจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า ผิวปากเพลงโปรดของตัวเอง พอเสร็จก็ชะโงกหน้าลงไปยังพื้นข้างล่างจากระเบียง ภาพที่เห็นคือไอ้บลูโน่เห่าคนที่จะเข้าไปทำร้ายเจโล ส่วนเจโลยืนเซไปมาทรงตัวแทบจะไม่อยู่ มีหมอเกรย์ยืนถือเข็มอยู่ข้างๆ เขาใช้สองนิ้วใส่ปากผิวเสียงดัง ลูกน้องทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเงยหน้าขึ้นมองตามสัญญาณเสียง
"จับไว้"สิ้นคำสั่งคนชุดดำต่างกรูเข้ารุมคนที่ยืนยังเซจนมิด หมอเกรย์ถอนหายใจเฮือกอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนที่ดิ้นอยู่ในกลุ่มคนชุดดำขยับไม่ได้แล้ว
"เจโล หมอฉีดยาชาให้นะ"จบปรโยคหมอก็ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อแขนทันที สิ่งที่ตามมาเพียงห้านาทีคือเจโลที่ชาไปทั่วร่างไม่สามารถขยับได้อีก
"หมอออ ทามมมอาาารายยย"เขาไม่รู้ซักนิดว่าน้ำเสียงที่พูดยานขนาดไหน
"เอาน่าคุณจะสบายขึ้น"หมอเกรย์ยิ้มให้ หันมามองคนมาใหม่ที่ยืนเอาสองมือล้วงกระเป๋าท่าทางสบายใจ
"ไง มีแรงแต่เช้าเลย พวกนายเอาเขาขึ้นไปไว้ที่ห้องฉัน"เกรย์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำสั่ง
"จะเอาของที่สั่งไว้เดี๋ยวนี้"
"เฮ้ริคกี้ ใจเย็นก่อนเถอะ รอให้เขาฟื้นตัวมากกว่านี้ดีกว่า"
"ไม่ล่ะผมอยากได้เลย อันที่จริงเขาก็แค่อ่อนเพลียไม่ใช่หรือไง"
"เห้อ ตามใจ งั้นเดี๋ยวผมจัดให้ แต่ระวังหน่อยนะ ร่างกายอ่อนแอแบบนั้นน่ะ"
"เอาน่า หมอไม่เชื่อใจผมหรือไง"
"หึหึ คาสโนว่าตัวพ่ออย่างคุณมีหรือผมจะไม่เชื่อใจ แต่ผมกลัวเด็กใจนั่นมากกว่า"
"เรื่องเล็ก"อีริคยักไหล่แล้วเดินจากไปทิ้งให้เกรย์ส่ายหน้าไปมา เอาจริงเถอะตั้งแต่เขาเลี้ยงดูริคมามีเพียงครั้งนี้เท่านั้นที่อีริคเริ่มมีปฏิกริยากับผู้อื่น นอกนั้นเขาไม่เคยแสดงอาการเช่นนี้เลย แม้กระทั่งผู้หญิงที่น่าสงสาร
"ร่างที่ชาจนขยับไม่ได้ถูกวางเอาไว้นเตียงในห้องนอนหรู ผ้าม่านถูกรูดเปิดออกจนสว่างจ้าไปทั่วห้อง ไอ้บลูโน่ที่เดินตามนายมันเข้ามาในห้องกระโดขึ้นเตียงแล้วไปนอนหมอบข้างๆ
"ไอ้หมาไร้ปแระโยนช์ เป็นความผิดกูเองที่ไม่สอนมันกัดคน"เจโลนึกโมโหตัวเองในใจ ตัวใหญ่ซะเปล่าได้แต่เห่า ทุกคนที่ยืนเฝ้ามีแผลคนละเล็กละน้อย รอยข่วนบ้างรอยกัดบ้างผมเฝ้ายุ่งเหยิงจนหมดสภาพบอดี้การ์ดระดับเกรดเอ
"พวกนายออกไปได้"อีริคสั่งคนให้อกไปจากห้อง เจโลมองคนที่เข้ามาใหม่ด้วยความโกรธ ไอ้หมอนี่ขนาดอยู่บ้านมันยังใส่สูทผูกไทป์ ไม่อึดอัดหรือไงวะ ในมือของมันถือถาดอะไรซักอย่าง มีทั้งขวดยา และซองยา แถมมีไซริงค์อีกอันด้วย หรือมันจะฉีดยาให้เขาอีก เขาพยายามขยับตัวแต่ไร้ผล
"กลัวเหรอ"อีริคเดินมานั่งข้างเตียงมองคนที่พยายามดิ้นหนี
"เอ๊านอกจากไม่สบายแล้วเป็นใบ้ด้วยแฮะ"
"ไป!"
"ไปไหนล่ะ นี่ห้องฉัน"อีริคไขว้ห้างแกว่งขาไปมาด้วยความสบายใจ มองสำรวจคนที่นอนอยู่ ใบหน้าซีดๆเริ่มมีสีเพราะความเหนื่อย และมีรอยขีดข่วนจากการต่อยตีเมื่อครู่ ร่างกายที่ผอมลงจากการเจอกันครั้งแรกดูบอบช้ำไปมา ข้อมือสองข้างที่ถูกพันด้วยผ้ากอสมีเลือดซึมเล็กน้อย
"ไหนดูข้อมือหน่อย"อีริคคว้าข้อมือขึ้นมาดูแล้วค่อยแกะผ้าพันแผลออกช้าๆก่อนจะเปลี่ยนผ้าให้ใหม่
"เจ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย คุยกับดีๆแบบอารยชนเค้าคุยกัน"อีคิรละสายตาจากข้อมือเจโลแล้วมองหน้าคนที่นอนอยู่
"นายจะไม่พูดก็ได้นะ แค่ฟังฉันก็พอ นายก็รู้ว่าฉันเป็นมาเฟีย"
"เหอะ"เจโลกระแทกเสียง หูยังผึ่งฟังว่าอีริคจะว่าอะไร
"แล้วแต่นายเลยเจโล ทีนี้ฉันต้องทำงานหนักมาก เรื่องยาเสพติดไม่มีอยู่ในหัวฉันเกลียดที่สุดโดยเฉพาะเรื่องนี้ ส่วนเรื่องอื่นฉันหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนที่พึ่งพาฉันมีไม่น้อย การเป็นมาเฟียไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายเสมอไป แปลกตรงไหนที่ฉันรวยและมีผู้คนเข้ามาน้อมน้อมแก่ฉัน"
"ไอ้หลงตัวเอง"ยาชาที่หมอให้ใกล้หมดฤิทธิ์ทำให้เขาตอบโตได้บ้างเพียงแต่ร่างกายยังไม่มีแรงเท่านั้น
"นายอยากรู้หรือเปล่าล่ะว่าวันๆมาเฟียอย่างฉันทำิอะไรบ้าง"
"ไม่ใช่เมียจะอยากรู้ไปทำไมวะ"อีริคนับหนึ่งถึงสิบในใจ ก่อนจะทำหูทวนลมกับประโยคนั้น
"นายนี่นะ"เขาเขี้ยวฟันด้วยความโมโห
"เอาล่ะๆช่างมันเถอะ แต่ว่าเรื่องที่ฉันอยากให้นายเป็นสายน่ะ มันเกี่ยวกับผลประโยชน์บ้านเมืองของเรานะ"
"พวกกูเกี่ยวแต่มึงไม่เกี่ยว เชี่ย!"อีรคิทนไม่ไหวฟาดฝ่ามือลงบนสะโพกที่นอนคะแคงอยู่จนได้ยินเสียงเพี๊ยะ
"เป็นลูกเป็นหลานจะตบให้ฟันร่วง"เขาขู่
"แล้วกูต้องแคร์มึงป่าวล่ะ"อีริคยกยิ้มมุมปาก
"อ้อเรื่องแคร์ไม่แคร์นี่มันต่อจากนี้ล่ะ มาๆทำแผลก่อน"อีริคผิวปากอย่างอารมณ์ดีระหว่างทำแผลให้เจโล
"ไม่ต้อง"
"เอาน่าเด็กดี"เขายังฮัมเพลงที่ทำนองเพี้ยนๆไปเรื่อยๆ จนครบทั้งสองข้าง
"นายว่า....ถ้านายมีใครซักคนแบบมีผัวอะไรแบบนี้ นายจะเห็นแก่เค้าหรือเปล่า"
"ผัวพ่อง"
"ไม่สิ ผัวลูกนี่แหละ"
"ไอ้อีริค มึงคิดเหี้ยๆอะไรในหัวอีกแล้ววะ"เจโลตวาดชักเริ่มใจคอไม่ดีกับสายตาวิบวับนั่น พยายามจะขยับตัวออกห่างแต่ทำไม่ได้
"คิดอะไร มึงจะมารู้ดีกว่ากูเองได้ไง"
"กูไม่ไว้ใจสายตามึงเถอะ เรื่องเหี้ยๆนี่ไม่มีใครเกิน"
"แหมรู้ใจซะด้วย"อีริคจับเจโลที่ยังไม่มีแรงให้นอนหงาย มองนิ่งๆครู่ใหญ่ แล้วใช้มือลูบตามขอบเสื้อเชิ๊ตของเจโล
"อะไร มึงคิดจะทำอะไรวะ ปล่อยกูนะเว้ย"อีริคไม่ตอบแต่หันไปหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมาชูระดับสายตา แล้วกดปลายไซริงค์เพื่อไล่ลมออก เจโลหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นมัน เพราะไม่รู้ว่าอีริคกำลังตั้งใจจะทำอะไร
