ผู้หญิงที่กล้าตบป๋องแป๋ง
ปรากฏลงมาในชุดเสื้อยืด กางเกงยีน สวมทับด้วยแจ๊กเก็ตยีนสีเดียวกับกางเกง แถมด้วยรองเท้าบูท เทเรซ่านั้น อยู่ในชุดเสื้อยืดของเขาที่กลายเป็นชุดโอเวอร์ไซซ์ของหล่อน ภายใต้เสื้อผ้านั้น มีเพียงกางเกงในจีสตริงสวมอยู่ และใส่เพียงถุงเท้า
เขาเดินก้าวฉับๆ หน้าเชิดแบบหนุ่มมั่น จริงๆ อยากจะสวมสูทหรูๆ ลงมารับเจ้าหล่อน แต่ก็จนใจเพราะไม่มีสูท นี่คือชุดที่ดีที่สุดในตอนนี้ หึ...มันคือยีนของหลุยส์เลยนะ คนไทยกับแบรนด์เนม ใครใส่ก็ถูกมองว่ารวย เขามั่นใจว่ายัยเป็ดนั่น ก็ต้องมองว่าเขาอยู่ดีไม่มีอด รวยด้วย ที่มาชุบตัวที่นี่ อยากจะยืมเงินไอ้คาร์ลมาเข้าแบงค์ให้หล่อนดู อวด ว่าเขามามีอาชีพดีๆ เริดๆ เป็นยูทูบเบอร์ล้านซัพ (ยืมซัพไอ้คาร์ลมา) ยอดวิวเป็นสิบล้าน (ยืมวิวไอ้คาร์ลมา) และกำลังเรียน มีเมีย (ชั่วคราว) สวยเซ็กซี่เหมือนมาลิรีน มอนโร แค่นี้หล่อนก็จะขี่ม้าสามศอกไปบอกพ่อกับแม่ ว่าเขามีความเป็นอยู่ดีๆ ไม่ต้องมาตามหรอก เขาไม่กลับ และหล่อนน่ะ ก็ควรจะสำนึก ว่าไม่มีทางได้เขาเป็นผัว
พอถึงห้องโถงรับแขกของบ้าน ที่คาร์ลกำลังนั่งจ้องผู้หญิงคนหน้าด้วยสายตาเยิ้มหยาด เขาก็ทำคอแข็ง หล่อนหันขวับมาในทันที ยัยเป็ด! เขาไม่เจอแบบจังๆ มากี่ปีแล้วนะ โตขึ้นมาก ผอมลงนิดหน่อย แล้ว...ไปให้สไตล์ลิสต์ที่ไหนแต่งตัวให้นะ ถึงได้ดูดี ดูหรูขนาดนี้
เมื่อตาคมสวยสีน้ำตาลอ่อนเกือบจะเป็นสีทองนั่น สบเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเขา หล่อก็ลุกพรวด แล้วเดินก้าวเดียวพรวดถึงเขา ก่อนที่ปรากฏจะทันได้อ้าปากพ่นพูดตามใจคิด ฝ่ามือบางนั่นก็ฟาดเปรี้ยงลงมา
เพียะ!
"อะ ยัย..."
"ไปเก็บของ กลับบ้านกับฉันเดี๋ยวนี้นะคุณป๋องแป๋ง"
เขาอ้าปากหวอ เอามือกุมแก้มไว้แบบนั้น ยัยเป็ดนี่ กล้าตบเขา! อะไรวะ กล้าดียังไงมาตบเขา
ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงเข้มงวดนั่น ก็ทำให้เขาสะดุ้ง
"จะรีบไปเก็บดีๆ หรือจะให้ฉันจิกหัวคุณไปทำ หะ"
"อะ เอ่อ โว้ย! เป็นบ้าเหรอหะ ยัยเป็ด มาถึงก็ตบ แล้วก็สั่ง เป็นแม่ฉันเหรอ" สติมา สกิลปากก็ตามมา หนนี้มทินา ที่สูงแค่อกเขา แต่ในความรู้สึกโกรธที่พลุ่งพล่านคุกรุ่นมันทำให้เธอมีพลัง ราวกับว่าเธอร่างกายสูงใหญ่กว่าเขาสักสามเท่า
"เอ่อ! เป็นยิ่งกว่าแม่อีกตอนนี้ ไปเก็บของด่วน คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ในไอซียู ฉันติดต่อมาแทบตาย คุณก็ไม่ติดต่อกลับ ไอ้คนทรพี ไอ้เลว ถ้าไม่อยากให้ฉันด่ามากกว่านี้ ก็รีบไปเก็บของ"
"หะ อะไรนะ"
"คุณพ่อกับคุณแม่โดนรถชน" ตาโตสวยของเธอแดงก่ำ แต่เธอไม่ได้ร้องไห้ มองจ้องเขาอย่างดุดัน ปรากฏมือสั่นตั้งแต่ได้ยินเธอบอกว่าพ่อกับแม่ของเขาอยู่ในไอซียู
"ไปสิ! ไอ้คุณป๋องแป๋ง"
"คะ ครับ"
เขาวิ่งแจ้นกลับขึ้นมาเก็บของทั้งหมดกวาดลงกระเป๋า ไม่รู้ล่ะว่าลืมอะไรบ้าง แต่ช่างมันให้ไอ้คาร์ลเก็บตามหลังไปให้
เมื่อเห็นเขาลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง มือบางก็จับมือเขา แล้วพาเดินจ้ำอ้าวออกไปจากบ้านเช่า ตรงไปขึ้นรถ เธอไม่พูดกับเขาสักคำ ตาเมินมองไปข้างนอก เขานั่นก็สั่นไปหมดทั้งตัว เธอเพียงแค่ปรายตามา และยื่นโทรศัพท์ที่เปิดหน้าจอภาพของพ่อกับแม่ที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน เขารับไป เปิดดู น้ำตาของเขาเริ่มเอ่อ
เหี้ย...
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
ระหว่างที่เขากำลังทำตัวเสเพล ประชดประชัน แกล้งพวกท่าน ด้วยการไม่ยอมติดต่อกลับไป กับเธอ เขาแชตไปอวดหนนั้นแล้ว ก็บล็อกเธอซะ กะว่าอีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์จะเข้าไปแกล้งเธอใหม่
ทุกคนที่เมืองไทยตอนนี้ติดต่อเขาไม่ได้ แม้กระทั่งเพื่อนรักทั้งสาม เขานึกรำคาญพวกมัน เรื่องที่บอกให้เขากลับบ้าน เขาเลยประท้วงด้วยการจะงดติดต่อพวกมันสักเดือน พอให้เป็นห่วง...แล้วค่อยติดต่อกลับไปให้พวกมันด่า
เขาไม่รู้เลย ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นแบบนี้
ปรากฏร้องไห้เงียบๆ เพราะรู้สึกผิด...คนข้างตัวเขาปรายตามอง เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นน้ำตาของผู้ชายร้ายกาจคนนี้ มือเธอกำเข้าหากันแน่น อยากจะตบเขาอีกสักสี่ห้าหน ที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายแบบนี้
เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าถือ แล้วยื่นส่งห่อทิชชูให้กับเขา ปรากฏมองแล้วพึมพำขอบคุณ เสียฟอร์มเป็นบ้า ที่มาร้องไห้ต่อหน้าเด็กนี่ เขาเอาโทรศัพท์คืนเธอ และเมินไปนอกหน้าต่าง
เขาไม่ได้ซัก เธอก็ไม่ได้พูด ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ กระทั่งเขาถูกพามาสนามบิน
เขาหวังว่าพวกท่านคงจะรอเขา พวกท่านจะต้องปลอดภัย เขาจะเป็นลูกที่ดีต่อไปนี้ เขาภาวนากับทุกสิ่งที่ตัวเองนับถือ
น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งอีกหน เขาหลับตาลงเอนพิงกับพนักเบาะผู้โดยสาร และรัดเข็มขัดนิรภัยเพื่อเตรียมเหินฟ้ากลับเมืองไทย
เขามันเป็นลูกที่แย่มากจริงๆ
