บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 คนที่ดี

บทที่ 4 คนที่ดี

ม่านตะวันไม่คิดว่าหลังจากที่เธอพูดประชดประชันแหย่ประสาทเขาเล็กน้อยออกไปแล้ว ปฏิกิริยาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีจากที่ควรโมโหจนฟาดงวงฟาดงาเหมือนอย่างที่เคยทำ

ยศชัยกลับทำสิ่งแปลกใหม่นั่นคือยกยิ้มคล้ายว่ารู้ทันเธอเพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างสูงของเขาจะก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเรียกว่าแนบชิดกันได้เลย

แต่เพราะความตั้งใจที่พาเธอกลับมาในวันนี้มีมากกว่าความหวาดกลัว ม่านตะวันจึงเชิดหน้าขึ้นใช้ดวงตาคู่เศร้าสบสายตาเขาตอบกลับไปอย่างไม่หวั่นไหว

“หึงที่ผู้หญิงคนอื่นอยู่ใกล้ฉัน…มันถึงกับต้องประชดประชันขนาดนี้เลยเหรอ?”

ยศชัยอยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำสนิท กลิ่นน้ำหอมร้อนแรงของเขาแตะปลายจมูกทันทีที่เข้าใกล้

ม่านตะวันคิดว่าการไม่ได้เจอกันนานจะทำให้มันเลือนรางในความรู้สึก แต่ไม่เลยความเป็นเขามันกลับฝังแน่นอยู่ในความทรงจำเธอไม่เคยจางไป

กลิ่นกายของเขาเหมือนเปลวเพลิงแผดเผาเธอจากภายใน ราวกับจะให้ตนมอดไหม้ไปทั้งตัว

“ม่าน...ไม่ได้ประชด” เธอตอบเสียงเบาทว่านุ่มนวล ดวงตากลมแสนเศร้านั้นยังคงจ้องเขาแน่วแน่ ไม่ละสายตาแม้เพียงนิดเดียว

“ต่อให้เธออยากประชดฉันแค่ไหน...ก็ไม่มีสิทธิ์นั้น”

แววตาของเขาเหยียดหยาม แต่ร่างกายกลับเคลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะเฉียดโหนกแก้มของเธอ

ม่านตะวันเบือนหน้าหนีทันควันและท่าทางแบบนี้เรียกอารมณ์ขุ่นเคืองในใจยศชัยขึ้นมา ก่อนที่เสียงหัวเราะแผ่วต่ำจะดังลอดออกจากลำคอ

“คิดว่าฉันพิศวาสเธอขนาดนั้นหรือไง...ทำเหมือนไม่เคยมีอะไรกันไปได้ หรือว่ามันนานจนลืมไปแล้วว่าต้องครางยังไงเวลาอยู่ใต้ร่างฉัน!” คำพูดของเขายังคงหยาบกระด้างและเย้ยหยัน

ฝ่ามือใหญ่บีบสะโพกเธอแน่นและรั้งร่างบางให้แนบเข้ามาชิดจนลมหายใจแทบประสานกัน

“ยอมฉันทุกท่า ทุกที่ที่ฉันต้องการไม่ว่าจะตรงไหน…ที่กลับมานี่ก็ต้องการเสนอฉันแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?”

ท่าทางของทั้งสองในตอนนี้แทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกันอีกต่อไป

“คุณยศ!” ขนาดที่ว่าเธอเรียกเขาเสียงดัง ยศชัยก็ยังไม่ยอมขยับตัว ต่อให้ม่านตะวันไม่พอใจในคำพูดของเขา แต่เธอจะกล้าทำอะไร

ยศชัยหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะก้มหน้าซุกไซ้ซอกคอของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวลากไล้ไปตามผิวเนื้อ และเขาก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง

“ถ้ารับไม่ได้กับสิ่งที่ฉันพูดจะตบหน้าฉันสักทีเพื่อระบายความแค้นก็ได้นะ” เขาท้าทายในสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าม่านตะวันจะไม่มีวันทำ

ใบหน้าคมคายยื่นแก้มเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นม่านตะวันยังคงยืนนิ่งราวกับหุ่นปั้นเขาก็หัวเราะออกมาแทน

“เธอไม่มีความกล้าขนาดนั้น! ไม่งั้นคงไม่ซมซานกลับมา! และสิ่งที่ฉันพูดถึงเธอ มันยังไม่แรงเท่าสิ่งที่เธอทำลงไปเองเลยด้วยซ้ำ!!”

คำพูดร้ายกาจพวกนี้เขาใช้มันกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่าและมันก็เหมือนคมมีดซ้ำเดิมที่กรีดลงตำแหน่งเดิมจนแทบไม่เหลือความรู้สึกให้เจ็บอีกต่อไป

เขาก็เป็นคนไล่เธอเองไม่ใช่เหรอ…ม่านตะวันเจ็บจนชา

หัวใจมันด้านชาไปหมดแล้ว แต่เพราะสิ่งที่ยศชัยพูดคือเรื่องจริง!

“เกลียดฉันแล้วยังไง โกรธฉันแล้วยังไง สุดท้าย…ก็ฉันคนนี้ไม่ใช่เหรอที่เธออยากได้เป็นผัวจนตัวสั่นถึงขนาดปีนขึ้นเตียงก็ทำมาแล้ว! แค่นี้จะทำตัวสูงส่งไปทำไม!”

เมื่อได้ยินคำพูดดูถูกเหยียดหยันขอบตาของม่านตะวันแดงก่ำ เธอปัดมือหนาที่ลูบสะโพกตนเองออก ยศชัยจึงดึงชายกระโปรงชุดเดรสเธอขึ้นสูง

ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่ง และสุดท้ายม่านตะวันก็สู้แรงเขาไม่ได้

“เอาสิ! ตบฉันสิ! กล้าไหม!” ดวงตากลมโตสั่นระริกพยายามกลั้นน้ำตาไว้ แต่มือบางกลับยื่นขึ้นมาวางบนหน้าอกแกร่งของเขาแทน

“ม่านจะกล้าทำแบบนั้นกับคุณได้ยังไงคะ…” เธอพูดขณะใช้นิ้วเรียวแตะปลายเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำที่เขาสวมใส่

ส่วนสายตาช้อนขึ้นมองคนเป็นสามีอย่างไม่มีความขุ่นเคือง แต่แววตากลับแฝงไปด้วยแรงดึงดันรุนแรงอย่างเร้นลึก

ทั้งที่จะร้องไห้อยู่รอมร่อ แต่ก็ยังใจกล้าแตะจุดอ่อนของเขา ยศชัยแค่นหัวเราะ

“คิดว่ายั่วกันแค่นี้ ฉันจะใจอ่อนหรือไง” เขาหัวเราะเยาะก่อนจะกดยิ้มร้าย มือหนาสะบัดมือบางที่แตะหน้าอกออก เสียงหัวเราะของเขาเย็นชาและบาดลึกลงไปถึงหัวใจของเธอ

“ม่านไม่กล้าทำแบบนั้นกับคนที่ดีกับม่านหรอกค่ะ”

ม่านตะวันทำใจดีสู้เสือยิ้มอ่อนหวานให้เขาทั้งที่ขอบตาแดงก่ำ มือของเธอสั่นเทาจนกลายเป็นเรื่องตลก

ยศชัยเห็นคนที่พยายามเล่นละครตบตาเขาก็หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหยียดหยันผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทันที

“คิดว่าวิธีโง่ ๆ แบบนี้จะทำให้ฉันดิ้นเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวกเพราะอยากได้เธอจนตัวสั่นหรือไง!”

“ม่านมาที่นี่แค่อยากเจอคุณยศ…”

อยากเจอเขา แต่กลับเลือกเดินอ้อมเข้าทางหลังบ้าน? ม่านตะวันคิดว่าเขาโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง!!

“เธอจะปั่นหัวใครก็ได้แต่ไม่ใช่ฉันม่านตะวัน!”

ยศชัยรู้ดีเลยละว่าม่านตะวันเชี่ยวชาญแค่ไหนเรื่องการปั่นหัวคน

“ม่านเปล่า…” ม่านตะวันสูดน้ำมูกและขยับกายเข้ามาใกล้เขา ในเมื่อวางมือลงบนอกไม่ได้เธอก็ขอเป็นจับเสื้อของเขาแทน

“ไม่ไปเรียนต่อแล้วหรือไง?” ยศชัยประชดถาม

“ม่านอยากกลับมาดูแลคุณยศ” พอได้ยินแบบนี้ยศชัยหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวกวาดตามองเธอแล้วเหยียดยิ้ม

ยศชัยรู้ดีว่าอะไรคือเหตุผลแท้จริงที่ผู้หญิงที่เอาแต่เอะอะก็เรียนต่อ ๆ วันนี้ถึงได้กลับมาหาเขา!

เพราะสำหรับม่านตะวันการเรียนมันไม่ใช่เป้าหมาย แต่มันคือทางหนี…หนีหน้าเขา!

แต่ตอนนี้เธอยอมกลับมาพร้อมกับท่าทางอ่อนโยนเหมือนลูกแมวน้อยที่กำลังขอความเมตตา

มันจะมีเหตุผลอะไรอีก นอกจากปอกลอกให้เขาช่วยเหลือครอบครัวเธออีกครั้ง!

“ได้ไหมคะ…”

“ฉันไม่สนธุรกิจโง่ ๆ ของครอบครัวเธอ...”

เสียงของยศชัยเย็นเฉียบและแข็งกร้าว ม่านตะวันเม้มริมฝีปากแน่นแต่ยังขยับกายเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิม

ยศชัยรู้เรื่องครอบครัวเธอแล้ว…รู้ก่อนที่เธอจะมาบอกเขา

“หรือว่าคุณยศไม่ต้องการม่านแล้ว…”

“ฉันไม่เคยต้องการเธอม่านตะวัน อย่าสำคัญตัวผิด!”

ยศชัยมองเธอแล้วก้มลงมองท่อนแขนเรียวที่ยกขึ้นกอดเอวสอบ กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอลอยเตะปลายจมูกเขาอย่างน่ารำคาญใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน

“จริง ๆ แล้ว...ม่านไม่ได้แค่อยากเจอคุณยศ”

เสียงของเธอเบาแต่หนักแน่นในความหมาย มือบางประสานกอดร่างหนาสายตาหลุบต่ำไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ

“แต่ม่าน...คิดถึงคุณยศค่ะ”

เขาไม่พูด ไม่ขยับ ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เธอเห็นว่าทำถึงขนาดนี้เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร ม่านตะวันจึงลดมือลง

“แต่ถ้าคุณยศไม่คิดถึงม่าน อ๊ะ!”

คำพูดของเธอสะดุดลงเมื่อเขาวาดแขนรวบร่างบางเข้ามาแนบแน่น ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนลำคอขาวหอมกรุ่น เขากอดแน่นเสียจนเธอแทบจมหายไปในอกแกร่งนั้น

“ฉันก็อยากจะรู้…ว่าความคิดถึงของเธอรอบนี้ ฉันจะต้องเสียอีกกี่บาท!” น้ำเสียงของเขาเยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยแรงอัดอั้นที่กำลังจะปะทุ

ปากร้อนฉกวูบลงอย่างไม่ให้ตั้งตัว ก่อนที่ปลายเท้าของม่านตะวันจะลอยขึ้นพ้นพื้น

ร่างบางถูกดันกระแทกกับผนังห้องอาหาร

ปึง!

“คุณยศ!” เสียงของเธอขาดห้วง มือทั้งสองดันหน้าอกเขาไว้

ร่างกายของเขาทั้งแข็งแรงและร้อนผ่าว มันเต็มไปด้วยแรงที่เธอรู้ดีว่าไม่มีวันต้านไหว

จูบของเขาหนักแน่นรุนแรงจนเหมือนกำลังเอาเวลาที่เธอหายไปมาลงทัณฑ์กัน

มือหนาของเขาเลื่อนลากฟอนเฟ้นอกอิ่มอย่างร้อนรุ่ม ปากหยักฉกเข้าหาดูดเม้มเสียจนเกิดเสียงของลิ้นที่แลกกัน

“ไม่เจอกันตั้งหลายเดือน…ก็ยังแน่นเหมือนเดิม”

ปลายนิ้วร้ายชำแรกเข้ามาอย่างลึกล้ำ เขาโจนจ้วงควานล้วงในร่องรักจนร่างกายของเธอสะท้าน

“คะ คุณยศ อึกกก ม่านเจ็บ” ยศชัยจูบเธอก่อนจะกัดกลีบปากบางที่สั่นระริก

“เจ็บ…ก็อย่าหายไปนานสิ มาให้ฉันตอกทุกวัน รูเธอมันจะได้ชิน” ประโยคหยาบโลนออกมาจากปากหนาด้วยความเคยชิน

แต่คนฟังเสียใจอย่างที่สุด เธอมองหน้าเขาด้วยแววตาตัดพ้อ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าพูดในสิ่งที่รู้สึก

“แต่คุณก็มีคนอื่น…” ยศชัยฟังสิ่งที่เธอพูดแล้วยิ้ม ม่านตะวันกำลังโยนทุกความผิดมาให้เขา!

“เวลาเธออยากได้อะไรจากฉันเธอก็มา ไม่อยากอยู่เธอก็ไป หมาตัวไหนมันเอาแต่หนีผัวอย่างฉัน! แล้วจะให้ฉันอยู่รอห่าอะไร! เธอมันก็เก่งแต่ปั้นหน้าโกหกปอกลอกเงินฉันไปวัน ๆ นั่นแหละม่านตะวัน!”

เสียงของเขาดังลั่นอย่างไม่ยั้งตัว ม่านตะวันได้ยินก็ยืนนิ่งแต่น้ำตาพานจะไหลออก

ทั้งที่ยศชัยโมโหแสนโมโหเธอ แต่เขาก็ยังคงคลอเคลียไม่ห่าง เสียงหอบหายใจของเขาถี่จัด ทั้งยังขยับข้อมือเข้าหาเธออย่างรุนแรงขึ้นอีกด้วย

น้ำหล่อลื่นที่ไหลเปรอะเปื้อนออกมาเคลือบปลายนิ้วหนายิ่งทำให้ยศชัยรู้สึกรุ่มร้อนและต้องการมากกว่าเดิม

“คุณยศ ปะ ปล่อยม่าน…” สัมผัสของเขาทำให้เธอสะท้าน แม้จะอยากขืนกายหนีแต่ร่างกายกลับโอนอ่อนตามไปทุกจังหวะ

“หนึ่งปีเจอกันครั้งเดียว…แล้วก็ไม่รู้จะเรียนห่าอะไรนักหนา!” ม่านตะวันไม่ขยับหนี เธอกลับยกสายตาขึ้นสบเขาตรง ๆ

ดวงตาคมจ้องมองแววตาตัดพ้อแล้วจึงแค่นหัวเราะ มันควรเป็นเขาหรือเปล่าที่ต้องรู้สึกแทนที่จะเป็นม่านตะวัน!

“ถ้าคุณยศไม่โอเคกับการที่ม่านกลับมา ก็ปล่อยม่าน…”

คำพูดประชดประชันของเธอทำให้เปลวไฟในใจของยศชัยยิ่งลุกโหม

ยศชัยเหมือนนักล่าที่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเหยื่อกำลังยั่วยวนหลอกล่อให้เขาเข้าใกล้มากขึ้น

แม้มันจะอันตรายแต่ยศชัยก็ยังกระโจนเข้าไป!

“ไม่อยากได้แล้วหรือไง...เงินทุนจากฉัน?” ยศชัยกัดฟันถามและไซ้ปลายจมูกกับไหปลาร้าของเธอ

ม่านตะวันเอียงใบหน้าหลบหลีกและใช้ดวงตากลมโตมองเขา ยศชัยเห็นว่าในนั้นแม้มันจะมีความเจ็บปวดฝังอยู่ แต่เธอก็จงใจยั่วยวนกันในคราวเดียว

และก็ใช่...ปลายนิ้วเรียวสวยแตะสาบเสื้อยศชัยก่อนจะเงยหน้าขึ้นกระซิบข้างหูเขา

“ถ้าคุณยศคิดว่าม่านกลับมาเพราะเงิน…” เธอคลี่ยิ้มและริมฝีปากแดงระเรื่อไล้ผ่านคำพูดราวกับตั้งใจจะสะกิดทุกประสาทสัมผัสของเขา

“งั้น…คุณก็ควรจะชดเชยให้สมกับความคิดถึงที่ม่านมีให้คุณนะคะ” กลีบปากอวบอิ่มเคลื่อนแตะมาที่มุมปากหยัก ปลายลิ้นเล็กไล้เลียริมฝีปากล่างของเขา

ยศชัยชะงักเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้นจากปากของเธอ ม่านตะวันยอมรับตรง ๆ ว่ากลับมาหาเขาเพราะเงิน

หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำอยู่ในอก ความเจ็บแปลบแล่นวาบขึ้นพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามา

ยศชัยไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันคาดคิดเลยว่าเธอจะกล้าเอ่ยประโยคพวกนี้ออกมา กรามแข็งของเขาขบแน่น ริมฝีปากปิดสนิทเพื่อกลั้นแรงปะทุที่เดือดดาลอยู่ภายใน

ทั้งโกรธ…ทั้งอยาก

ทั้งรู้ว่าเธอจงใจลากเขาไปตรงจุดนั้น แต่ยศชัยก็ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้!

“คิดว่าฉันจะยั้งมือเหรอ…” ดวงตาคมของยศชัยแทบจะกลืนกินเธอทั้งตัว เขาโน้มหน้าลงจนปลายจมูกเฉียดผิวแก้ม ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวเนื้อที่สั่นระริกใต้สัมผัส

“คุณยศก็อย่าปรานีม่านแล้วกันค่ะ” เสียงเธอสั่นพร่าแทบฟังไม่เป็นถ้อยคำ

ยศชัยโน้มหน้าลงต่ำจนลมหายใจกระทบริมฝีปากของเธอ และทำท่าจะผละออกห่าง แต่ม่านตะวันไม่มีทางยอมให้เขาทำแบบนั้น

เธอใช้ฝ่ามือรั้งต้นคอเขาลงมาใกล้ ก่อนจะประทับเรียวปากลงบนริมฝีปากหนาอย่างไม่ทันให้เขาตั้งตัว

เรียวลิ้นเล็กค่อย ๆ สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก บดเบียดสัมผัสอ่อนนุ่มที่ทำให้เขาเกือบหยุดหายใจไปชั่วขณะ

ริมฝีปากของเธอบดคลึงปากล่างของเขาอย่างชำนาญ ดูดสลับกับขบเม้มเบา ๆ ฝ่ามือเล็กไล้ไปตามอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่น

จูบของเธอในตอนแรกเนิบนาบจนแทบน่าหงุดหงิด แต่ในพริบตาเดียวกลับกลายเป็นเร่งเร้า ดุดันและร้อนแรง

มือบางยุ่มย่ามกับร่างกายเขาอย่างไม่เกรงกลัวจนร่างกายทั้งสองแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ลมหายใจแทรกผ่าน

ฝ่ามือใหญ่เลื่อนลงไปโอบกระชับช่วงเอวคอดแล้วดันตัวเธอขึ้นให้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ

ร่างกายที่กอดก่ายกันรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจสองคนที่เต้นแรงไม่แพ้กัน

ม่านตะวัน…ผู้หญิงที่อยู่ตรงกลางระหว่างความงามที่ยากจะลบออกจากสายตา และสง่างามโดยไม่ต้องอวดอ้าง

ไม่ได้อ่อนแอจนถูกกลืนหาย แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนแตะต้องไม่ได้

เธอ...คือผู้หญิงที่ถูกจดจำโดยไม่ต้องพยายาม

และใช่…เธอมันนางจิ้งจอกม่านตะวัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel