บทที่ 3 ทักทาย
บทที่ 3 ทักทาย
เสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากในบ้าน ทั้งเสียงเพลง เสียงคนกระโดดน้ำ เสียงหัวเราะและกรีดร้องของคนจำนวนมาก
เสียงมันปะปนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของผู้หญิงหรือผู้ชาย
วันนี้คงเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำของเจ้าของบ้าน เพราะมีรถยนต์จอดเรียงรายเต็มสองฝั่งถนนหน้าบ้านจนรถตู้คันหนึ่งที่แล่นเข้ามาต้องจอดอยู่ห่างจากตัวบ้านมากทีเดียว
“คุณม่านเข้าบ้านเลยดีกว่ามั้ยคะตรงนี้อากาศร้อน”
เสียงถามของอิ่มหัวหน้าแม่บ้านที่เดินเข้ามาหาม่านตะวันและถามขึ้นท่ามกลางความอึกทึกของงานเลี้ยง
หัวหน้าแม่บ้านเห็นเจ้านายสาวส่ายสายตาเมียงมองไปยังมุมที่มีเสียงดังเล็ดลอดมาอย่างลังเลคล้ายว่าชั่งใจอะไรบางอย่างอยู่
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณอิ่มให้เด็กมายกกระเป๋าไปไว้ที่เรือนหลังเล็กก็พอ”
ม่านตะวันยืนอยู่เงียบ ๆ สายตาเธอว่างเปล่า ขณะทอดมองไปยังประตูทางเข้าของคฤหาสน์สไตล์อังกฤษอันสวยงาม
หญิงสาวผ่อนลมหายใจและหันไปมองสนามหญ้าที่ถูกตัดเรียบเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถและก้มลงไปมองปลายเท้าเพื่อจะย้ำกับตัวเองว่าเธอกลับมาที่นี่แล้วจริง ๆ
บ้านเนตรวรชัย เรือนหอของยศชัยและม่านตะวัน
“แต่มันจะดีเหรอคะ ถ้าคุณยศทราบเข้า…”
“คุณอิ่มทำตามที่ม่านบอกก็พอค่ะ มื้อเย็นม่านขอเป็นสลัดเบาท้องหน่อยนะคะ”
เสียงของเธอราบเรียบแฝงไว้ด้วยการตัดสินใจแน่วแน่จนอีกฝ่ายไม่กล้าท้วงอะไรต่อ
คุณม่านของพวกเราไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง เอ่ยเรียกชื่อใครก็คุณนำหน้าทุกคำเป็นการให้เกียรติ ทุกคนในบ้านเกรงใจเธอไม่แพ้เจ้านาย
ร่างบางระหงของหญิงสาวในชุดเดรสเปิดไหล่สีกรมท่าความยาวคลุมเข่าก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าอย่างมั่นคง ผิวขาวเนียนละเอียดราวน้ำนมสะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็น
เส้นผมยาวเป็นลอนสีน้ำตาลอ่อนดูนุ่มสลวยมันช่างเข้ากับกรอบหน้ารูปไข่ที่ได้สัดส่วน หน้าม้าที่ถูกตัดซอยอย่างไม่ได้ตั้งใจส่งให้ใบหน้าของเธอจิ้มลิ้มพริ้มเพรา
ดวงตากลมโตดูอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจ จมูกโด่งเล็กอย่างพอเหมาะ ริมฝีปากเรียวบางสีชมพูอ่อนแม้จะอยู่บนใบหน้าที่ดูจะเรียบเฉยก็ยังดูมีอะไรให้ค้นหา
ม่านตะวันเป็นผู้หญิงที่มีความงามไม่เป็นรองใคร ร่างกายใสสะอาดตา กิริยาเรียบร้อยแบบที่เดินผ่านก็ต้องเหลียวหลังมอง มันน่ามองแบบที่ไม่ว่าใครเห็นก็ไม่อาจจะละสายตาไปไหนได้
และเพราะแบบนี้ม่านตะวันไม่ทันรู้เลยว่ามีสายตาหลายคู่จากในสระว่ายน้ำกำลังจับจ้องมองเธอด้วยความสนใจผ่านกระจกเงาสะท้อนบานใหญ่ที่ภายนอกดูเหมือนธรรมดา
แต่แท้จริงแล้ว…กระจกบานนั้นถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นกระจกมองทางเดียวมานานแล้ว และเธอก็ไม่เคยรู้เลยว่ามีใครบางคนคอยเฝ้าดูทุกย่างก้าวของเธออยู่เสมอ
เพล้งงง!!
เสียงของแตกกระทบพื้นดังลั่นทำให้ม่านตะวันชะงักฝีเท้าทันที เธอเงยหน้าขึ้นไปมองยังต้นเสียงนั้น แล้วสายตาก็สบเข้ากับดวงตาคมเข้มคู่หนึ่ง
หัวใจของม่านตะวันหล่นวูบ!!
ยศชัยยืนอยู่ตรงนั้นและทั้งร่างเปียกชุ่ม เขาไม่ได้สวมเสื้อและยังเปิดเปลือยแผงอกแกร่งที่ชื้นไปด้วยน้ำจากสระว่ายน้ำ
กิจกรรมที่ทำก่อนหน้านี้ก็คือว่ายน้ำ…จะให้ใส่เสื้อเล่นมันก็คงดูแปลกแยก
หยดน้ำจากเส้นผมไหลลงตามแนวสันกรามแข็งกร้าว ริมฝีปากหยักลึกของเขายกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
ตึกตัก! ตึกตัก!
“โผล่หน้ากลับมาบ้านทั้งที…ไม่คิดจะมาทักทายผัวหน่อยหรือไง?”
หัวใจเธอเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงแหบต่ำดังออกมาจากลำคอหนา
ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงเหมือนกำลังควบคุมอารมณ์ไว้เต็มที่ แต่ในแววตาคู่นั้นกลับเผยบางสิ่งที่ต่อให้ยศชัยไม่พูดม่านตะวันก็รู้
บางสิ่งที่หนักแน่นและชัดเจน นั่นคือความไม่พอใจในตัวเธอที่เขาไม่แม้แต่จะพยายามปิดบัง!
“คุณอิ่มไปจัดโต๊ะและเรียนเชิญภรรยาของฉันไปรับประทานอาหารด้วย!” ยศชัยทิ้งสายตาไว้ที่ร่างบอบบางก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
ม่านตะวันจำต้องเดินกลับมาที่หน้าประตูใหญ่เพื่อเข้าทางข้างหน้าบ้านแทนที่จะเข้าหลังบ้านเพื่อลัดเลาะไปยังเรือนพักหลังเล็กที่มีไว้สำหรับเธอ
ม่านตะวันมาถึงห้องอาหารก็พบว่าสามีเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ทำตัวดี ๆ อะไรมันจะได้ง่ายขึ้น” หญิงสาวลากเก้าอี้นั่งลงโดยไม่ได้สนใจมองไปยังคนพูด
“ถ้าไม่อยากให้ฉันใจร้ายก็ทำตัวดี ๆ หน่อย แค่ย้ายพ่อเธอไปอยู่ศูนย์พักพิงแทนห้อง VVIP ในโรงบาลมันง่ายนิดเดียว”
ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกันจนถึงตอนนี้เข้าสู่ปีที่ห้าอย่างสมบูรณ์ ม่านตะวันมั่นใจไม่ว่าตอนไหนเมื่อไหร่ เธอห่างไกลจากคำว่าทำตัวไม่ดีอยู่มากนัก
ต่างจากเขา…ยศชัย ผู้ชายที่ใช้ชีวิตเสเพลอย่างไม่สนใคร และแม้ตอนนี้จะมีทะเบียนสมรสคล้องคอ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนเขาไปจากเดิมสักนิด
ภาพตรงหน้ายืนยันได้ และมันก็ทำให้กลางอกของม่านตะวันชาหนึบ แต่อย่างน้อยมือของเธอก็ยังควบคุมได้แม้มันจะสั่นก็ตาม
เธอหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาหั่นเนื้อสเต๊กตรงหน้าและพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ เคี้ยวกลืนมันไปกับความเจ็บปวดที่เอ่อล้น
ม่านตะวันโดนสั่งให้มากินข้าวให้เขาดู แต่ในขณะที่เธอกินข้าว สามีของเธอกำลังโอบประคองคลอเคลียกับผู้หญิงที่เขาเพิ่งลากขึ้นมาจากสระว่ายน้ำ…ต่อหน้าเธอ
ต่อให้ไม่รักไม่ชอบ จะบอกว่าไม่มีความรู้สึกรู้สาก็คงจะไม่ใช่ ม่านตะวันรู้สึก…เธอยังคงรู้สึกเจ็บอยู่เหมือนเดิม
ท่ามกลางแสงสีเสียงที่เธอไม่คุ้นเคย ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กระจายเกลื่อนอยู่บนพื้น บางขวดแตก บางขวดกลิ้งไปมาอย่างไร้จุดหมาย
ทั้งยังมีชายหญิงนับสิบคนที่กอดจูบสลับกันไปมาแบบที่ไม่รู้ว่าพวกไหนเป็นพวกไหน
ม่านตะวันเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะวางมีดกับส้อมลงอย่างนิ่งสงบ แล้วหยิบผ้าขึ้นเช็ดปากเหมือนไม่ได้อยู่ท่ามกลางอารมณ์ที่กำลังจะปะทุเดือด
“ม่านขอตัวนะคะ”
“กลับมากินให้หมด!”
เสียงเขาตะคอกตามหลังทันที เธอจึงหันกลับมามองเขาด้วยดวงตานิ่งสนิท
“คุณยศก็รู้ว่ามื้อเย็นม่านไม่กินหนัก ถ้าคุณตั้งใจจะต้อนรับม่านกลับบ้านด้วยวิธีนี้ คุณควรจะให้คนเตรียมสลัดให้ม่าน มากกว่าเนื้อแรร์เลือดซิบที่แค่เห็นก็อยากอาเจียน...”
ฝีปากของม่านตะวันคมกริบยิ่งกว่ากรรไกร และถ้าเธอตั้งใจพูดสอดเสียด แน่นอนว่าคนฟังได้เลือดซิบ!
“ม่านตะวัน!!”
เสียงตวาดของยศชัยดังลั่นจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง ผู้หญิงในอ้อมแขนของเขาสะดุ้งเฮือก พวกเธอแทบอยากจะมุดหายไปจากตรงนี้และไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ
นี่เป็นครั้งแรก…ที่พวกเธอเห็นคุณยศผู้แสนจะใจดีโกรธและโมโหราวกับคนที่ใกล้จะระเบิด
“ม่านขอตัวนะคะ…”
“หยุด! เดี๋ยว! นี้! ฉันบอกให้หยุด!”
ทั้งที่ม่านตะวันเดินออกไปจากห้องอาหารแล้ว เธอก็หยุดเดินตามคำสั่งของเขา แต่ก็ยังยืนเฉยไม่ยอมหันกลับมา
“ม่านอยู่ต่อก็ได้ แต่ถ้าทุกอย่างมันวุ่นวายแบบนี้ คืนนี้ม่านจะไปนอนโรงแรม…” น้ำเสียงของเธอไม่แข็งกร้าวแต่ก็ชัดเจนทุกคำ
ท่วงท่าของหญิงสาวนั้น...ไม่อ่อนหวานจนน่ารำคาญ และไม่แข็งกระด้างจนเหมือนกำลังข่มขู่ใคร
ม่านตะวันหันกลับมาเต็มตัวเพื่อสบตาผู้หญิงสองคนที่กำลังคล้องแขนสามีของเธออย่างตรงไปตรงมา
ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกจากปากม่านตะวันมีเพียงสายตาเย็นชาเท่านั้นที่ใช้มองผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขา
ยศชัยหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปัดมือผู้หญิงทั้งสองคนออก ทั้งที่เขาไม่ได้ผลักไสและไม่ได้ไล่ตะเพิด แต่ก็ไม่มีใครคิดจะอยู่ต่อ
