ตอนที่ 2 ความสมบูรณ์แบบ
หญิงสาวเดินออกมาจากบริษัทเพราะต้องรีบไปคุยเสนองานกับลูกค้าต่อ ซึ่งคนขับรถส่วนตัวของรัดเกล้าก็ได้ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เอาจริงๆ คือเขายืนรออยู่ตลอดเวลานั่นแหละ
สายตาของรัดเกล้าจับจ้องที่ใบหน้าหล่อเข้มที่แอบแฝงไปด้วยความลึกลับ ภายใต้เสื้อนั้นอีกที่มีร่างกายกำยำยิ่งกว่าที่เห็นภายนอก มันช่าง...เย้ายวนใจจริงๆ
ชายหนุ่มที่รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองพอหันไปสบตาก็คลี่ยิ้มออกมาทันที
"คุณหนู"
ตึกตักตึกตัก...
เสียงหัวใจของรัดเกล้าเต้นอย่างแผ่วเบา ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามตีหน้าให้นิ่งที่สุดเพราะกลัวคนรอบข้างที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็น เธอบอกกับเขาเสียงแข็ง
"เหนื่อยจะตายแล้ว ได้เตรียมน้ำไว้ให้ฉันกินบ้างหรือเปล่า"
"แน่นอนสิครับ"
รอยยิ้มติดขี้เล่นบนใบหน้านั้นไม่รู้เลยว่ายิ้มจริงๆ หรือแค่แสร้งยิ้มกันแน่
เมื่อเขาเปิดประตูรถให้หญิงสาวก็รีบขึ้นไปนั่งในรถทันที แอร์เย็นๆ ในรถพอจะช่วยให้เธอคลายร้อนขึ้นมาได้บ้าง ยิ่งต้องคอยปั้นหน้าอยู่ต่อหน้าคุณพ่อด้วยแล้วยิ่งอึดอัดเป็นสองเท่า
"นี่ครับ น้ำส้มเย็นๆ สำหรับคุณหนู ผมซื้อจากที่ร้านชื่อดังเลยล่ะครับ รับประกันรสชาติได้เลย..."
เขายื่นแก้วน้ำส้มที่จัดเตรียมไว้ก่อนอยู่แล้วให้กับเธอ แต่รัดเกล้าก็ยังไม่ยอมกิน เธอสั่งเขาต่ออีก
"ป้อนหน่อยสิ"
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยกับคำสั่งของคุณหนู เขารู้ว่าเธอต้องการอะไรแต่ก็ยังไม่ยอมให้ในสิ่งที่ต้องการง่ายๆ เพราะสิ่งที่เธอพูดไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการจริงๆ ไงล่ะ
"ผมมีหลอดให้นะครับ"
"โจว คุน!"
ถูกความเย้าแหย่ยียวนกวนประสาทของเขาเล่นใส่ทำเอารัดเกล้าขมวดคิ้วแล้วเรียกชื่อเขาเต็มยศ เป็นการบ่งบอกว่าเธอไม่พอใจมากๆ รู้อยู่เต็มอกว่าเธออยากได้อะไรแท้ๆ ยังจะมากวนประสาทกันอีก
"ครับ...ก็คุณหนูไม่พูดว่าต้องการให้ 'ป้อน' แบบไหนนี่ครับ ผมกลัวจะไม่ถูกใจ ขอโทษด้วยที่ผมมันโง่ไม่เข้าใจถึงความปรารถนาของคุณหนู"
"นายมันคนกวนประสาท..."
รัดเกล้าพึมพำ นึกว่าเจอหน้าโจวแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น ที่ไหนได้กลับหนักกว่าเดิม!
"ผมแค่อยากทำให้ถูกใจคุณหนูก็เท่านั้นเองครับ"
"นายก็รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะถูกใจฉัน"
"ผมต้องขอบังอาจกล่าวว่าผมอยากได้ยินจากปากของคุณหนูมากกว่าครับ"
"ใช้ปากของนายสิ หวังว่าจะทำเป็นนะ คงไม่ต้องให้สอนด้วยใช่ไหม"
พูดขอเองก็กระดากปาก แต่ทำไงได้ก็เธออยากได้ใจจะขาดแล้วนี่
โจวกระตุกยิ้มเมื่อได้คำตอบที่ตัวเองพอใจแล้ว เขาพยักหน้าพร้อมรับคำสั่งจากคุณหนูคนสวย ก่อนจะกระดกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มอึกหนึ่งแล้วยื่นหน้าไปหารัดเกล้าที่หลับตาพริ้มรออยู่แล้ว
อึก...
น้ำส้มถูกป้อนปากต่อปาก รสชาติหวานๆ เย็นๆ ของน้ำส้มค่อยๆ ไหลเข้าสู่ลำคอของรัดเกล้า ปลายลิ้นของโจวค่อยๆ ไล้เลียอยู่ภายในโพรงปากหวานฉ่ำตรงหน้าอย่างอดใจไม่ไหว จนน้ำส้มบางส่วนไหลออกมาทางมุมปาก
"หกแล้วนะครับ เสียดายแย่...กว่าผมจะไปต่อคิวซื้อมาได้ก็ตั้งหลายชั่วโมง"
ปลายนิ้วลูบตรงมุมปากที่เลอะคราบน้ำส้มเล็กน้อย ก่อนจะหอมแก้มคุณหนูอีกครั้งแล้วถอยห่าง
จริงๆ เขาโกหก โจวไปต่อคิวซื้อมาก็จริงแต่เพียงแค่บอกว่าเป็นคนรับใช้จากที่ไหน เจ้าของร้านก็ยินดีที่จะทำให้ก่อนอยู่แล้ว
"แค่ต่อคิวนายจะบ่นหรือไงคุน"
"เปล่าเลยครับ ต่อให้ต้องรอทั้งชาติผมก็ยินดีจะรอ หากว่ามันเป็นการทำเพื่อคุณหนูแล้วล่ะก็..."
"ร้านนี้เลิกซื้อไปเลยนะ น้ำส้มน่ะ..."
"ทำไมล่ะครับ?"
"มันหวานน่ะสิ หวานเกินไป ฉันไม่ชอบ เข้าใจไหม"
โจวเห็นใบหน้าของคนข้างกายที่แดงระเรื่อแล้วก็รู้สึกชอบใจ คงไม่ใช่ไม่ถูกใจรสชาติของน้ำส้มหรอก ต่อให้เปลี่ยนอีกกี่ร้านคุณหนูของเขาก็ไม่เคยจำได้อยู่แล้วว่าเขาซื้อร้านไหนมาก่อน
"ครับ คุณหนู ผมจะไม่ซื้อร้านนี้อีก"
เพราะสุดท้ายเขาก็จะซื้อร้านเดิมอยู่ดีนั่นแหละ
"ประชุมเป็นยังไงบ้าง?"
ระหว่างที่ขับรถไปยังสถานที่เพื่อเจอลูกค้า โจวก็เอ่ยถามขึ้นเพราะรัดเกล้าเป็นคนไม่ชอบบรรยากาศเงียบๆ เธอชอบความคึกคักมากกว่า โชคดีที่รถคันนี้ติดฟิลม์กันคนภายนอกมองเห็น ไม่งั้นป่านนี้คงได้มีข่าวฉาวโฉ่ออกไปแล้วว่าลูกสาวของกิตภพทำอะไรกับคนใช้ไปบ้าง
"คิดว่ายังไงล่ะคะ"
"น่ารำคาญล่ะมั้งนะ"
รัดเกล้าไม่ได้อยากเข้าประชุม ที่เข้าทุกวันนี้เพราะความจำใจล้วนๆ จะไม่ไปก็ไม่ได้เขารู้ข้อนั้นดียิ่งกว่าใครๆ
"พูดอีกก็ถูกอีก แต่เฮียคุนไม่กลัวว่าเกล้าจะเอาไปฟ้องคุณพ่อบ้างหรือไงคะ ที่พูดว่ารำคาญน่ะ"
ถ้าอยู่กันแค่สองคน รัดเกล้าจะเรียกโจวแบบนี้ประจำ ก็เป็นคำที่เคยเรียกสมัยยังเป็นเด็กนั่นแหละ แต่พอโตขึ้นมาแล้วจะให้เรียกแบบเดิมต่อหน้าคนอื่นเยอะๆ มันก็ไม่ได้อยู่แล้วไง
"เฮียต้องกลัวด้วยหรือ? ยังไงเกล้าก็ไม่มีทางเอาไปฟ้องอยู่แล้วนี่"
ถ้าฟ้องคงฟ้องไปนานแล้ว แต่รัดเกล้าก็ไม่ได้ทำ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่เข้าใจเธอที่สุดแล้ว
"แล้วตกลงประชุมมันน่ารำคาญใช่ไหมล่ะ"
"มาก...แม่เลี้ยงเขากะจะยัดยัยเนยให้มาเข้าร่วมโครงการที่เกล้ากำลังรับผิดชอบอยู่"
"คุณนลินยาน่ะหรือ?"
"อย่าไปเรียกคนแบบนั้นว่าคุณเลย ไม่เหมาะสมสักนิด แม่เลี้ยงนึกว่าเกล้าโง่ไม่รู้หรือไงว่าเขาอยากได้สมบัติของคุณพ่อมากแค่ไหนน่ะ"
"เฮียคิดว่าเขาคงรู้แหละ ถึงได้พยายามหาเรื่องเกล้าตลอด"
นลินยาเหมือนงูพิษดีๆ นี่เองที่ชอบหลบอยู่ในมุมมืดแล้วคอยลอบทำร้ายรัดเกล้าตลอดเวลา แต่โชคดีว่าคุณหนูคนสวยของเขาฉลาดมากพอเลยไหวตัวทันทุกครั้ง
"ใช่ เกล้าก็ไม่รู้ว่ารอบนี้เขาจะมาไม้ไหนอีก ขี้เกียจรับมือแล้ว ขี้เกียจปั้นหน้ายิ้มตลอดเวลาแล้ว ไม่อยากทำอะไรเลยเฮียคุน..."
หญิงสาวเอนศีรษะซบไหล่กว้างแล้วถอนหายใจออกมา มีเฉพาะเวลานี้แหละที่เธอจะเป็นตัวของเธอจริงๆ ไม่ใช่ 'รัดเกล้า สุธนเมธา' ลูกสาวผู้สมบูรณ์แบบของพ่อ
ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไรที่รัดเกล้าพยายามทำตัวเองให้สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของพ่อ อาจจะเป็นตั้งแต่ตอนที่แม่เสียชีวิตไปแล้วพ่อได้แต่งงานใหม่กับนลินยาหรือเปล่าก็ไม่รู้ พอคิดว่าผู้หญิงละโมบโลภมากแบบนั้นจะมาฮุบสมบัติรวมถึงตัวพ่อที่เคยเป็นสามีของแม่คนเดียวแล้ว รัดเกล้ายอมรับไม่ได้จริงๆ
แต่บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าการแบกรับความคาดหวังของพ่อมันหนักยิ่งกว่านั้น พ่อพยายามยัดเยียดทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอ ไม่ว่าจะเป็นมหา'ลัยที่เรียน เส้นทางชีวิต พ่อได้กำหนดไว้ให้เธอทุกอย่างหมดแล้ว
แน่นอนว่ารวมถึงคู่ชีวิตในอนาคตก็ด้วย
พอนึกถึงตรงนี้ใบหน้าสวยก็เศร้าหมองลงไปชั่วครู่ เธอเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของโจวแล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ในความสมบูรณ์แบบที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต คงมีแค่สิ่งเดียวที่หากพ่อรู้คงจะผิดหวังในตัวเธออย่างมากเลยล่ะ
ใช่ สำหรับคนอื่นคงเรียกว่าเป็น 'จุดผิดพลาดครั้งใหญ่' ในชีวิตก็ว่าได้ แต่สำหรับเธอโจวก็เหมือนของขวัญชิ้นใหญ่มากกว่า
"มีอะไรหรือเปล่า"
โจวรู้สึกได้ว่าถูกจ้องมองเลยเอ่ยถามแต่สายตาเขาก็ยังมองถนนอยู่ มือเล็กเอื้อมมือไปกุมมืออีกข้างของโจวซึ่งเขาก็กุมมือเธอกลับเช่นกัน เธอยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้า
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เฮียคุน"
จะคิดอะไรมาก ก็แค่พยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบทุกอย่างเหมือนทุกครั้งก็พอ แค่นั้นเธอก็อยู่ในที่ของตัวเองได้อย่างสบายใจแล้ว
