2
คริสโตเฟอร์ เมสัน... นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ดูจะประสบความสำเร็จเหลือเกินในวัยเพียงสามสิบสองปี เขามารับตำแหน่งสืบทอดคาสิโนเลื่องชื่อในลาส เวกัส และโรงแรมห้าดาวหลายแห่งทั่วอเมริกา ต่อจากพอล เมสัน ผู้เป็นปู่ ส่วนพ่อกับแม่ของเขาเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุเครื่องบินตกตั้งแต่เขาอายุได้เพียงห้าขวบเท่านั้น
ร่างสูงในชุดสูทผ้าไหมสีเทาเข้ากันกับกางเกงขายาวเดินเร็วๆ นำหน้าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสี่คนที่ทำงานให้เขามาร่วมสิบปีตั้งแต่เขายังเป็นหนุ่มน้อย
“อีธาน... เดี๋ยวนายโทร.เช็คที่คาสิโนว่าเป็นยังไงบ้างระหว่างที่ฉันมาที่นิวยอร์ก กำชับทิโมธีด้วยให้ทำงานให้เคร่งครัดเหมือนตอนที่ฉันอยู่” คริสโตเฟอร์สั่งอีธานลูกน้องมือขวาที่มักจะเดินทางขวามือของเขาเสมอ เพื่อให้เขาโทร.ไปสั่งการทิโมธีซึ่งเป็นผู้จัดการคาสิโน ที่จะทำหน้าที่ดูแลคาสิโนเมื่อเจ้าของอย่างคริสโตเฟอร์ไม่อยู่ที่ลาส เวกัส หรือไม่ได้เข้าไปดูงานด้วยตัวเอง
“ครับคุณคริสโตเฟอร์” อีธานรับคำก่อนล้วงกระเป๋ากางเกงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาโทร.ติดต่อคนที่อยู่ที่ลาส เวกัส
“คาร์เตอร์... โทร.ติดต่อกับทางสนามบินเพื่อขอนำเครื่องบินขึ้น ฉันจะบินกลับไปอาบูดาบีอีกสองอาทิตย์ที่จะถึง” คริสโตเฟอร์หันไปบอกกับคาร์เตอร์ ลูกน้องคนสนิทอีกคนที่เดินอยู่ฝั่งซ้ายมือของเขา
“ครับ” คาร์เตอร์รับคำเพียงเท่านั้น ก่อนที่จ้ะวงเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมาเพื่อโทร.ติดต่อกับทางสนามบิน JFK ตามคำสั่งของเจ้านาย ขณะที่ยังสาวเท้าเดินตามคนเป็นนายไม่หยุด ทั้งหมดไปหยุดอยู่ที่หน้ารถยนต์ยี่ห้อดังสองคันที่จอดเทียบเคียงกันอยู่ คันหนึ่งสีบรอนซ์ดำซึ่งเป็นรถคันที่คริสโตเฟอร์ใช้โดยมีอีธานหรือไม่ก็คาร์เตอร์สลับกันเป็นสารถี อีกคันเป็นสีดำสนิท ซึ่งเป็นรถสำหรับมาร์ตินและลุค... บอดี้การ์ดอีกสองคน
ที่จริง... คริสโตเฟอร์ไม่อยากมีคนติดตามยาวเป็นขบวนอย่างนี้หรอก หากว่าคุณปู่ของเขาจะไม่เป็นห่วงในตัวเขามากจนต้องเพิ่มจำนวนบอดี้การ์ดให้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน หลังจากที่คริสโตเฟอร์เกิดความคึกคะนองที่อยากช่วยเพื่อนที่เป็น FBI วางแผนเป็นนกต่อล่อซื้ออาวุธเถื่อนจากพ่อค้าอาวุธร้ายกาจตัวพ่อในลาส เวกัส หลังจากที่จับตัวได้... คริสโตเฟอร์ก็ต้องกลายเป็นพยานปากเอกในการขึ้นศาลเอาผิดคนร้าย และนั่นทำให้เขาโดนข่มขู่เพื่อให้ถอนตัวจากการเป็นพยาน แต่คนอย่างคริสโตเฟอร์ เมสัน... ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขาไม่เกรงกลัวอันตรายจนสามารถเอาผิดคนร้ายได้ในที่สุด นี่เขาก็มีโครงการที่จะไปประมูลสัมปทานบ่อน้ำมันจากประเทศหนึ่งในตะวันออกกลางอีก คงไม่พ้นจะโดนคู่แข่งมาตามทำร้ายอีกแน่ๆ
“อะแฮ่ม!” คริสโตเฟอร์แกล้งกระแอมเสียงดัง หลังจากที่หยุดมองผู้หญิงเอเชียร่างบางที่ใช้แผ่นหลังพิงไปกับรถหรูของเขา เรียวขาเหยียดยาว แล้วดวงตาหลับพริ้มอย่างสบายอกสบายใจเหลือเกิน ชายหนุ่มจำได้... เธอคือยัยเฉิ่มที่กล้าโต้แย้งต่อคำสั่งของในห้องประชุมเมื่อเช้านี้
“เฮือก!” คนที่ปล่อยให้ตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราสะดุ้งเฮือกขึ้นเพราะเสียงกระแอมของใครบางคน อลิสาหรี่ตาพยายามที่จะรวบรวมความคิดที่ยังมึนงงเพราะยังไม่ตื่นดี
คิ้วเรียวนิ่วด้วยความไม่พอใจที่ถูกคนไม่รู้จักกาลเทศะมาปลุกให้ตื่นในขณะที่กำลังนอนหลับสบาย เธอนอนแค่วันละสามชั่วโมงมาสามวันแล้ว เพราะต้องรีบเคลียร์งานนิตยสารที่ตนรับผิดชอบจนดึกดื่น เนื่องจากวางแผนว่าจะไปพักร้อนกับเพื่อนสนิท ไม่นึกเลยว่าพอทำงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะได้รับข่าวร้าย... ว่านิตยสารหัวที่เธอกำลังทำงานให้จะถูกยุบในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า
“อะ...เอ่อ... คุณเมสันคะ!” อลิสาลุกพรวดขึ้นเมื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงสว่างแล้วเห็นร่างสูงของเจ้าของบริษัทคนใหม่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางบอดี้การ์ดทั้งสี่ ที่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านัดกันใส่ชุดสูทสีดำมาหรือไร! ร่างบางของสาวไทยหมายจะเข้าไปเพื่อคุยกับเขาใกล้ๆ แต่ร่างสูงของมาร์ตินและลุคก้าวออกมาขวางเธอเอาไว้ ส่วนคาร์เตอร์และอีธานยืนอยู่หน้าร่างสูงของเจ้านายอีกที เพื่อดูแลความปลอดภัยของคริสโตเฟอร์ตามที่ได้รับมอบหมาย
“ไม่เป็นไรหรอก ให้เธอเข้ามาได้” คริสโตเฟอร์โบกมือบอกให้บอดี้การ์ดทั้งสี่คนถอยไป ดูท่าทางยัยป้าตรงหน้าแล้ว คงไม่ใช่นางนกต่อของศัตรูของเขาที่มีอยู่หลายชีวิต และคงไม่มีทางที่จะทำร้ายเขาได้แน่
“แต่นายครับ...” คาร์เตอร์อ้าปากจะขัดความประสงค์ของนาย เรื่องอย่างนี้ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นดีที่สุด หากแต่คนเป็นนายมองหน้าเขานิ่งๆ ด้วยดวงตาสีฟ้าเยียบเย็น
“นายคิดว่าคนอย่างยัยนั่นจะทำอะไรฉันได้หรือ?” คริสโตเฟอร์บอกพลางกวาดสายตามองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนที่ริมฝีปากแกร่งจะยกยิ้มหยัน “หรือหากเธอคิดจะทำร้ายฉันจริง คิดหรือว่าฉันจะจัดการเธอไม่ได้?”
นั่นแหละบอดี้การ์ดทั้งสี่จึงพร้อมใจกันเปิดทางให้อลิสาเข้ามาใกล้เจ้านายของพวกเขาได้อีกนิด ด้วยเพราะความสูงที่มีมากกว่า ทำให้หญิงสาวแทบจะต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อมองใบหน้าคร้ามคมที่มีแนวหนวดบางๆ ขึ้นตามแนวกรามแกร่งและคางบึกบึน พอถูกจ้องด้วยดวงตาสีฟ้านั่นแล้วก็ชักจะหาเสียงตัวเองไม่เจอเสียอย่างนั้น ดวงตาของเขา... แวววาวงดงามไม่ต่างจากเพชรที่ระยิบระยับยามต้องแสงไฟ มันงดงามตรึงใจเสียจนเธอเผลอจ้องมองดวงตาทั้งคู่ของเขาเนิ่นนาน นาน... จนลืมไปว่าเธอมีเรื่องที่สำคัญมากจะคุยกับเขา
