บท
ตั้งค่า

บทนำ

“อื้อ คุณจะทำอะไร” เสียงสั่นเบาเอ่ยออกไป ขณะมือบางพยายามดันแผงอกแข็งแรงที่โน้มลงมาหา ใบหน้าหล่อร้ายของเขาอยู่ใกล้เสียจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม

เสียงแหบหวานกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับชะงัก เมื่อได้สบตาเข้ากับแววตาคมลึกคู่นั้น แววตาที่เหมือนอ่านความรู้สึกเธอได้ทั้งหมด ทั้งสับสน เจ็บปวด และ...อ่อนไหว

“ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมจะไม่ทำให้คุณเจ็บ”

เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหู ละมุนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ราวกับมันกำลังกล่อมจิตใจที่อ่อนล้าให้ลืมโลกอีกใบไปชั่วคราว

ทุกสัมผัสของเขาอ่อนโยนเกินกว่าจะต้านทาน มันร้อนแรงเกินกว่าจะเรียกว่าผ่านมาแค่ข้ามคืนและมันก็เกิดขึ้นเพียงเพราะเธออนุญาตให้เขานั่งร่วมโต๊ะ กับคำพูดแสนธรรมดา

‘ตรงนี้ว่างไหมครับ?’

‘…ขอผมนั่งด้วยคนได้ไหม’

ตอนนั้นเธอแค่นั่งจมอยู่กับคำถามมากมาย ตรงหน้ามีเพียงแก้วเครื่องดื่มเท่านั้น กำลังคิดจะหนีจากโลกแสนเดี่ยวดาย ไร้ค่า

มันพังทลายด้วยน้ำมือของใครต่อใคร แต่ไม่เจ็บปวดเท่าคนของตัวเอง แต่พอหันไปสบตากับเขา ใจเธอก็แปลกไป

ชายหนุ่มแปลกหน้าในเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ผมสีควันบุหรี่รับกับดวงตาคมนิ่งที่ดูมีบางอย่างซ่อนอยู่ ใบหน้าหล่อร้าย ๆ นั้นไม่ใช่แบบที่เธอเคยมองว่าน่าดึงดูด

แต่คืนนี้...เธอกลับยอมให้เขานั่งด้วย

และยอมให้เขา ‘มากกว่านั้น’ ด้วยเหตุผลเดียว

เธอไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว

‘แม่ที่เธอเอ่ยเรียกมาทั้งชีวิต...ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของเธอ’

‘เพราะความผิดพลาดของพ่อ...เธอถึงได้เกิดมา’

คำพูดพวกนั้นยังวนเวียนในหัวไม่หยุด ทุกคำทิ่มแทงลึกยิ่งกว่ามีด

เธอเติบโตมาในตระกูล ‘รังสิมนต์’ ที่ภายนอกดูเพียบพร้อม แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความลับที่เธอไม่เคยรับรู้

ยี่สิบสองปีที่เธอใช้ชีวิตอย่างสง่างาม เป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลอสังหาริมทรัพย์ระดับต้น ๆ ของประเทศ กลับเพิ่งได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว เธอเป็นแค่กาฝาก เป็นผลลัพธ์ของความลับที่ไม่มีใครต้องการและวันนี้ พอความจริงปรากฏ ทุกคนก็พร้อมเฉลิมฉลองให้กับการหายไปของเธอ

น้ำตาไหลออกมาโดยไม่ต้องมีคำปลอบ

เพราะแม้แต่คนที่เธอคิดว่าเป็นที่พึ่งสุดท้าย ก็อาจไม่ใช่ของเธอเช่นกัน

ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง...

(มีอะไรเหรอบัว ทำไมโทรหาดึกขนาดนี้)

“ออกมาหาบัวหน่อยได้ไหม...” เสียงของเธอเบาหวิว พยายามกลั้นสะอื้นอย่างที่สุด

(หืม? บัวอยู่ที่ไหน)

“เดี๋ยวบัวส่งโลฯ ไปให้” ใจบัวหลับตาลง สูดลมหายใจลึก อย่างน้อยก็ขอให้คืนนี้มีใครสักคนอยู่ข้างเธอจริง ๆ สักคน

(...อื้อ)

แต่แล้วเสียงที่แทรกเข้ามา ทำให้ใจบัวถึงกับขมวดคิ้ว

“กายอยู่กับใคร”

(เปล่า อยู่คนเดียว)

“แต่เมื่อกี้ได้ยินเสียงผู้หญิง”

(กายเปิดทีวีน่ะ แล้วบัวเป็นอะไรหรือเปล่าถึงให้กายออกไปหา) ปลายสายถามอย่างแปลกใจเพราะนี้ก็ดึกมากแล้ว แถมแฟนสาวก็เป็นคนไม่เที่ยวกลางคืนด้วย

“คือ ออกมาก่อนได้ไหม เดี๋ยวเล่าให้ฟัง” เพราะเธอไม่อยากเล่าผ่านโทรศัพท์มือถือ

(กายมาบ้านแม่ที่ต่างจังหวัดน่ะสิ เอาไงดี)

“เหรอ” ใจบัวรับคำด้วยเสียงเศร้า แต่จะงอแงเจอแฟนตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์

(อืม ไว้พรุ่งนี้เค้ากลับไปจะรีบไปหาเลยนะ)

“งั้นเจอพรุ่งนี้ก็ได้”

(ไม่งอนเค้านะ รักบัวนะครับ)

เมื่อวางสายจากคนรัก ใจบัวตัดสินใจเลี้ยวรถไปทิศทางที่คุ้นชิน เธอไม่อยากอยู่เงียบ ๆ กับความรู้สึกของตัวเองแม้แต่วินาทีเดียว

เธอต้องการใครสักคน ใครสักคนที่เป็นของเธอจริง ๆ ไม่ใช่ใส่หน้ากาก ไม่ใช่เพราะหน้าตาทางสังคม

และเพื่อนสนิทคือคำตอบเดียวในเวลานี้ คนที่เคยอยู่ข้างกันเสมอมา

ถนนยามค่ำคืนเงียบเหงา แต่เสียงในหัวใจบัวกลับดังก้องตลอดเวลา ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัว ราวกับเปิดลูปซ้ำเจ็บแสบไม่รู้จบ

‘ให้มันไปหางานเอง’

‘ให้เป็นผู้ช่วยรามิลนี่แหละ จะได้เป็นงานไว’

‘มันเรียนจบแล้ว ก็ถึงเวลาที่มันต้องไป แบบนี้ไม่ใช่เหรอที่เราตกลงกัน!!’

เสียงของคนที่เธอเรียกว่า ‘แม่’ ดังชัดในหัวเหมือนเพิ่งพูดจบไปเมื่อครู่ คำว่า ‘มัน’ ที่ใช้แทนเธอ แทงลึกซ้ำรอยเดิม ตลอดยี่สิบกว่าปี เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่นในบ้านหลังนี้ แต่ทุกประโยคตอกย้ำสถานะตัวเอง

‘คุณทิพย์ อย่าขึ้นเสียงใส่ผม ผมไม่ชอบ’

‘นี่ก็ไม่ชอบ นู้นก็ไม่ชอบ แล้วคุณเคยถามฉันบ้างไหม ว่าฉันชอบอีเด็กนั่นหรือเปล่า...ถ้าคุณไม่พลาด ไม่นอกกายฉัน ฉันก็คงไม่ต้องมาปั้นหน้าเป็นแม่เด็กนั่น พอเลี้ยงจนโตมันก็จะเสนอหน้าทำงานบริษัทของฉันอีก ไม่มีทาง!!’

‘บริษัทของคุณคนเดียวที่ไหน นั่นก็บริษัทผมเหมือนกัน’

‘แต่ฉันมีสิทธิ์เรื่องนี้’ หญิงวัยกลางคนไม่ยอมท่าเดียว น้ำเสียงที่ใช้ตอนนี้เริ่มเสียงดัง ไม่แคร์ว่าใครจะผ่านมาได้ยิน

‘แล้วจะให้ใจบัวไปอยู่ไหน’ คนเป็นสามียอมอ่อนลงเพราะเคยทำผิดกับภรรยาจริง

‘คุณได้มันมาจากผู้หญิงใจแตกที่ไหนล่ะ ก็เอามันไปคืนที่นั่นแหละ’

‘คุณก็รู้ว่าแม่ใจบัวไม่อยู่แล้ว’

‘แต่ตอนนี้มันโตแล้ว ฉันต้องเสียเงินส่งมันเรียนอินเตอร์ รักษาหน้าตัวเองให้มันใช้ของแพง ๆ ไหนจะรายจ่ายรายเดือน รถอีก พอแล้ว! ต่อไปให้มันออกไปเลี้ยงตัวเองบ้าง’

‘คุณอย่างกไปหน่อยเลย แล้วคุณจะตอบเพื่อน ๆ ว่ายังไงถ้าใจบัวไม่อยู่บ้านหลังนี้ ที่ยอมรับใจบัวเพราะห่วงหน้าตาไม่ใช่เหรอ’

‘ก็ตอบว่าไม่รู้...มันไปตายที่ไหนแล้วก็ช่าง!!’

ตึก...เสียงฝีเท้าของใจบัวก้าวมาหยุดลงตรงหน้าห้องนั่งเล่น เธอยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ไกลจากสองคนที่กำลังพูดถึงเธอเหมือนไม่ใช่สมาชิกในบ้าน

คนตัวเล็กเนื้อตัวสั่นเทา ทุกคำพูดกรอกเข้าหูและไม่มีทางทะลุผ่านไปอย่างสายลม แต่กลับตอกย้ำให้จดจำ ‘สถานะ’ ตัวเองในบ้านหลังนี้

‘ใจบัว!’ เดชาเห็นภาพลูกสาวที่เกิดจากผู้หญิงคนหนึ่งในสต็อกของตัวเองแล้วทะลึ่งตัวลุกขึ้น

แต่นั่นไม่ได้ทำให้ใครอีกคนตกใจตาม ‘ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม นางเด็กกาฝาก!!’

ใช่...สถานะของเธอคือกาฝากรังสิมันต์สินะ

‘ฉันจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ’

‘พอได้แล้วน่าคุณทิพย์’ เดชาปรามภรรยา เบื่อที่ต้องมาทะเลาะเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ตั้งแต่พลาดมีใจบัว

‘ไม่! ตอนนี้มันเรียนจบแล้วนี่ ออกไปจากบ้านฉัน!!’

‘...คุณแม่ ฮึก! ไม่ใช่แม่ใจบัวจริงเหรอคะ’ ใจบัวปาดน้ำตาสะอื้นอย่างน่าสงสาร

แต่ใครจะสงสารแกะดำในฝูงหงห์อย่างเธอเพราะในสายตาแม่ตอนนี้แสดงชัดว่ารังเกียจเธอมากแค่ไหน

‘ลูกสาวคุณเนี่ย เหมือนคุณไม่มีผิด ชอบให้พูดซ้ำ ๆ ทั้งที่ผ่านมาฉันแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจ’

ไม่มีคำใดหลุดออกมาจากปากใจบัวอีก ความจริงครั้งนี้มันเจ็บปวดเกินจะทนสู้หน้าต่อได้ คนตัวเล็กจึงวิ่งออกจากบ้าน ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนเพราะตั้งแต่จำความได้ บ้านหลังนี้คือครอบครัวของเธอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel