บท
ตั้งค่า

บทที่6. รีบจัดการให้เสร็จ

ราฟาเอลปลดเนคไทออกอย่างหงุดหงิด อากาศประเทศไทยนี่ช่างร้อนเหลือจะบรรยายขนาดว่ามาเมืองที่ติดทะเลยังรู้สึกร้อนและเหนอะหนะ จะว่าไปเขาไม่ชอบทะเลเลยต่างหากแต่ชอบดูสาวๆ ใส่ชุดว่ายน้ำมากกว่า

“คุณราฟาเอลอยากกลับไปพักบนฝั่งไหมครับ ที่นั่นมีโรงแรมห้าดาวหรูหรากว่านี้”

สุรัตเอ่ยถามขณะขับรถไปที่โรงแรมแห่งเดียวบนเกาะเล็กๆ ในที่สุดเขาก็กลายเป็นคนพลขับจนได้ แถมยังเป็นบอส หนุ่มที่ไม่ชอบให้ใครติดตามเยอะแยะ เขาจึงขับรถจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ระยองพาทั้งรถและคนขึ้นเรือเฟอรี่ข้ามฟากมาที่เกาะ

“ช่างเถอะ พักสักคืนถ้าไม่ไหวค่อยว่ากัน”

ราฟาเอลบ่นพลางมองไปนอกกระจกรถ เกาะนี้เล็กกว่าที่เขาคิดนักขับรถไม่เกินสามชั่วโมงก็น่าจะทั่วเกาะแล้ว แต่สภาพภูมิทัศน์ส่วนใหญ่ยังดำเนินไปตามวิถีชาวบ้านอยู่ คงเพราะเหตุนี้เองที่สภาพทะเลทั่วไปถึงยังคงสวยสดงดงามราวกับเพชรที่ยังไม่ถูกเจียระไน แต่ก็แบบนี้แหละที่นักท่องเที่ยวชอบแค่จัดการอะไรนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น

“ทีแรกผมคิดว่าคุณราฟาเอลจะพักที่ฝั่งก่อนพรุ่งนี้จะมาที่เกาะไม่คิดว่าจะมาวันนี้เลย”

“แล้วทำไม ไม่มีที่พักหรือไง”

“มีครับ มีแน่นอนอยู่แล้ว”

สุรัตชักใจไม่ค่อยดี เห็นหน้านิ่งๆ แต่เดาอารมณ์ยากน่าดู และที่แน่ๆ ไม่ใช่คนที่ชอบให้ใครมาเอาอกเอาใจนักหรอก แต่ชอบให้คนสยบต่างหาก ถึงจะมีเงินสะสมอยู่บ้างแต่ก็ไม่อยากตกงานตอนอายุสี่สิบหรอก

รถเก่งคันหรูแล่นมาถึงโรงแรมแห่งเดียวของเกาะ สุรัตรีบก้าวลงจากรถไปเปิดประตูให้บอสหนุ่มก่อนที่จะขอตัวไปจัดการเรื่องห้องพักที่เขาจองไว้แล้ว ราฟาเอลหยิบแว่นกันแดดมาสวมพลางเหลือบมองรอบๆ กาย แล้วจินตนาการถึงโรงแรมระดับห้าดาวและบริการเต็มรูปแบบ ได้ยินว่าประเทศนี้ไม่อนุญาตให้เปิดบ่อนได้แต่ก็รับรู้ว่าพลเมืองประเทศนี้ชื่นชอบการพนันนัก ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเมื่อนึกถึงภาพพจน์ที่มีว่าคนตระกูลซิวีลิอาโน่ ทำงานด้านมืดเท่านั้นแต่ในระยะสิบปีที่ผ่านมา กิจการของซิวีลิอาโน่ไปไกลกว่าแค่จัดตั้งบริษัทฟอกเงินหรือทำตัวเป็นมาเฟียแบบเก่าๆ อีกแล้ว

สุรัตก้าวๆ ยาวๆ จะมาตามราฟาเอลแต่ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับเข้ามาด้านในก่อน ผู้จัดการโรงแรมและพนักงานต้อนรับยกมือไหว้พร้อม เขาโบกมือไล่ก่อนที่พนักงานต้อนรับจะเอาพวงมาลัยมาคล้องคอแล้วเดินตามหลังสุรัตเข้าไปในลิฟต์เพื่อเข้าห้องพักของตนเอง

“ขอผมอยู่คนเดียว”

“ครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกใช้ผมได้ทันที”

ราฟาเอลเดินไปลงกลอนประตูเมื่อสุรัตเดินออกไปแล้วชายหนุ่มปลดเสื้อนอกและเนคไทออกแล้วปลดปืนพกออกจากสายรัดวางไว้บนเตียง เขาไม่เคยไว้ใจใครและถูกสอนไม่ให้เชื่อใจใคร เมื่อคืนหลังจากตักตวงความสนุกจากคาร่าแล้วเขาก็บอกสุรัตว่าต้องการมาดูเกาะนี่ ดูท่าทางสุรัตออกจะแปลกใจนิดๆ แต่ก็ไม่ขัดใจยอมทำตามโดยไม่มีคำถาม ผู้หญิงบางคนก็เหมาะที่จะสนุกด้วยกันมากกว่าจะให้เป็นแม่ของลูก แต่ผู้หญิงดีๆ คงไม่หลงทางเข้ามาในชีวิตเขาง่ายๆ แน่ๆ แค่คิดเขาก็หัวเราะนึกขำโชคชะตา สงสัยว่าจะหาแม่ของลูกไม่ได้แน่ๆ ในชีวิตนี้

เพราะอากาศร้อนและเหนียวตัวเขาจึงไม่ลังเลที่จะเปลืองผ้าเดินเข้าไปอาบน้ำ แม้ว่าในห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำแต่ก็ดูเล็กและแคบสำหรับผู้ชายตัวใหญ่อย่างเขาและที่สำคัญเขาเคยพักแต่โรงแรมหรูหรากว่านี้ ช่างเถอะอดทนเอาหน่อย ผู้ชายตระกูลซิวีลิอาโน่ถูกสอนให้อดทนกับความยากลำบากไม่ใช่นั่งๆ นอนๆ สบายๆ อย่างที่เห็นกัน กว่าจะเป็นคนที่ครอบครัวยอมรับก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้กับตัวเขาเองก็ตามยิ่งเขามีสายเลือดคนเอเชียยิ่งแล้วใหญ่ เขาต้องฝึกหนักเพื่อให้ได้รับการยอมรับนับถือ แต่เขาก็ลืมไปด้วยซ้ำไปว่าเขามีพี่น้องร่วมบิดากี่คนกันแน่ เอาเท่าที่อยู่คฤหาสน์เดียวกันก็ห้าคนเข้าไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าวันดีคืนดีอาจจะมีใครสักคนโผล่มาแล้วอ้างว่ามีเลือดสีเดียวกับซิวีลิอาโน่ก็เป็นได้

ถ้าเขาได้สร้างครอบครัวของตนเองเมื่อไหร่ เขาจะไม่มีวันเป็นเหมือนพ่อของตัวเองเด็ดขาด

ชายหนุ่มใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนักก็ออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันท่อนล่าง น้ำเย็นช่วยให้สดชื่นขึ้นมาก เขาเดินไปกดโทรศัพท์สั่งเครื่องดื่มแล้วหยิบโน๊ตบุ๊คออกมาเปิดอ่านข้อมูลของงานที่ต้องรับผิดชอบ

หนึ่งเดือน ไม่ซิ สามสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์ดีนะ เขาจะจัดการที่นี่ให้เรียบร้อยภายในสองสัปดาห์ ดูแล้วที่นี่ไม่น่าจัดการอะไรได้ยากนัก ชาวบ้านก็ดูซื่อๆ ไม่มีปากมีเสียงอะไร ไม่เหมือนตอนที่ไปจัดการปัญญาที่ญี่ปุ่นพวกจัดการกับพวกยากูซ่าเล่นเอาหมดกระสุนไปหลายนัดก่อนจะได้นั่งโต๊ะเจรจา เขาก็ไม่ใช่พวกชอบความรุนแรงอะไรที่ประณีประนอมกันได้ก็ทำแต่ถ้าต้องใช้ความรุนแรงก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว

สำหรับที่นี่ก็คงไม่มีอะไร ดูแลมากนัก จัดการเอกสารและดูปฏิกิริยามีคนต่อต้านมากน้อยแค่ไหน เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็บินกลับอิตาลี่ได้ทันทีให้สถาปนิกจัดการเรื่องออกแบบ ส่วนเขาก็จัดระดมทุนลงพื้นที่ก็เป็นอันเสร็จ ได้แหล่งฟองเงินแห่งใหม่ของตระกูลซิวีลิอาโน่

ราฟาเอลกระตุกยิ้มที่มุมปาก นึกถึงรสชาติของคาร่ายามที่เขาปรนเปรอเธอ เธอยังเป็นของหวานให้เขาได้อีกหลายมื้อ เอาเถอะก่อนจะสลัดทิ้งให้เครื่องเพชรสักชุดสองชุด รถสปอร์ตสักคันก็คงโอเคแล้วล่ะ

เอาล่ะ รีบๆ จัดการให้เสร็จแล้วก็ไปให้พ้นๆ เกาะนี้เสียที

การเดินทางกลับบ้านครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งอาจเพราะความกระวนกระวายใจที่มีอยู่ทำให้กีณรินรู้สึกว่าเป็นการเดินทางที่แสนยาวนาน

เมื่อคืนเธอไปตามอรพิมที่ผับแห่งหนึ่ง ถ้อยคำของอรพิมกรีดหัวใจเธอเจ็บปวดนักแต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่อรพิมพูดจากระแทกแดกดันเธอเช่นนี้ ทั้งที่สมัยเด็กทั้งคู่เข้ากันได้ดีราวกับพี่น้องกันจริงๆ กีณรินก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้อรพิมเปลี่ยนไปได้มากขนาดหรือเพราะเมืองใหญ่เปลี่ยนแปลงจิตใจคน หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจหนักๆ ขณะนั่งเรือข้ามฟากเพื่อไปบ้านของลุงพงษ์ ความสบายใจเดียวที่มีคือนัทธีไม่เซ้าซี้ที่จะเดินทางตามมาด้วย เมื่อคืนท่าทางเขาเป็นห่วงเธอมากนอกจากจะมาส่งที่อาพาธเม้นท์แล้วยังจะอาสาขับรถมาส่งถึงบ้านที่ระยองอีก ทีแรกเขามีท่าทีอิดออดแต่เมื่อเธอยืนกรานว่าจะเดินทางคนเดียวเขาก็ตามใจเธอ

กีณรินไม่แน่ใจนักว่าอรพิมกลับมาที่ห้องพักกี่ทุ่มกี่ยาม อาจจะใกล้เช้าเหมือนทุกครั้ง เธอเขียนโน๊ตทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนไม่รู้ว่าป่านนี้อรพิมจะได้อ่านหรือยัง เธออกเดินทางจากกรุงเทพฯแต่เช้าตรู่เพื่อที่จะได้มาถึงเกาะเร็วๆ น้ำเสียงกังวลใจของลุงพงษ์ทำให้เธอแทบไม่ได้นอนเลย เมื่อเรือข้ามเกาะจอดสนิทเรียบร้อยเธอก็ถือกระเป๋าเสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่กี่ชุดลงเรืออย่างคล่องแคล้ว เกาะนี่เป็นเกาะเล็กๆ คนส่วนใหญ่ไปเที่ยวเสม็ดมากกว่าจึงรอดพ้นมือนักลงทุนมาได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้เข้าจนได้

“หนูริน”

“สวัสดีคะลุงพงษ์” กีณรินยกมือไหว้ลุงพงษ์ที่ขับรถกระบะเก่าๆ มารับ แววตาชายวัยกลางคืนมีรอยเศร้าเมื่อเห็นว่าหลานสาวเดินทางมาคนเดียว

“ลูกอรล่ะ”

“อรติดสอบค่ะ สอบเสร็จแล้วจะรีบตามมา” กีณรินไม่อยากโกหกแต่ก็ไม่รู้จะใช้วิธีไหนที่ทำให้ลุงพงษ์สบายใจ เพราะตอนนี้ปัญหาก็ยุ่งมากพออยู่แล้ว

“เหรอ เข้าบ้านกันเถอะจะได้กินข้าวกินปลา” ลุงพงษ์ทำหน้าเข้าใจแล้วขับรถพาหลานสาวมุ่งหน้ากลับบ้านที่อยู่ริมทะเลซึ่งใช้เวลาราวๆ สิบนาทีเท่านั้น

“เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงคะ” กีณรินเอ่ยถามทันที่ถึงบ้าน เธอไม่ได้กลับมาบ้านราวๆ สี่หรือห้าเดือนเห็นจะได้ ทั้งที่กรุงเทพฯ-ระยองก็ไม่ไกลกันสักเท่าไหร่

“น้ำมันมันแพงเหลือเกินจะออกไปหาปลาแต่ละทีก็ลำบากใจ ลุงอยากหารายได้เพิ่มก็เห็นเค้าทำโฮมสเตย์กันก็เลยไปปรึกษาธนาคารแต่เค้าไม่ปล่อยกู้ จู่ๆ ก็มีคนมาติดต่อบอกว่าได้ข่าวมาจากธนาคารว่าลุงอยากทำโฮมสเตย์แล้วบอกว่าจะปล่อยเงินกู้ให้ลุง เค้าก็มาพูดคุยอยู่นานเป็นเดือนนั้นแหละลุงถึงเชื่อใจเซ็นเอกสารกู้ยืมเงิน ได้เงินมาก้อนหนึ่งแต่เมื่อวานก็มีหมายศาลขับไล่ลุงออกจากที่ดินแปลงนี้ เค้าแนบหลักฐานมาด้วยว่าลุงทำสัญญาขายที่ดินให้กับเค้าแล้ว”

“พวกนี้มันเลวจริงๆ” กีณรินพูดอย่างหัวเสีย “เดี๋ยวหนูขออ่านเอกสารทั้งหมดก่อนนะคะ จะได้รู้ว่าเราเสียเปรียบตรงไหน หรือจะแก้ไขอะไรได้บ้าง”

“ลุงได้ยินว่าคนที่มาหลอกซื้อที่ดินของลุงและชาวบ้านแทบนี้จะทำรีสอร์ทอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วเจ้าของเค้าจะมาดูที่ดินด้วยตัวเองเร็วๆ นี้”

“ก็ดีซิคะ เราจะได้ไม่ต้องไปตามว่าคนๆ เค้าเป็นใคร”

กีณรินถอนหายใจยาวพลางทอดสายตามองไปทิวทัศน์สองข้างทาง จะทำอย่างไรถึงจะคงความงามนี้ให้บริสุทธิ์ได้ตลอดไปนะ.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel