บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ขอโทษ (2) จบตอน

“เดินตามมาสิไลลา…จะได้รีบไปกัน” มือข้างที่ว่างของกองทัพเลื่อนมาจับที่มือเล็กของไลลามากุมเอาไว้ จากนั้นก็พาหญิงสาวออกจากคอนโดฯ ทันที ทำให้เธอรู้สึกว่าใบหน้าหวานเริ่มเห่อร้อนอย่างตื่นเต้น

“ไลลาเดินเองได้ค่ะไม่ต้องมาจับ”

“อยากจับ จับไม่ได้เหรอหรือหวงให้ใคร” กองทัพเอี้ยวตัวมองคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้างุดๆ

“เปล่าค่ะ ไลลาแค่กลัวว่าพี่ทัพจะเดินไม่สะดวกแค่นั้นเอง”

“ถ้าพี่เดินไม่สะดวกก็คงไม่จับมือเธอแบบนี้หรอก…” การกระทำของชายร่างสูงทำเอาไลลาเกิดความรู้สึกบางอย่าง จนเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่ากองทัพอาจจะรู้สึกดีกับเธอบ้างแล้ว

ทั้งสองจับจูงกันมาจนถึงลานจอดรถโดยชายหนุ่มจัดการยกกระเป๋าของไลลาขึ้นไปเก็บในรถ จากนั้นก็มองคนตัวเล็กเชิงคำสั่งว่าให้ขึ้นรถไปได้แล้ว

“ขึ้นรถสิ”

“อืม” ไลลาที่กำลังรู้สึกเขินรีบขึ้นรถไปอย่างไวเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเห็นใบหน้าที่กำลังแดงซ่านเพราะการกระทำของเขาเมื่อครู่

“หิวอะไรไหม กินอะไรก่อนเข้าบ้านดีปะ” ขณะที่กำลังขับรถอยู่นั้นกองทัพก็หันมองร่างเล็กๆ ของไลลาที่นั่งตัวลีบอยู่ที่เบาะรถ

“ไลลาไม่ค่อยหิวค่ะ ไลลากินข้าวมาแล้ว”

“อืม…งั้นไปรอพี่กินหน่อยแล้วกัน พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย” กองทัพบอกคนข้างกายซึ่งไลลาไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะถึงพูดไปเขาก็ต้องเอาแต่ความคิดของเขาอยู่ดี “ไม่ตอบ…”

ชายหนุ่มหันไปถามคนที่เอาแต่นั่งนิ่งราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ จนปรายตามองอย่างต้องการคำตอบ

“ไลลาไม่รู้จะตอบอะไรค่ะ”

“แค่ตอบว่าตกลงมันยากนักเหรอไลลา แค่ไปอยู่รอพี่กินข้าวแค่นั้น” ในน้ำเสียงของกองทัพนั้นเต็มไปด้วยความตัดพ้อจนไลลาหันไปมองแล้วอดรู้สึกผิดไม่ได้จริงๆ

“ก็ได้ค่ะ ไลลาแล้วแต่พี่ทัพ”

“อืม…” ทำไมนะไลลาถึงได้รู้สึกว่ากองทัพกำลังงอนเธอ แล้วเขาจะงอนเธอเพื่ออะไรในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน

รถหรูแล่นมาจอดที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ทั้งสองไม่ได้คุยอะไรกันเลยกระทั่งมาถึงเสียงเข้มก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน

“ไปกันเถอะ”

ร่างใหญ่ของกองทัพเดินมาเปิดประตูฝั่งของไลลาเพื่อให้หญิงสาวลงมา จนอดแปลกใจกับท่าทีของเขาไม่ได้ ถึงแม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ทำดีอะไรมาก แต่มันแปลกกว่าทุกครั้งที่เขาชอบพูดจาร้ายๆ กับเธอ

“พี่หิวข้าว ไปนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนพี่ก่อน” มือหนาของกองทัพยกขึ้นมาจับที่มือเล็กแล้วจูงหญิงสาวเพื่อเดินเข้าไปในบริเวณห้างฯ

“ไลลาเดินเองได้ ไม่เห็นต้องจับมือเลย” เสียงหวานร้องถามขณะที่ตามองมือที่จับมือของเธออยู่ด้วยอาการใจเต้นแรง ไลลาพยายามห้ามอกห้ามใจตัวเองไม่ให้เผลอไผลแต่มันอดไม่ได้จริงๆ ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องมันแทบไม่เคยมีตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ พอกองทัพมาทำดีด้วยหัวใจสาวกลับอ่อนยวบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มันเป็นความรู้สึกโหยหาความรักจากเขามาตั้งแต่เด็ก แต่พอวันหนึ่งกองทัพทำดีด้วย เธอเลยไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้

“อยากจับเอาไว้ เดี๋ยวไลลาหนีพี่ไปอีก” ดวงตาเศร้าหมองของกองทัพทำเอาคนตัวเล็กเนื้อตัวแข็งทื่อ ทำไมแววตาที่เขาแสดงออกมามันถึงไม่มีความเกลียดชังดังเช่นที่เคยเป็นนะ

“ไลลาไม่ได้หนีสักหน่อย”

“แต่ไลลาก็ย้ายมาอยู่กับเควินอะไรนั่นไม่ใช่เหรอ” ในคำพูดมันเหมือนเต็มไปด้วยความน้อยใจจนคนตัวเล็กแอบรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

“ก็พี่ทัพไม่อยากเห็นหน้าไลลา ไลลาเลยคิดว่าออกมาอยู่ข้างนอกดีกว่า” ไลลาจำคำพูดสมัยก่อนได้ดีว่ากองทัพไล่เธอยังไงเมื่อรู้ความจริงว่าเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคนที่บ้านหลังนี้เลยแม้แต่น้อย

“นั่นมันในอดีตไหมไลลา ขอโทษได้ไหม…” เสียงทุ้มบอกอย่างแผ่วเบาแล้วหันมามองหน้าของผู้หญิงที่เขากำลังจับมืออยู่

“พี่ทัพขอโทษไลลา…อย่างนั้นเหรอ” ดวงตากลมโตเหลือบมองชายร่างสูงอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าคนอย่างกองทัพจะมาขอโทษเธอ ทั้งๆ ที่ต่อให้เธอยังเป็นน้องสาวของเขาอยู่เขาก็ไม่เคยหลุดคำนี้ออกมาเลย

“อืม…ทำไมเหรอ”

“ก็ปกติพี่ไม่เคย…”

“ขอโทษน่ะเหรอ…” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแล้วมองคนตัวเล็กกว่าที่ทำหน้าตาเหมือนไม่ค่อยเชื่อในการกระทำของเขาเท่าไหร่

“อืม…”

“พี่มาคิดทบทวนแล้วไลลาว่าสิ่งที่พี่ทำกับเธอมันเกินไปจริงๆ อีกอย่างผู้หญิงคนนั้น…แม่ของเธอก็ตายไปแล้ว…พี่เลยไม่รู้จะแค้นไปทำไม” คำพูดของกองทัพทำให้หัวใจของไลลาเริ่มพองโตและเหมือนมีน้ำมาชโลมให้ชุ่มฉ่ำ ทำไมนะแค่การที่กองทัพทำดีกับเธอมันถึงได้รู้สึกดีขนาดนี้

“จริงเหรอพี่ทัพ…พี่ให้อภัยไลลาแล้วเหรอ” สาวร่างเล็กถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้ฟังผิด

“อืม…ไม่ดีเหรอ”

“ดีสิ…ไลลาอยากให้เราสองคนกลับมาเป็นเหมือนเดิม” ใบหน้าหวานเริ่มเปื้อนยิ้มมากขึ้น ใครจะว่ายังไงก็ช่างแต่คงไม่มีใครรู้ว่าเธอโหยหาความรักจากพี่ชายคนนี้มากแค่ไหน คนอื่นมีพี่ชายปกป้องผิดกับเธอที่มีพี่ชายแต่เขาชอบรังแกเธอตั้งแต่เด็ก

“อะไรเหมือนเดิม…”

“เราสองคนจะได้กลับไปเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมไงคะ”

“ไม่มีคำว่าเหมือนเดิมแล้วไลลา เธอเป็นเมียพี่ และจำเอาไว้ด้วยว่าพี่คือผัวของเธอและจะเป็นคนเดียว” ดวงตาคมฉายแววความโกรธออกมาจนรู้สึกได้ แต่มันเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น

“พี่ทัพ…”

“จำเอาไว้ไลลา และอย่าบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันอีก เพราะพี่ไม่มีทางเป็นพี่น้องกับคนที่พี่เอาด้วยหรอกนะ”

“แต่…ถ้าคุณพ่อรู้…”

“เดี๋ยวเรื่องนี้พี่บอกพ่อเองโอเคไหม ไว้ถึงเวลาพี่จะบอกท่านเอง ไลลาทำใจให้สบายเถอะ ตอนนี้เราไปกินข้าวกันนะ” มือหนาของกองทัพเอื้อมมาโอบเอวบางของไลลาเอาไว้อย่างทะนุถนอมจนคนตัวเล็กหัวใจอ่อนยวบเป็นของเหลวในทันที

แม้พยายามห้ามอกห้ามใจแล้วแต่ความสัมพันธ์ที่เกินเลยไปมากกว่านั้นเธอเองก็คงเหลียวกลับไปมองกองทัพเป็นพี่ชายไม่ได้เหมือนกัน

“คุณพ่อจะว่าไหมที่เราสองคน…”

“ไม่หรอก…ไว้พี่จัดการเองโอเคไหม…ไลลา” มือหนากระชับอ้อมกอดที่เอวของคนตัวเล็กเอาไว้เพื่อให้เธอคลายกังวลกับเรื่องทุกอย่าง

“ทำไมพี่ทัพถึงต้องดีกับไลลาด้วยคะ” เธอถามออกมาเพราะไม่อยากให้ตัวเองคิดไปเอง

“พี่รู้สึกผิดแล้วไลลา อาทิตย์ที่ผ่านมาพี่กลับไปคิดแล้วว่าสิ่งที่พี่ทำกับไลลามันเกินไปจริงๆ” กองทัพจ้องลึกไปที่ดวงตาของไลลาเพื่อย้ำเตือนให้เธอเข้าใจในความคิดของเขาในตอนนี้ “หรือเธอเกลียดพี่ไปแล้วอย่างนั้นเหรอ”

ชายหนุ่มทำหน้าเศร้าจนไลลาต้องรีบตอบกลับเพราะกลัวเขาจะเข้าใจผิดว่าเธอเกลียดเขาจริงๆ

“เปล่านะคะ เมื่อสองปีก่อนไลลายอมรับว่าเกลียดพี่มาก เกลียดอย่างไม่เคยเกลียดใครมาก่อน แต่ถ้าวันนี้พี่รู้สึกผิดไลลาพร้อมจะให้อภัยนะ”

ลึกๆ ความรู้สึกที่มีต่อเขามันมากกว่านั้นมานานแล้ว บางครั้งเธอยังเคยรู้สึกเกลียดตัวเองที่แอบหวงพี่ชาย มันคงเป็นความสัมพันธ์ประหลาดที่เราหวงพี่ชายแท้ๆ และวันที่ได้รู้ความจริงว่าเธอและเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยมันทำให้ไลลาแอบโล่งใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่สุดท้ายกลับโดนกองทัพทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจจนต้องหนีไปอยู่อเมริกาตั้งสองปี

“ขอบใจนะไลลา…ต่อไปนี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม พี่อยากชดเชยในสิ่งที่พี่เคยทำกับไลลา พี่ไม่อยากให้ไลลาต้องเกลียดพี่อีกต่อไปแล้ว” เสียงเข้มบอกอย่างรู้สึกผิด ซึ่งไลลาก็เชื่ออย่างนั้นเนื่องจากเธอไม่เห็นแววตาที่เสแสร้งของเขาเลย

“จริงๆ นะคะพี่ทัพ”

“จริงสิ” แทบจะเป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ไลลาได้เห็นรอยยิ้มที่กองทัพส่งมาให้ สิ่งที่เธอเคยต้องการมาทั้งชีวิตตั้งแต่เด็กยันโต

“พี่ทัพ…”

“โธ่…เด็กน้อยจะมาร้องไห้ไม่ได้นะเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าพี่รังแกเรา” นิ้วโป้งของกองทัพยกขึ้นปาดหยดน้ำตาข้างแก้มของไลลาอย่างอ่อนโยนจนเธอรู้สึกหวั่นไหวมากขึ้น ใครจะรู้บ้างว่าเธอต้องการอ้อมกอดของพี่ชายคนนี้มานานแล้ว ไม่ว่าจะในฐานะพี่ชายหรือมากกว่านั้น

“เปล่าสักหน่อย ไลลาแค่ดีใจที่พี่ทัพไม่เกลียดไลลาแล้วแค่นั้นเอง” มือน้อยยกขึ้นปาดน้ำตาของตัวเองแล้วมองใบหน้าหล่อเหลาของกองทัพ เธออยากเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ให้นานที่สุด อยากให้กองทัพดีกับเธออย่างนี้ตลอดไป ไม่อยากให้เขาใจร้ายเหมือนที่ผ่านมา

“อืม…งั้นไปกินข้าวกันนะ พี่หิวแล้ว…หรือจะให้พี่กินเราก่อนกลับบ้านดี”

“บ้า…กินข้าวสิคะ”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่พูดออกมาทำเอาเธอไม่อยากให้มันหายไป เธอชอบกองทัพในเวอร์ชันนี้มาก เพราะเพิ่งเคยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก

สองหนุ่มสาวโอบกอดกันเข้าไปในร้านอาหารซึ่งคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็มองแล้วอดอิจฉาไม่ได้เพราะคนหนึ่งก็สวยส่วนอีกคนก็หล่อเหลาราวกับเทพบุตร ความสัมพันธ์ของไลลาและกองทัพมันอาจจะเข้าใจยากในสังคมตอนนี้ แต่ถ้าเทียบทางด้านศีลธรรมพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดใดๆ เลย ส่วนความผูกพันฉันพี่น้องอย่าพูดถึงมันไม่เคยมีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel