บทที่ 5 ขอโทษ (1)
บทที่ 5
ขอโทษ
เหตุการณ์ในค่ำคืนวันนั้นทำให้ไลลาพยายามหนีหน้ากองทัพตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอเลือกที่จะไปอยู่คอนโดฯ ของเควินเพราะไม่ต้องการเจอหน้ากองทัพ แม้ชายหนุ่มจะส่งข้อความมาข่มขู่เธอตลอดอาทิตย์นี้เลย แต่สักพักเขาก็เหมือนเงียบหายไป
“วันนี้จะไปหาพ่อหรือเปล่าไลลา” เสียงของเควินถามเพื่อนสาวที่กำลังนั่งกินข้าวเช้าอยู่ห้องอาหาร
“ไป…แล้วนายจะไปไหนเหรอ” ไลลาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“พอดีพ่อฉันให้ไปจัดการธุระให้นิดหน่อย ช่วงอาทิตย์นี้เธอกลับไปอยู่บ้านพ่อก่อนไหม” เควินบอกขณะกำลังติดกระดุมที่เสื้อของตัวเอง
“อืม…ก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ ทุกวันนี้พ่อบ่นจนหูชาแล้วว่าฉันไปๆ กลับๆ จากที่บ้านและคอนโดฯ” ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาไลลาไปๆ มาๆ จากบ้านและคอนโดฯ ทุกวันจนบิดาไม่ค่อยโอเค บอกว่าลูกสาวกลับมาทั้งทีแต่ไม่เคยกลับมานอนที่บ้านเลย
“แล้วเธอไม่กลัวจะไปเจอพี่ชายเธอแล้วใช่ปะ” เควินมองเพื่อนสาวด้วยสายตาเจ็บปวด เขารู้ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ว่ามันเลยเถิดไปถึงไหนแล้ว
“ไม่แล้วมั้ง หลังจากวันนั้นเขาก็ส่งข้อความมาบ้างแต่พอฉันไม่ตอบเขาก็เหมือนเลิกสนใจ สงสัยคงเลิกเล่นสนุกกับฉันแล้วมั้ง”
ไลลาบอกตามความรู้สึก วันแรกที่มาเจอกันกองทัพก็เล่นเอาเธอคลานลงจากเตียงของจริง แม้จะเกลียดการกระทำของชายหนุ่มแต่เธอก็อดยอมรับไม่ได้ว่ากองทัพสามารถสนองความต้องการลึกๆ ของเธอได้อย่างถึงใจ แต่ถ้าเลือกได้เธอคงไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเขาอีก
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะได้สบายใจ อีกอย่างถ้ากลับบ้านพี่ชายเธอคงไม่กล้าทำอะไรหรอกมั้ง คนที่บ้านเธอเยอะขนาดนั้น” เควินแสดงความคิดเห็นเพราะถ้าปล่อยให้ไลลาอยู่ที่นี่คนเดียวเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
“อืม…ถ้าอย่างนั้นเควินรีบไปรีบกลับนะ”
“ได้…ไลลา…”
“ว่า…” ไลลาที่กำลังตักอาหารเข้าปากเงยหน้ามองชายร่างสูงด้วยสายตาสงสัย
“ฉันรักเธอนะ ฉันไม่อยากให้เธอต้องเสียใจอีก” คำว่า ‘รัก’ ที่ออกมาจากปากของเควินมันคือความรู้สึกจริงๆ แม้จะรู้ดีว่าคนตัวเล็กไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเขา เนื่องจากตัวเขานั้นเป็นเกย์มาตั้งแต่แรก แต่หัวใจกลับไม่รักดีรู้สึกชอบไลลาเข้าให้จริงๆ แม้ใครหลายๆ คนอาจจะมองว่าไลลาเป็นผู้หญิงร้ายๆ แต่สำหรับเขาเธอน่ารักและแสนดีเกินกว่าใคร ทุกคนย่อมมีช่วงเวลาที่เลวร้ายและไลลาก็เป็นอย่างนั้นเช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนไปแล้ว
“รู้แล้วน่า…ฉันก็รักนายเหมือนกัน ขอบคุณนะสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา ถ้านายไปแล้วรีบกลับมานะ ไว้เราจะกลับอเมริกาพร้อมกัน” ไลลาบอกอย่างที่คิด แต่เธอรักเควินอย่างเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเควินเองก็รับรู้มาตลอด
“อืม…ถ้ามีอะไรรีบโทร.หาฉันเลยนะ” เควินย้ำอีกครั้ง
“รู้แล้วไม่ต้องห่วงหรอก ช่วงนี้พี่ทัพไม่ค่อยได้มาวุ่นวายอะไรกับฉันแล้ว สงสัยจะเลิกระรานแล้วล่ะ” แม้ปากจะบอกแบบนั้นแต่เธอก็อดเสียใจไม่ได้จริงๆ ว่ากองทัพคงเบื่อและไม่สนใจเธออีกต่อไป ทำไมนะหัวใจมันถึงเจ็บแปลบแปลกๆ
“งั้นเดี๋ยวฉันไปก่อนนะ” เควินบอกเพื่อนสาวเพราะเขาต้องกลับไปจัดการเรื่องงานของบิดาจึงต้องปล่อยไลลาไว้คนเดียว แม้จะเป็นห่วงเธอมากแค่ไหนก็ตาม
“ให้ฉันไปส่งนายข้างล่างไหม”
“ไม่ดีกว่า เธอกินข้าวต่อเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว ไว้จะรีบไปรีบกลับนะ” ถึงแม้เควินจะมีเชื้อไทยอยู่ แต่เพราะครอบครัวย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ที่นู่นหมด ชายหนุ่มจึงไม่ค่อยชินกับการมาเมืองไทยเท่าไหร่ แต่พอบิดาของเควินรับรู้ว่าชายหนุ่มมาเมืองไทยเลยติดต่อให้ไปจัดการธุระบางอย่างที่อาจจะกินเวลายาวนานเป็นอาทิตย์
“โอเค…เดินทางปลอดภัย รีบกลับมานะ” ไลลาบอกลาเพื่อนที่เธอรักมากๆ คนหนึ่ง เควินเป็นคนที่รู้ใจไลลามากที่สุด ไม่ว่าเธอจะคิดหรือทำอะไรชายหนุ่มก็เข้าใจความต้องการของเธอทุกอย่าง
ไลลาเดินไปส่งเพื่อนที่หน้าประตูห้องและเมื่อเพื่อนเดินไปแล้วหญิงสาวก็จัดการปิดประตูทันที แต่ยังไม่ทันจะได้เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ เสียงประตูก็ดังขึ้นอีกรอบ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เอ๊ะ เควินลืมอะไรหรือเปล่านะ”
หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัยจากนั้นก็เดินกลับไปยังประตูบานใหญ่พร้อมกับเปิดออกทันทีโดยไม่ได้เฉลียวใจอะไรเลย
“ลืมอะไรเหรอเควิน…” มือบางเปิดประตูออกแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตและก็ต้องหน้าถอดสีเมื่อเห็นร่างใหญ่ของกองทัพ “พี่ทัพ”
“ฉันเอง…ผัวของเธอไงไลลา”
เมื่อได้สติมือน้อยก็จัดการปิดประตูอย่างรวดเร็วแต่สุดท้ายก็ช้ากว่ากองทัพอยู่ดีเมื่อมือหนาผลักประตูพร้อมแทรกตัวเข้ามาอยู่ในห้องของเธอได้สำเร็จ
“พี่ทัพออกไปนะ กล้าดียังไงมาเข้าห้องของไลลาแบบนี้” ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธจัดเพราะเธอไม่อยากเจอหน้าผู้ชายใจร้ายในตอนนี้
“ทำไม…เห็นหน้าผัวตัวเองมันจะเป็นจะตายอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงเข้มบ่งบอกถึงความไม่พอใจเพราะหญิงสาวเล่นหลบหน้าเขาไปเป็นอาทิตย์ตั้งแต่เรื่องคืนนั้น บวกกับช่วงนี้เขางานยุ่งเลยไม่มีเวลาตามไลลากลับมา จนหญิงสาวมาขลุกอยู่กับคนที่ตัวเองบอกว่าเป็นแฟน ถึงแม้จะรู้ว่าเควินเป็นเกย์ แต่สายตาที่มันใช้มองเมียคนอื่นมันมากกว่าเพื่อนอย่างแน่นอน
“ใช่! อยากกลั้นใจตายเลย ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นไลลาจะโทร.เรียกยามมาไล่พี่ออกไป” นิ้วเรียวชี้ไปที่ประตูอย่างหมดความอดทน แค่เรื่องคืนนั้นมันก็น่าละอายเกินไปแล้ว เขาจะเข้ามาตอกกลับความน่ารังเกียจนั้นอีกทำไม
“กลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้ ไปเก็บของซะ” เสียงเข้มบอกอย่างออกคำสั่งแต่สายตาสอดส่องไปทั่วห้องว่าเป็นยังไง เขาอยากรู้ว่าไลลากับไอ้เกย์นั่นมันเกินเลยกันหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาจะส่งคนไปกระทืบมันให้ตายคาตีน ถ้าไม่ติดว่าต้องไปคุยงานที่ต่างประเทศแทนบิดาอย่าฝันเลยว่าไลลาจะได้กลับมาอยู่กับมัน
“พี่มีสิทธิ์อะไรมาบังคับไลลา” ไลลาตอบกลับเพราะใจจริงเธอก็คิดจะกลับบ้านอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่ากองทัพจะมาตามถึงที่นี่
“ผัว…ชัดพอปะ”
“ไอ้คนหน้าไม่อาย พูดออกมาได้”
“ด้านได้อายอดไม่รู้จักเหรอ กลับบ้านเดี๋ยวนี้ พี่บอกพ่อไปแล้วว่าจะพาเธอกลับบ้าน” ชายร่างสูงบอกเสียงเข้มพร้อมกับจ้องมองใบหน้าหวานของไลลาเขม็งเหมือนเป็นการสั่งหญิงสาวให้ทำตาม
“ไลลาไม่ทำตามที่พี่สั่งหรอกนะ” มือน้อยพยายามบิดข้อมือออกจากมือหนาที่บีบรัดเธอเอาไว้
“ถ้าไม่อยากให้พี่บอกพ่อว่าเราเป็นอะไรกันก็ทำตามคำสั่งซะ”
“พี่เอาเรื่องคุณพ่อมาข่มขู่ไลลาเหรอ” ทั้งสองจ้องมองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ไลลาเองก็ไม่อยากจะยอมกองทัพเพราะไม่อยากให้เขาเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ด้วย
“ใช่…จะทำไม”
“ถ้าคุณพ่อรู้ยังไงคนที่จะโดนคุณพ่อจัดการก็คือพี่”
“พี่บอกแล้วใช่ปะว่าพี่ไม่เคยกลัวพ่อ ไปเก็บของซะ อย่าให้พี่ต้องใช้กำลัง หรือเก็บเองไม่ได้ต้องให้พี่ช่วยเก็บใช่ปะ” ดวงตาคมหรี่มองคนตัวเล็กที่ยังคงทำท่าทางเหมือนไม่อยากไป จนเขาบอกว่าจะอาสาไปเก็บให้ คนตัวเล็กเลยยอมแต่โดยดี
กองทัพเดินไปนั่งที่โซฟารอคนตัวเล็ก แต่สายตาก็มองไปรอบๆ เพื่อดูว่าห้องนี้เป็นยังไง และมองว่าไลลาไม่ได้นอนห้องเดียวกับไอ้เกย์หนุ่มนั่นเขาก็ค่อยโล่งใจ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมีหวังเขาคงได้อกแตกตายจนต้องส่งคนไปกระทืบไอ้เควินอะไรนั่นแน่
ไลลาเดินลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากห้องซึ่งกองทัพก็ลุกขึ้นยืนแล้วจัดการเดินไปลากกระเป๋านั้นแทน
“เดี๋ยวพี่ลากให้ ตัวแค่นี้จะลากยังไงไหว มา…” มือหนาแกะมือเล็กที่จับที่ลากออกแล้วแทนที่ด้วยมือของเขาเองจนไลลาเงยหน้าขึ้นมอง เพราะนานๆ ทีชายหนุ่มจะพูดดีๆ กับเธอสักครั้ง หัวใจสาวเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
ไลลาไม่คิดว่าตัวเองจะมาใจเต้นแรงกับคนที่เธอเห็นว่าเขาเป็นพี่ชายมาตลอด แม้ที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กยันโต เธอไม่เคยได้คลุกคลีกับกองทัพเลย ชายหนุ่มไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่มารดาหายตัวไป กลับมาอีกทีก็ตอนเธออายุได้ 8 - 9 ขวบ และพอกลับมาเรียนต่อที่เมืองไทยเขาก็ย้ายไปอยู่ข้างนอกด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากเข้ามาวุ่นวายกับคนในครอบครัว และพอเรียนจบชายหนุ่มก็แทบกลับบ้านนับครั้งได้ เธอไม่เคยมีโมเมนต์คำว่าพี่น้องกับกองทัพเลยสักครั้งเดียว
“ไลลาลากเองได้”
“เอามาทั้งหมดนั่นแหละ ถือแค่กระเป๋าสะพายก็พอ” น้ำเสียงของกองทัพดูอ่อนโยนขึ้นจนไลลาอดหน้าแดงไม่ได้