บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 แค้นฝังลึก

ดวงหน้าอ่อนเยาว์ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานช่างดูมีเสน่ห์และดูเย้ายวนต่อสายตาของผู้ชายหลาย ๆคนที่อยู่ในสถานที่เริงรมย์แห่งนี้ กายบางที่อยู่ในชุดเดรสสีดำประดับด้วยคริสตัลเม็ดเล็กแวววาวสะท้อนแสงไฟยิ่งขลับผิวขาวเนียนให้เจิดจ้าเหมือนดวงดาวที่ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้าอันมืดมิด แม้จะมีดาวดวงอื่นอยู่รายล้อม

แต่ดาวดวงนี้ก็สวยสว่างตาที่สุด

“มึงแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้”

ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆของคนที่ยืนอยู่หลังกระจกพลอยทำให้คนที่ถามรู้สึกใจหายขึ้นมา ณดลพอจะเข้าใจในความรู้สึกของเพื่อน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากให้เพื่อนเลือกวิธีนี้เพื่อเป็นการล้างแค้นให้กับคนที่เพื่อนรัก

“เด็กคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ไอ้วิทย์ทำ มึงก็รู้ดี”

“มันทำร้ายน้องกูได้แล้วทำไมกูจะทำกับน้องมันไม่ได้”

คีรีหันหน้ามามองณดล ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่สุมอยู่ในอก แววตาลุกวาวด้วยไฟเพลิงที่พร้อมเผาไหม้ให้ทุกอย่างเป็นจุณ ต่อให้เด็กคนนี้ไม่มีส่วนรู้เห็นในสิ่งที่พี่ชายของหล่อนทำ

เขาก็ไม่สนใจ

ในเมื่อพี่ชายของหล่อนเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดหล่อนก็ต้องรับผิดชอบด้วย

“กูรู้ว่ามึงเสียใจที่น้องมึงตายแต่มึงไม่ควรดึงคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาเกี่ยวข้อง”

“ถ้ามึงไม่อยากช่วยก็อยู่เงียบ ๆ กูจัดการของกูเอง”

ณดลถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิดหวัง ก่อนจะเบนสายตามองไปยังกลุ่มเด็กสาวที่กำลังลุกเต้นไปกับเสียงเพลงที่บรรเลงขึ้นมา แม้จะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เพื่อนควรจะทำ แต่เขาก็ไม่อยากยื่นมือเข้าไปยุ่ง

รู้ดีว่าคนอย่างคีรี ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ใครหน้าไหนก็เปลี่ยนความคิดมันไม่ได้ ณดลแค่กลัวว่าสิ่งที่เพื่อนลงมือทำมันอาจจะเป็นสิ่งผูกมัดตัวของคีรีไว้กับเด็กสาวคนนั้นไปตลอดกาล

“แกแน่ใจนะว่าขับไหวเดี๋ยวไปเจอพ่อจับเป๋าแอลฯแล้วจะยุ่งนะวุ้น”

“คอนโดวุ้นอยู่ใกล้แค่นี้เอง ขับไปแปบเดียว พ่อยังไม่ทันได้เรียกหรอก ไม่ต้องห่วงนะ” วีรดายิ้มหวานพร้อมกับพาดแขนไปบนไหล่ของเพื่อน คอนโดของเธออยู่ห่างจากผับไม่ถึงสิบกิโลฯ ใช้เวลาขับรถในช่วงดึกแบบนี้ไม่เกินสิบนาทีเสียด้วยซ้ำและอีกอย่างเธอก็ดื่มไปแค่นิดเดียวต่อให้ถูกจับเป่าแอลกอฮอล์ ก็คงไม่น่าจะเป็นอะไร

“โอเค ขับรถกลับดี ๆล่ะ โมไปก่อนนะ แท๊กซี่มาพอดีเลย”

วีรดายืนอยู่หน้าผับจนกระทั่งรถแท็กซี่ที่เพื่อนขึ้นขับไปจนพ้นตา เด็กสาวเดินกลับไปยังลานจอดรถ เปิดกระเป๋าสะพายใบหรูแล้วก้มมองหากุญแจรถ

“ให้พี่ไปส่งไหมครับคนสวย”

เสียงผู้ชายที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้วีรดาหันขวับไปมอง เธอจับกุญแจรถแน่น หวาดระแวงกับท่าทีของผู้ชายทั้งสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆสายตาของคนทั้งสองดูไม่เป็นมิตรและไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

สายตาหยาบโลนของเขาสองคนที่มองมาเตือนให้เด็กสาวให้รีบไปที่รถของตัวเองให้เร็วที่สุด

“ไม่เป็นไรค่ะ” วีรดาหันหลังเดินออกมาทันทีพร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาผู้คนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เผื่อว่าถ้าเกิดเรื่องไม่ดีกับเธอขึ้นมา จะได้ร้องขอความช่วยเหลือได้อย่างท่วงทัน

“จะรีบไปไหนล่ะครับคนสวย”

ไม่ทันได้เดินไปถึงรถเมื่อจู่ ๆหนึ่งในผู้ชายแปลกหน้าเดินมาขวางทางเด็กสาวเอาไว้

“ถอยไปนะ!” วีรดาพูดเสียงแข็ง กระชับกระเป๋าสะพายเอาไว้แน่นตาก็จ้องผู้ชายทั้งสองคนอย่างระแวดระวัง

“ไปต่อกับพวกพี่ไหมครับ รับรองว่าพวกพี่จะทำให้น้องมีความสุขทั้งคืนเลย”

ความกลัวแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ นึกรังเกียจสายตาของพวกเขาที่มองสำรวจตัวเธออย่างไร้มารยาท “อย่ามายุ่งกับฉัน ถอยไปให้พ้น ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วย”

หนึ่งในสองคนนั้นปรี่เข้ามาจับแขนของวีรดาแล้วจับไพล่เอาไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้มืออีกข้างปิดปากจิ้มลิ้มเพื่อไม่ให้ส่งเสียงใด ๆออกมา

“แน่จริงมึงก็ร้องออกมาสิ”

ร่างอรชรถูกลากไปยังรถเก๋งที่ติดฟิล์มมืดสนิททั่วทั้งคันก่อนจะถูกโยนเข้าไปที่เบาะด้านหลังอย่างแรงจนรู้สึกทั้งจุกและเจ็บไปทั้งกาย ในขณะที่ประตูรถกำลังจะปิด วีรดาก็ชันตัวลุกขึ้นมาส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออีกครั้ง

‘ตุ๊บ’ เด็กสาวล้มตัวลงนอนคุดคู้ไปบนเบาะรถ สองมือเล็กกุมที่ท้องด้วยความเจ็บปวดจนยากที่จะห้ามน้ำตาเอาไว้ได้ แวบหนึ่งในความคิดก็พลันให้นึกถึงใครบางคน ใครบางคนที่คอยปกป้องเธอเสมอมา

‘พี่วิทย์ วุ้นกลัว’

“พวกมึงทำอะไร!” น้ำเสียงขึงขังดังขึ้นมา วีรดามองผ่านม่านน้ำตาก่อนจะเห็นว่าผู้ชายแปลกหน้าสองคนที่ทำร้ายเธอกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งเล่นงานอย่างไม่เหลือท่า

เสียง ‘ตุบตับ’ ของการออกหมัดดังอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะเงียบหายไป

“ลุกไหวไหมครับ”

วีรดากระเถิบกายหนีเมื่อประตูรถถูกเปิดออกพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่โผล่หน้าเข้ามา เด็กสาวจ้องหน้าชายตรงหน้าอย่างไม่วางตา ไม่รู้แน่ชัดว่าผู้ชายคนนี้จะใช่พวกเดียวกันกับไอ้สองคนนั้นหรือเปล่า

“ไม่ต้องกลัว ผมมาช่วยคุณ”

เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถามออกมาอย่างกล้า ๆ กลัวๆ “คุณมาช่วยฉันหรือคะ”

ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ใบหน้าอ่อนเยาว์คลายกังวลก่อนจะยิ้มตอบกลับมาด้วยท่าทีไร้เดียงสา โชคดีของเธอที่ผู้ชายคนนี้ผ่านมาเห็น ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงถูกไอ้คนสารเลวพวกนั้นพาไปทำร้ายที่ไหนก็ไม่รู้

“ขอบคุณค่ะ” วีรดาเอ่ยขอบคุณเขาเบา ๆ แล้วจึงเปิดประตูรถอีกฝั่ง เด็กสาวเดินกลับมาอีกฝั่งของรถแล้วหยุดตรงหน้ากับคนที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้

“ผมไล่พวกมันไปแล้วคุณไม่ต้องกลัว คุณจะไปแจ้งความไหมผมจะไปเป็นพยานให้”

เมื่อเห็นว่าเด็กสาวกวาดสายตาไปมาอย่างระแวดระวังคีรีจึงพูดขึ้นมา วีรดาทำสีหน้าลังเล ถ้าไม่ติดว่าแอบพี่ชายมาเที่ยว เธอก็คงไปแจ้งความลากคอไอ้ผู้ชายสองคนนั้นเข้าคุกแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้ฉันก็ปลอดภัยแล้ว”

คีรีลอบมองใบหน้าของคนที่กำลังกลุ้มใจด้วยความเย้ยหยัน เข้าอีหรอบนี้ก็คงไม่พ้นหนีออกจากบ้านมาเที่ยว

เด็กใจแตก

“คุณแน่ใจนะว่าจะไม่ไปแจ้งความ”

“ค่ะ ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงหูพี่ชายค่ะ”

ใบหน้าของคีรีเรียบตึง แววตาแข็งกระด้างขึ้นมาทันทีคำว่าพี่ชายที่หลุดออกมาจากปากเด็กสาวพลอยทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มปะทุขึ้นมา

ไอ้สารเลวนั่นจะต้องสูญเสียและเจ็บปวดเหมือนอย่างเขา

“รถคุณอยู่ไหนเดี๋ยวผมเดินไปส่ง”

“ไม่รบกวนคุณดีกว่าค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยฉันไว้” วีรดาปฏิเสธด้วยท่าทีนอบน้อม แม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะเป็นคนช่วยเธอให้พ้นจากอันตราย แต่อย่างไรเสียเขาก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี เว้นระยะห่างไว้น่าจะดีที่สุด

คีรีมองตามแผ่นหลังบางจนเธอขึ้นรถและขับออกไปริมฝีปากหนายกยิ้ม นัยน์ตาทอประกายความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจน

“เราได้เจอกันอีกแน่วีรดา”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel