บทที่7 คุณหนูใหญ่อวี้เหมย
อวี้หลันเหลือบสายตาขึ้นมองเงาในกระจก แววตาของเจ้าของร่างเดิมที่เคยมีแต่ความหวาดกลัว บัดนี้กลับแน่วแน่ดั่งหินผา
นางไม่ใช่อวี้หลันที่แสนอ่อนแอผู้นั้นอีกต่อไป และในเมื่อฟ้าประทานโอกาสที่สองให้มาอยู่ในร่างนี้ นางก็จะใช้มันให้คุ้มค่า
และหากโลกนี้จะเล่นหมาก นางก็จักเป็นผู้วางหมากเอง
นับจากนี้ไป ตัวตนใหม่ของนางในโลกนี้คือ "อวี้หลัน" บุตรีของรองเสนาบดีกรมพิธีการ
มือเรียวที่กำถ้วยชาไว้แน่นค่อยๆ คลายออก อวี้หลันมองขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กที่วางอยู่ข้างมือ ภายในบรรจุยาถอนพิษเม็ดกลมสีดำที่ท่านหมอตู้มอบไว้ให้ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดฝา เทยาเข้าปากโดยไม่ลังเล รสขมฝาดแตะปลายลิ้น แต่ดวงตากลับนิ่งสงบ
ก่อนที่นางจะลงมือทำสิ่งใด สิ่งแรกที่ควรทำคือรักษาและฟื้นฟูร่างกายนี้ให้แข็งแรงเสียก่อน และนับว่านางยังพอมีโชคอยู่บ้าง ที่ได้พบกับหมอเทวดาผู้นี้เข้า ฝีมือการรักษาเช่นเขา หากไม่เรียกว่าเป็นหมอเทวดา ก็คงไม่มีคำใดเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว
เรือนฮวาหงยามนี้เงียบสงบ เสียงลมยามค่ำคืนพัดผ่านแผ่วเบา อวี้หลันเหลือบสายตาไปยังเงาร่างที่เคลื่อนไหวอยู่หลังช่องหน้าต่าง แม้จะเพียงพริบตาเดียว แต่ก็ไม่พ้นสายตาของนาง
นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ลูบวนบนขอบถ้วยชาในมือแผ่วเบา ก่อนจะยกยิ้มบางอย่างเยือกเย็น แววตาปรากฏร่องรอยคล้ายเย้ยหยัน
"หนูสกปรกในเรือนนี้ดูท่าจะมากเกินไป"
อวี้หลันพึมพำออกมาเสียงเบา ก่อนที่นางจะวางถ้วยชาลง ลุกขึ้นเดินไปยังเตียงอย่างเงียบงัน ท่วงท่าของนางดูเหนื่อยอ่อนราวไร้เรี่ยวแรง ร่างบางทรุดตัวลงนอนอย่างสงบ หลับตาลงช้าๆ ราวกับไม่สนใจอีกแล้วว่าเงานั้นจะยังอยู่หรือไม่
ปล่อยมันให้วิ่งเล่นไปก่อนก็แล้วกัน
รอให้นางฟื้นตัวเมื่อใด...
คงถึงเวลารื้อเรือนนี้ครั้งใหญ่
ในเวลาเดียวกันนั้นขณะที่อวี้หลันกำลังหลับใหลอย่างสงบ
ภายในเรือนเหมยเยี่ย เรือนของคุณหนูใหญ่อวี้เหมย กลับปั่นป่วนราวกับพายุพัดผ่าน เสียงข้าวของแตกกระจายดังลั่นเรือน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นของเจ้าของเรือน
อวี้เหมย คุณหนูใหญ่ผู้มีรูปร่างหน้าตางดงาม แต่เบื้องหลังความงามนั้นกลับแฝงไว้ด้วยนิสัยริษยาและจิตใจคับแคบ นางนั้นนิสัยต่างกันกับมารดาโดยสิ้นเชิง หากจะบอกว่าอวี้เหมยโง่งมก็ไม่ผิดนัก เพราะนางมักจะเก็บอาการไม่ค่อยอยู่เพียงแค่ถูกยั่วยุเล็กน้อย ในขณะที่มารดาเป็นสตรีร้ายลึก แต่บุตรสาวคิดสิ่งใดก็มักจะพูดออกมาแบบนั้น อารมณ์ร้อนและปากคอร้ายกาจ
อวี้เหมยเติบโตมาพร้อมกับอวี้หลัน ทว่าหาได้รักใคร่กลมเกลียวกันไม่ นางมักหาทางกลั่นแกล้งน้องสาวร่วมบิดามาตลอด ในทางตรงกันข้าม อวี้เหมยมองอวี้หลันเป็นดั่งหนามตำใจอยู่เสมอ นางไม่เคยยินดีแม้แต่น้อยที่ต้องเห็นอวี้หลันได้รับความรักและการยอมรับในฐานะบุตรีของฮูหยินเอก ไม่ยินดีที่อีกฝ่ายเหนือกว่าตน น้องสาวผู้นี้จึงเป็นดั่งศัตรูที่นางต้องกำจัด
"เหตุใดนางถึงยังไม่ตาย"
อวี้เหมยกรีดเสียงอย่างเดือดดาล แววตาเต็มไปด้วยโทสะและความหวาดหวั่น น้ำตาไหลอาบสองแก้ม
"เจ้าใจเย็นลงก่อนเถิด เหมยเอ๋อร์"
เซิ่งซื่อที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบเข้ามาประคองบุตรสาว
"เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าตอนนี้เจ้าก็ได้ชื่อว่าเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกเช่นกัน"
นางเอ่ยอย่างใจเย็น พลางลูบหลังอวี้เหมยเบาๆ อย่างปลอบโยน แต่แววตาแฝงไว้ด้วยความเคร่งเครียด นางรู้สึกได้ว่าเด็กคนนั้นไม่เหมือนเดิม แต่ไม่รู้ว่ามันแปลกไปตรงไหน
"ระหว่างบุตรสาวของฮูหยินที่ตายไปแล้ว ทั้งบ้านเดิมของมารดายังล่มสลาย กับเจ้า ผู้ที่เป็นบุตรสาวคนโตของฮูหยินเอกคนปัจจุบัน อีกทั้งเจ้าก็มีท่านตาที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพ เปี่ยมด้วยบารมี องค์ชายห้ายังจะเลือกใครได้อีกเล่า"
เสียงของเซิ่งซื่อฟังดูอ่อนโยน ทว่าเต็มไปด้วยความมั่นใจ บ่งบอกชัดว่าทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุมของนาง
ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนหยาดน้ำค้างยามเช้าที่หล่นลงบนเปลวเพลิงในอกของอวี้เหมย แม้ไม่อาจดับไฟได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยให้นางพอสงบใจลงได้บ้าง แววตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยโทสะเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย
และคำพูดเหล่านั้น แท้จริงแล้วก็เป็นเสมือนถ้อยคำปลอบใจตัวเองของเซิ่งซื่อเช่นกัน
ไม่ว่าอวี้หลันจะฟื้นขึ้นมาด้วยปาฏิหาริย์ใด หรือจะมีเจตนาใดซ่อนอยู่ในใจ ตอนนี้อีกฝ่ายยังจะทำอะไรได้อีก ฐานะของนางแม้จะเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกผู้ล่วงลับ แต่ก็เป็นเพียงแค่ชื่อเสียงที่ถูกลืมเลือน ไม่มีบ้านเดิมของมารดาคอยหนุน ไม่มีผู้ใดยืนหยัดอยู่ข้างกาย
ต่างจากนาง นางคือฮูหยินเอกคนปัจจุบันของรองเสนาบดีอวี้จิ้ง เป็นนายหญิงโดยสมบูรณ์ของจวนรองเสนาบดี
ซ้ำยังมีตระกูลเซิ่ง บ้านเดิมที่ยิ่งใหญ่เป็นที่พึ่งพิง ท่านพ่อของนางคือแม่ทัพแห่งแผ่นดิน มีทหารใต้บัญชาหลายหมื่นนาย
ตำแหน่งพระชายาขององค์ชายห้า เหตุใดนางจะไม่สามารถหยิบยื่นมันวางแทบเท้าบุตรสาวของตนได้
เป็นอย่างที่อวี้หลันคิด ผู้ที่ลงมือวางยานางไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นเซิ่งซื่อและอวี้เหมย พวกนางวางแผนทุกอย่างมานานแล้ว หวังกำจัดอวี้หลันให้พ้นทาง แล้วผลักดันอวี้เหมยขึ้นแทนตำแหน่งคู่หมั้นขององค์ชายห้า บุรุษผู้ที่เป็นหนึ่งในชายหนุ่มที่มีอำนาจและเป็นที่หมายปองที่สุดในเมืองหลวง
ตามแผนเดิมแล้ว ทุกอย่างควรจะดำเนินไปตามแผนการ อวี้หลันควรจะสิ้นใจลงเงียบๆ ภายในเรือน
ไร้เสียงร้อง
ไร้คำถาม
ไร้ผู้สืบสาวราวเรื่อง สืบหาความจริง
ไร้ผู้แยแสสนใจ
เมื่อถึงเวลานั้นตำแหน่ง ธิดาผู้เกิดจากฮูหยินเอกผู้ล่วงลับ ก็จะถูกลบเลือนจากความทรงจำของทุกผู้คน ถูกแทนที่ด้วยนามของอวี้เหมย คุณหนูใหญ่ผู้เพียบพร้อมเพียงคนเดียวของตระกูลอวี้
หากแต่พวกนางไม่คาดคิดว่า อวี้หลันจะยังมีลมหายใจ
แต่ยังนับว่าสวรรค์มีเมตตาต่อพวกนาง ถึงแม้ว่าจะไม่อาจพรากลมหายใจของอวี้หลันได้ แต่ตระกูลเซิ่งกลับผงาดขึ้นอย่างไม่คาดคิด นั่นมิเท่ากับมอบแต้มต่อให้พวกนางหรอกหรือ
